วิธีการเรียกคืนอักษรระบุไดรฟ์ระบบ/บูตใน Windows

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 223188 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

สรุป

คำเตือน ห้ามใช้ขั้นตอนที่อธิบายไว้ในบทความนี้เพื่อเปลี่ยนไดรฟ์ในคอมพิวเตอร์โดยที่ไม่ได้เปลี่ยนอักษรระบุไดรฟ์ หากทำเช่นนั้น คุณอาจไม่สามารถเริ่มระบบปฏิบัติการได้ ทำตามขั้นตอนที่อธิบายไว้ในบทความนี้เพื่อแก้ไขจากการเปลี่ยนอักษรระบุไดรฟ์เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนไดรฟ์ที่มีอยู่ของคอมพิวเตอร์ไปเป็นอย่างอื่น แบ็คอัปคีย์รีจิสตรีก่อนที่จะทำการแก้ไขนี้

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
249321 จะไม่สามารถล็อกอินได้หากอักษรระบุไดรฟ์ของพาร์ทิชันสำหรับบูตได้รับการแก้ไข (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)
บทความนี้อธิบายถึงวิธีการเปลี่ยนอักษรระบุไดรฟ์ระบบหรือบูตใน Windows สำหรับส่วนใหญ่แล้ว ซึ่งไม่แนะนำ โดยเฉพาะหากอักษรระบุไดรฟ์เหมือนกับเมื่อตอนติดตั้ง Windows สถานการณ์เดียวที่คุณอาจต้องทำเช่นนี้ คือเมื่ออักษรระบุไดรฟ์เปลี่ยนไปโดยที่ผู้ใช้ไม่ได้ทำอะไร ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้เมื่อคุณแบ่งวอลุ่มที่เป็นมิเรอร์ หรือมีการแก้ไขการกำหนดค่าของไดรฟ์ ซึ่งโอกาสในการเกิดขึ้นมีน้อยมาก และคุณควรเปลี่ยนอักษรระบุไดรฟ์กลับเพื่อให้ตรงกับการติดตั้งเริ่มต้น

การเปลี่ยนหรือสลับอักษรระบุไดรฟ์ในวอลุ่มที่ไม่สามารถถูกเปลี่ยนโดยใช้ Disk Management ใช้ขั้นตอนต่อไปนี้

หมายเหตุ ในขั้นตอนเหล่านี้ ไดรฟ์ D อ้างถึงอักษรระบุไดรฟ์ (ที่ผิด) ซึ่งกำหนดให้วอลุ่ม และไดรฟ์ C อ้างถึงอักษรระบุไดรฟ์ (ใหม่) ที่คุณต้องการแก้ไข หรือเพื่อกำหนดให้วอลุ่ม

ขั้นตอนนี้สลับอักษรระบุไดรฟ์สำหรับไดรฟ์ C และ D หากคุณไม่ต้องการสลับอักษรระบุไดรฟ์ ให้กำหนดชื่อ \DosDevice\letter: ไปเป็นอักษรระบุไดรฟ์ใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้

้เปลี่ยนอักษรของไดรฟ์ระบบ/บูต

คำเตือน อาจเกิดปัญหาร้ายแรง หากคุณแก้ไขรีจิสตรีไม่ถูกต้อง โดยใช้ Registry Editor หรือโดยใช้วิธีอื่น ซึ่งคุณอาจต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ไมโครซอฟท์ไม่อาจรับประกันได้ว่าปัญหาจะสามารถแก้ไขได้ คุณต้องยอมรับความเสี่ยงในการแก้ไขรีจิสตรีด้วยตนเอง
  1. แบ็คอัประบบทั้งหมดของคอมพิวเตอร์รวมทั้งสถานะระบบเสียก่อน
  2. ล็อกอินเป็นผู้ดูแลระบบ
  3. เริ่มต้น Regedt32.exe
  4. ไปที่รีจิสตรีคีย์ต่อไปนี้:
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\MountedDevices
  5. คลิก MountedDevices
  6. ในเมนู Security ให้คลิกที่ Permissions
  7. ตรวจดูว่าผู้ดูแลระบบมีสิทธิควบคุมทั้งหมด เปลี่ยนกลับเมื่อคุณเสร็จสิ้นขั้นตอนต่างๆ ต่อไปนี้
  8. ออกจาก Regedt32.exe แล้วเปิด Regedit.exe
  9. ระบุรีจิสตรีคีย์ต่อไปนี้:
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\MountedDevices
  10. ค้นหาอักษรระบุไดรฟ์ที่คุณต้องการเปลี่ยนเป็น (อักษรใหม่) ค้นหา "\DosDevices\C:"
  11. คลิกขวาที่\DosDevices\C:แล้วคลิกRename

    หมายเหตุ คุณต้องใช้ Regedit แทน Regedt32 เพื่อเปลี่ยนชื่อคีย์รีจิสตรีนี้
  12. เปลี่ยนชื่อเป็นอักษะระบุไดรฟ์ที่ยังไม่ได้ใช้ "\DosDevices\Z:"

    ซึ่งจะทำให้อักษรระบุไดรฟ์ C ว่าง
  13. ค้นหาอักษรระบุไดรฟ์ที่คุณต้องการแก้ไข ค้นหา "\DosDevices\D:"
  14. คลิกขวาที่"\DosDevices\D:"แล้วคลิกRename
  15. เปลี่ยนชื่อเป็นอักษรระบุไดรฟ์ที่เหมาะสม (ใหม่) "\DosDevices\C:"
  16. คลิกที่ค่าสำหรับ \DosDevices\Z: คลิก Rename แล้วตั้งชื่อกลับเป็น "\DosDevices\D:"
  17. ออกจาก Regedit แล้วเปิด Regedt32
  18. เปลี่ยนสิทธิกลับเป็นการตั้งค่าก่อนหน้าสำหรับผู้ดูแลระบบ (ซึ่งอาจเป็นอ่านอย่างเดียว)
  19. เริ่มต้นคอมพิวเตอร์ใหม่

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 223188 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 10 สิงหาคม 2549 - Revision: 5.1
ใช้กับ
  • Microsoft Windows XP Home Edition
  • Microsoft Windows XP Professional Edition
  • Microsoft Windows 2000 Server
  • Microsoft Windows 2000 Advanced Server
  • Microsoft Windows 2000 Professional Edition
  • Microsoft Windows 2000 Datacenter Server
  • Microsoft Windows Server 2003, 64-Bit Datacenter Edition
  • Microsoft Windows Server 2003, Enterprise x64 Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Datacenter Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Enterprise Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Standard Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Web Edition
Keywords: 
kbhowtomaster kbenv KB223188

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com