ไม่สามารถย้ายหรือเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ Documents and Settings ได้

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 236621 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ข้อมูลสำคัญ บทความนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปรับเปลี่ยนรีจิสทรี โปรดสำรองรีจิสทรีไว้ก่อนที่จะปรับเปลี่ยน โปรดทำความเข้าใจกับวิธีการคืนค่ารีจิสทรีในกรณีที่เกิดปัญหา สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการสำรองข้อมูล คืนค่า และปรับเปลี่ยนรีจิสทรี โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้ เพื่อดูบทความฐานความรู้ของ Microsoft:
256986 คำอธิบายเกี่ยวกับรีจิสทรีของ Microsoft Windows
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

อาการ

หากคุณพยายามย้ายหรือเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ "Documents and Settings" ใน Windows คุณจะได้รับข้อความแจ้งข้อผิดพลาดต่อไปนี้:
"Documents and Settings is a Windows system folder and is required for Windows to run properly. It cannot be moved or renamed."

สาเหตุ

การทำงานนี้เกิดจากการออกแบบ

การแก้ไข

เพื่อกำหนดโฟลเดอร์อื่นๆ สำหรับโฟลเดอร์ "Documents and Settings" ระหว่างการติดตั้ง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ใช้ /UNATTEND สลับกับ Winnt.exe หรือ Winnt32.exe และเพิ่มรายการต่อไปนี้ลงในไฟล์ Unattend.txt file โดยที่ z:\foldername คือพาธและชื่อโฟลเดอร์ที่คุณต้องการ:
    [GuiUNattended]
    ProfilesDir = z:\foldername
  2. ติดตั้ง Windows พาธที่คุณกำหนดไว้ในไฟล์ Unattend.txt จะถูกนำมาใช้งานแทนโฟลเดอร์ "Documents and Settings" ซึ่งเป็นโฟลเดอร์ดีฟอลต์
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้ง Windows 2000 แบบผู้ใช้ไม่ต้องใส่ข้อมูล ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความในฐานความรู้ของ Microsoft:
183245 เปลี่ยนไปเป็น Windows 2000 บรรทัดคำสั่ง Winnt[32].exe แบบผู้ใช้ไม่ต้องใส่ข้อมูล (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)

ข้อมูลเพิ่มเติม

หมายเหตุ: ส่วนต่อไปนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดค่าคอนฟิกที่ Microsoft ไม่สนับสนุน เราให้ข้อมูลนี้เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น Microsoft ไม่รับประกันว่าการกำหนดค่าคอนฟิกนี้จะทำงานได้อย่างถูกต้อง

คำเตือน: ไมโครซอฟท์แนะนำให้คุณห้ามเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ระบบใดๆ โดยอาจทำให้เกิดระบบล้มเหลวอย่างรุนแรง หรือคอมพิวเตอร์ไม่เสถียรขึ้นได้ หากคุณเปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ระบบ หากต้องการดำเนินการ ควรทำการสำรองไฟล์ระบบก่อนพยายามทำขั้นตอนนี้

การเปลี่ยนชื่อหรือย้ายโฟลเดอร์ "Documents and Settings" ให้ใช้วิธีการที่ถูกต้อง

ผู้ใช้กำหนด

คำเตือน อาจเกิดปัญหาร้ายแรง หากคุณปรับเปลี่ยนรีจิสทรีไม่ถูกต้องโดยใช้ Registry Editor หรือโดยใช้วิธีอื่น คุณอาจต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ Microsoft ไม่รับประกันว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ คุณต้องยอมรับความเสี่ยงในการปรับเปลี่ยนรีจิสทรีด้วยตนเอง
หมายเหตุ: วิธีการนี้ไม่มีการเปลี่ยนตำแหน่งองค์ประกอบหลักของ Windows ใช้วิธีการนี้หากคุณต้องการย้ายเฉพาะข้อมูลที่ผู้ใช้กำหนดเท่านั้น

การกำหนดโฟลเดอร์อื่นๆ สำหรับโฟลเดอร์ "Documents and Settings" หลังจากการติดตั้ง Windows ให้ผู้ใช้ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ระบุพาธโปรไฟล์ของผู้ใช้ มีสองวิธีการในการระบุพาธของโปรไฟล์ อาจทำได้โดยการกำหนดพาธของผู้ใช้หรือ SID ผู้ใช้ ควรเลือกใช้วิธีการ SID ผู้ใช้
    • วิธีการ SID ผู้ใช้
      1. ใช้เครื่องมือ GETSID จาก Windows Server Resource Kit เพื่อรับค่า SID ใช้รูปแบบคำสั่งเหมือนกับตัวอย่างต่อไปนี้:
        GETSID \\SERVER1 UserName \\SERVER1 UserName
      2. เมื่อคุณได้รับ SID แล้ว ใช้คำสั่ง Regedit.exe หรือ Regedt32.exe เพื่อเลือก SID ของผู้ใช้ภายใต้รีจิสทรีคีย์ต่อไปนี้:
        HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\ProfileList
    • การตั้งค่าพาธของผู้ใช้
      1. ล็อกออนเข้าสู่คอมพิวเตอร์ในฐานะผู้ใช้ แล้วพิมพ์ SET ที่พรอมต์คำสั่ง บันทึกการตั้งค่าสำหรับ USERPROFILE แล้วปิดวินโดว์พรอมต์คำสั่ง
      2. ล็อกออนเป็นผู้ดูแลระบบ (Administrator) ของคอมพิวเตอร์
      3. ใช้ Registry Editor เพื่อเพิ่มการตั้งค่า USERPROFILE ไปยังรีจิสทรีคีย์ต่อไปนี้:
        HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\ProfileList
      4. คลิกรีจิสทรีคีย์ แล้วคลิก Find ที่เมนู Edit
      5. ในช่อง Find ให้พิมพ์ค่าของการตั้งค่า USERPROFILE แล้วคลิก Find Next
  2. เปลี่ยนค่า ProfileImagePath เพื่อใช้พาธใหม่ที่คุณต้องการในรีจิสทรีคีย์ HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\ProfileList
  3. ปิด Registry Editor แล้วล็อกออนเป็นผู้ใช้ พิมพ์ SET ที่พรอมต์คำสั่งเพื่อตรวจสอบว่าพาธได้เปลี่ยนไปแล้วหรือไม่

