คุณไม่สามารถเปิดชนิดแฟ้ม Office ได้โดยตรงจากเซิร์ฟเวอร์ที่สนับสนุนเฉพาะการรับรองความถูกต้องเบื้องต้นผ่านการเชื่อมต่อที่ไม่ใช้ SSL โดยใช้โปรแกรมประยุกต์ Office

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 2123563 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้


เมื่อคุณพยายามเปิดหรือดาวน์โหลดแฟ้ม Microsoft Office ที่จัดเก็บบนเว็บเซิร์ฟเวอร์หรือบนเว็บเซิร์ฟเวอร์อื่นๆ โปรแกรมประยุกต์ Office ที่เกี่ยวข้องจะเริ่มทำงานแต่แฟ้มที่เลือกจะไม่เปิดหรือไม่ถูกดาวน์โหลด ตัวอย่างเช่น แฟ้ม Office ที่เก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ SharePoint หรือเซิร์ฟเวอร์ Web Distributed Authoring and Versioning (WebDAV)

เมื่อปัญหานี้เกิดขึ้น ลองใช้ HTTPS แทน HTTP ในการเข้าถึงแฟ้ม Office ตัวอย่างเช่น ใช้ https://www.site.com แทน http://www.site.com

ถ้าคุณยังไม่สามารถเปิดแฟ้ม Office ได้ ให้ติดต่อผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ของไซต์

หมายเหตุ ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้บนไซต์ใดๆ ภายนอก หรือไซต์ SharePoint หรือ WebDAV

ข้อมูลสำหรับผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์ของไซต์

รายละเอียดเพิ่มเติมของอาการ

เมื่อปัญหานี้เกิดขึ้น คุณอาจพบอาการต่อไปนี้เพิ่มเติม:
  • คุณไม่ได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านการรับรองความถูกต้องเบื้องต้นเมื่อคุณพยายามเปิดหรือดาวน์โหลดแฟ้ม
  • คุณไม่ได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดเมื่อคุณพยายามเปิดแฟ้ม โปรแกรมประยุกต์ Office ที่เกี่ยวข้องเริ่มทำงาน แต่แฟ้มที่เลือกไม่สามารถเปิดได้

สาเหตุ

ปัญหานี้จะเกิดขึ้นหากเงื่อนไขดังต่อไปนี้เป็นจริง:
  • มีการกำหนดค่าเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวสำหรับการรับรองความถูกต้องเบื้องต้น
  • การเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ของคุณและเว็บเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ใช้ Secure Sockets Layer (SSL)
ตามค่าเริ่มต้น ระบบจะปิดใช้งานการดำเนินการของไฟล์ซึ่งใช้การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นผ่านการเชื่อมต่อ HTTP แบบไม่ใช้ SSL ในโปรแกรมประยุกต์ Office 2010 และ Office 2013

เมื่อการรับรองความถูกต้องเบื้องต้นถูกปิดใช้งาน หนึ่งในเหตุการณ์ดังต่อไปนี้จะเกิดขึ้น:
  • โปรแกรมประยุกต์ไคลเอ็นต์ใช้วิธีการรับรองความถูกต้องที่แตกต่างออกไป ซึ่งจะเกิดขึ้นหากเซิร์ฟเวอร์สนับสนุนวิธีการรับรองความถูกต้องอื่นๆ
  • การร้องขอล้มเหลว (สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อการร้องขอล้มเหลว โปรดดูรายการในหัวข้อ "รายละเอียดอาการเพิ่มเติม")

การแก้ไข

หากวิธีการแก้ปัญหาโดยใช้ HTTPS แทน HTTP ไม่ได้ผล ให้เปิดใช้งานการเข้ารหัส SSL บนเว็บเซิร์ฟเวอร์เพื่ออนุญาตให้ไคลเอ็นต์เข้าถึงผ่าน HTTPS

หมายเหตุ ตามค่าเริ่มต้น โปรแกรมประยุกต์ Office 2010 จะสามารถเข้าถึงและดาวน์โหลดแฟ้มได้จากเว็บเซิร์ฟเวอร์ซึ่งใช้การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นผ่านการเชื่อมต่อแบบ SSL เท่านั้น

การหลีกเลี่ยงปัญหา

หากต้องการลองแก้ไขปัญหานี้ อนุญาตให้โปรแกรมประยุกต์ Office 2013 และ Office 2010 เชื่อมต่อกับเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้โดยใช้การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นผ่านการเชื่อมต่อแบบไม่ใช้ SSL

คำเตือน เมื่อคุณเปิดใช้งานการรับรองความถูกต้องเบื้องต้นโดยไม่มี SSL คุณอาจเสี่ยงต่อความปลอดภัยสูง

เกี่ยวกับการรับรองความถูกต้องเบื้องต้นและความเสี่ยงต่อความปลอดภัย

การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นจำเป็นต้องมีชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเพื่อเข้าถึงเนื้อหา วิธีการรับรองความถูกต้องนี้จำเป็นต้องใช้เบราว์เซอร์ที่ระบุ และเบราว์เซอร์หลักทั้งหมดที่สนับสนุน การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นจะทำงานผ่านไฟร์วอลล์และพร็อกซีเซิร์ฟเวอร์ ด้วยเหตุนี้วิธีนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีเมื่อคุณต้องการจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาบนเซิร์ฟเวอร์บางส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด

อย่างไรก็ดี ข้อเสียของการรับรองความถูกต้องเบื้องต้นคือ การส่งรหัสผ่านที่เข้ารหัส base64 ผ่านเครือข่าย หากมีการดักข้อมูลรหัสผ่านผ่านเครือข่ายโดยผู้ดักข้อมูลเครือข่าย ผู้ใช้ที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจกำหนดชื่อผู้ใช้และรหัสผ่าน และใช้ใบรับรองนี้ซ้ำได้ เนื่องจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยนี้ โปรแกรมประยุกต์ Office 2010 จึงปิดใช้งานการรับรองความถูกต้องเบื้องต้นผ่านทางการเชื่อมต่อที่ไม่ใช้ SSL ในการกำหนดค่าเริ่มต้น

คุณควรใช้การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นเมื่อคุณทราบว่าการเชื่อมต่อระหว่างไคลเอนต์และเซิร์ฟเวอร์ปลอดภัยเท่านั้น เชื่อมต่อผ่านสายเฉพาะหรือโดยใช้การเข้ารหัส SSL และ Transport Layer Security (TLS) ตัวอย่างเช่น หากต้องการใช้การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นกับ WebDAV คุณควรตั้งค่าการเข้ารหัส SSL

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับรองความถูกต้องเบื้องต้น ให้ดูที่ การรับรองความถูกต้องพื้นฐาน และ กำหนดค่าการรับรองความถูกต้องพื้นฐาน (IIS 7)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SSL และการรับรอง ให้ดูที่ SSL และการรับรอง

เปิดใช้การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นผ่านการเชื่อมต่อที่ไม่ใช้ SSL

สองขั้นตอนต่อไปนี้อธิบายวิธีการเปิดใช้งานโปรแกรมประยุกต์ Office 2013 และ Office 2010 เพื่อเปิดแฟ้ม Office โดยตรงจากเซิร์ฟเวอร์ที่สนับสนุนการรับรองความถูกต้องพื้นฐานผ่านการเชื่อมต่อที่ไม่ใช้ SSL เท่านั้น คุณควรปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้ก็ต่อเมื่อคุณมั่นใจว่าการเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้กับเว็บเซิร์ฟเวอร์ปลอดภัยเท่านั้น การเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลโดยตรงหรือสายสัญญาณเฉพาะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย

หมายเหตุ สำหรับโปรแกรมประยุกต์ Office 2013 และ Office 2010 จำเป็นต้องใช้ทั้งสองขั้นตอน สำหรับโปรแกรมประยุกต์ Office อื่นๆ จำเป็นต้องใช้เฉพาะขั้นตอนที่ 1 เท่านั้น