Entire Folder

หมายเหตุ: วิธีการนี้จะย้ายตำแหน่งองค์ประกอบหลักของ Windows ใช้วิธีการนี้เฉพาะเมื่อคุณต้องการย้ายหรือตั้งชื่อโฟลเดอร์ "Documents and Settings" ใหม่ และไม่สามารถใช้ไฟล์ Unattend.txt เพื่อเปลี่ยนชื่อระหว่างการติดตั้งได้

การกำหนดโฟลเดอร์อื่นๆ สำหรับโฟลเดอร์ "Documents and Settings" ทั้งโฟลเดอร์ รวมถึงองค์ประกอบหลักของระบบ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ล็อกออนเข้าใช้เครื่องเป็นผู้ดูแลระบบ
  2. สร้างโฟลเดอร์ใหม่
  3. เปิดโฟลเดอร์ "Documents and Settings" ปัจจุบัน
  4. ที่เมนู Tools คลิก Folder Options แล้วคลิกแท็บ View
  5. ภายใต้ Advanced settings คลิก Show hidden files and folders แล้วคลิกเพื่อยกเลิกการเลือกช่องทำเครื่องหมาย Hide file extensions for known file types และ Hide protected operating system files
  6. คลิก OK
  7. คลิกแล้วลากเพื่อคัดลอกโฟลเดอร์ทั้งหมดไปยังโฟลเดอร์ใหม่ ยกเว้นแต่โฟลเดอร์ของผู้ใช้ที่กำลังล็อกออน
  8. ใน Control Panel ให้ดับเบิลคลิก System แล้วคลิกแท็บ User Profiles
  9. คัดลอกโปรไฟล์ของผู้ใช้ปัจจุบันไปยังโฟลเดอร์ใหม่
  10. คลิก OK ปิด Control Panel แล้วล็อกออฟ จากนั้นจึงล็อกออนเป็นผู้ดูแลระบบอีกครั้ง
  11. ใน Registry Editor ให้คลิก Find ที่เมนู Edit
  12. พิมพ์ documents and settings แล้วคลิก Find
  13. แทนที่ค่าข้อมูลหรือตั้งชื่อค่าใหม่ให้ค่า หรือรีจิสทรีคีย์ไปยังพาธใหม่สำหรับแต่ละและทุกๆ รีจิสทรีคีย์และค่าที่มีค่าพาธเดิมหมายเหตุ: ต้องทำการเปลี่ยนแปลงนี้ให้เสร็จสมบูรณ์เสียก่อนสำหรับทุกๆ อินสแตนซ์ที่ปรากฏในรีจิสทรี มิฉะนั้นคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถเริ่มทำงานได้ โดยต้องอัปเดทรีจิสทรีคีย์ทั้งหมดและค่าต่างๆ ด้วยพาธใหม่นี้

  14. เริ่มต้นคอมพิวเตอร์ใหม่
  15. ขณะนี้คุณสามารถลบโฟลเดอร์ "Documents and Settings" เดิมได้อย่างปลอดภัยแล้ว
หมายเหตุ หากคุณค้นหา "Documents and Settings" ในรีจิสทรี คุณจะพบค่าสายอักขระในคีย์ย่อยต่อไปนี้:
HKLM\system\controlset001\control\hivelist
ค่าสายอักขระนี้คือ \Device\HarddiskVolume#\Documents and Settings อย่าเปลี่ยนแปลงค่าสายอักขระนี้ หลังจากที่คุณค้นหา "Documents and Settings" เรียบร้อยแล้ว ควรค้นหาชื่อแฟ้มแบบสั้นที่ชื่อ "Docume~1" ด้วย เปลี่ยนแปลงเส้นทางสำหรับผลการค้นหาเหล่านั้น

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 236621 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 13 ธันวาคม 2550 - Revision: 5.4
ใช้กับ
  • Microsoft Windows Server 2003 Standard Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Datacenter Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Enterprise Edition
  • Microsoft Windows 2000 Server
  • Microsoft Windows 2000 Advanced Server
  • Microsoft Windows 2000 Professional Edition
  • Microsoft Windows 2000 Datacenter Server
Keywords: 
kberrmsg kbui kbprb KB236621

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com