ขั้นตอนที่ 1: กำหนดค่า WebDAV Redirector บนไคลเอ็นต์
หมายเหตุจำเป็นต้องใช้ขั้นตอนนี้สำหรับโปรแกรมประยุกต์ในชุดโปรแกรม Office 2007 และใน Office 2013 และ Office 2010

บนคอมพิวเตอร์ไคลเอนต์ กำหนดค่า WebDAV Redirector เพื่อเปิดใช้งานการรับรองความถูกต้องเบื้องต้นผ่านการเชื่อมต่อที่ไม่ใช้ SSL

ข้อสำคัญ ทำตามขั้นตอนในส่วนนี้อย่างรอบคอบ อาจเกิดปัญหาร้ายแรงหากคุณแก้ไขรีจิสทรีไม่ถูกต้อง ก่อนที่จะแก้ไข สำรองรีจิสทรีสำหรับการคืนค่า ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น

Windows XP และ Windows Server 2003

หากต้องการเปิดใช้งานการรับรองความถูกต้องเบื้องต้นบนคอมพิวเตอร์แบบไคลเอ็นต์ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ regedit แล้วคลิก ตกลง
  2. ค้นหาและคลิกที่คีย์ย่อยของรีจิสทรีต่อไปนี้:
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\WebClient\Parameters
  3. บนเมนู แก้ไข ให้ชี้ไปที่ สร้าง แล้วคลิก ค่า DWORD
  4. พิมพ์ UseBasicAuth แล้วกด Enter
  5. คลิกขวาที่ UseBasicAuth แล้วคลิก ปรับเปลี่ยน
  6. ในกล่อง ข้อมูลค่า ให้พิมพ์ 1 แล้วคลิก ตกลง

    หมายเหตุการรับรองความถูกต้องเบื้องต้นจะถูกเปิดใช้งานหากรายการรีจิสทรี UseBasicAuth ถูกตั้งค่าเป็นค่าอื่นๆ ที่มิใช่ศูนย์ ระบบจะปิดใช้งานการรับรองความถูกต้องเบื้องต้นหากไม่มีรายการรีจิสทรี UseBasicAuth หรือหากตั้งค่ารายการรีจิสทรี UseBasicAuth เป็น 0 (ศูนย์) 

    การแมปมีลักษณะดังต่อไปนี้:
    0 - การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นถูกปิดใช้งาน
    1 - การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นถูกเปิดใช้งานสำหรับการเชื่อมต่อ SSL เท่านั้น
    2 - การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นถูกเปิดใช้งานสำหรับการเชื่อมต่อ SSL และการเชื่อมต่อที่ไม่ใช้ SSL
  7. ออกจาก Registry Editor จากนั้นเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ใหม่

Windows Vista, Windows 7 และ Windows 8

หากต้องการเปิดใช้งานการรับรองความถูกต้องเบื้องต้นบนคอมพิวเตอร์แบบไคลเอ็นต์ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:
  1. ใน Windows Vista หรือ Windows 7 ให้คลิก เริ่ม พิมพ์ regedit ในกล่อง เริ่มการค้นหา แล้วกด Enter

    ใน Windows 8 ให้กดปุ่ม Windows (WINKEY) + F ค้างไว้ เน้นสีที่ โปรแกรมประยุกต์ ในแถบ เมนู พิมพ์ regedit ในกล่อง ค้นหา แล้วกด Enter
  2. ค้นหาและคลิกที่คีย์ย่อยของรีจิสทรีต่อไปนี้:
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Services\WebClient\Parameters
  3. บนเมนู แก้ไข ให้ชี้ไปที่ สร้าง แล้วคลิก ค่า DWORD
  4. พิมพ์ BasicAuthLevel แล้วกด Enter
  5. คลิกขวาที่ BasicAuthLevel แล้วคลิก ปรับเปลี่ยน
  6. ในกล่อง ข้อมูลค่า พิมพ์ 2 แล้วคลิก ตกลง

    หมายเหตุ การแมปมีลักษณะดังต่อไปนี้:
    0 - การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นถูกปิดใช้งาน
    1 - การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นถูกเปิดใช้งานสำหรับการเชื่อมต่อ SSL เท่านั้น
    2 - การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นถูกเปิดใช้งานสำหรับการเชื่อมต่อ SSL และการเชื่อมต่อที่ไม่ใช้ SSL
  7. ออกจาก Registry Editor จากนั้นเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ใหม่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำหนดค่าตัวเปลี่ยนเส้นทาง WebDAV ให้เปิดใช้งานการรับรองความถูกต้องเบื้องต้น ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความดังกล่าวใน Microsoft Knowledge Base:
841215 ข้อความแสดงข้อผิดพลาดเมื่อคุณพยายามเชื่อมต่อกับไลบรารีเอกสาร SharePoint ของ Windows: "เกิดข้อผิดพลาดของระบบ 5"
ขั้นตอนที่ 2: ปรับปรุงริจิสทรีบนไคลเอ็นต์
หมายเหตุ จำเป็นต้องใช้ขั้นตอนนี้สำหรับโปรแกรมประยุกต์ Office 2013 และ Office 2010

บนคอมพิวเตอร์แบบไคลเอ็นต์ ให้เพิ่มคีย์รีจีสทรี BasicAuthLevel และค่าที่เหมาะสม โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

ข้อสำคัญ ทำตามขั้นตอนในส่วนนี้อย่างรอบคอบ อาจเกิดปัญหาร้ายแรงหากคุณแก้ไขรีจิสทรีไม่ถูกต้อง ก่อนที่จะแก้ไข สำรองรีจิสทรีสำหรับการคืนค่า ในกรณีที่เกิดปัญหาขึ้น
  1. เริ่มตัวแก้ไขรีจิสทรี
    • ใน Windows 8 ให้กดปุ่ม Windows (WINKEY) + F ค้างไว้ เน้นสีที่ โปรแกรมประยุกต์ ในแถบ เมนู พิมพ์ regedit ในกล่อง ค้นหา แล้วกด Enter หากคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลระบบหรือสำหรับการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือแสดงการยืนยัน
    • ใน Windows 7 หรือใน Windows Vista ให้คลิก เริ่ม พิมพ์ regedit ในกล่อง เริ่มการค้นหา แล้วกด Enter หากคุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่รหัสผ่านของผู้ดูแลระบบหรือสำหรับการยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือแสดงการยืนยัน
    • ใน Windows XP ให้คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ regedit แล้วคลิก ตกลง

  2. ระบุตำแหน่งแล้วคลิกรีจิสทรีซับคีย์อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:

    สำหรับ Office 2010
    HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\14.0\Common\Internet

    สำหรับ Office 2013
    HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\15.0\Common\Internet
  3. บนเมนู แก้ไข ให้ชี้ไปที่ สร้าง แล้วคลิก ค่า DWORD
  4. พิมพ์ BasicAuthLevel แล้วกด Enter
  5. คลิกขวาที่ BasicAuthLevel แล้วคลิก ปรับเปลี่ยน
  6. ในกล่อง ข้อมูลค่า พิมพ์ 2 แล้วคลิก ตกลง

    หมายเหตุ การแมปมีลักษณะดังต่อไปนี้:
    0 - การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นถูกปิดใช้งาน
    1 - การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นถูกเปิดใช้งานสำหรับการเชื่อมต่อ SSL เท่านั้น
    2 - การรับรองความถูกต้องเบื้องต้นถูกเปิดใช้งานสำหรับการเชื่อมต่อ SSL และการเชื่อมต่อที่ไม่ใช้ SSL
  7. ออกจาก Registry Editor จากนั้นเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ใหม่

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 2123563 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 8 มีนาคม 2557 - Revision: 10.0
ใช้กับ
  • Microsoft Office Professional 2013
  • Microsoft Office Standard 2013
  • Microsoft Office Home and Business 2013
  • Microsoft Office Home and Student 2013
  • Microsoft Office Standard 2010
  • Microsoft Office Professional 2010
  • Microsoft Office Professional Plus 2010
  • 2007 Microsoft Office Suite Service Pack 1
  • 2007 Microsoft Office Suite Service Pack 2
Keywords: 
kbfixme kbmsifixme kbcip KB2123563

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com