ตัวตรวจสอบการสะกดไม่ตั้งค่าสถานะคำที่สะกดผิดใน Word 2007

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 2662392 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

อาการ

อาการ 1

เมื่อคุณพิมพ์คำที่สะกดผิดใน Microsoft Office Word 2007 คำที่สะกดผิดไม่ถูกตั้งค่าสถานะโดยตัวตรวจสอบการสะกด

อาการ 2

เมื่อคุณคลิกปุ่ม การสะกด & ไวยากรณ์ ในกลุ่ม การพิสูจน์อักษร บนแท็บ ตรวจทาน ใน Word 2007 ข้อความใดข้อความหนึ่งต่อไปนี้ปรากฏขึ้น:
  • การตรวจการสะกดและไวยากรณ์เสร็จสมบูรณ์
  • ไม่มีการติดตั้งเครื่องมือพิสูจน์อักษรสำหรับ <ภาษาเริ่มต้น> ให้ลองติดตั้งเครื่องมือพิสูจน์อักษรใหม่
 อาการนี้เกิดขึ้นใน Microsoft Word รุ่นอื่นหรือไม่

หากต้องการดูข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้ใน Microsoft Word รุ่นอื่น คลิกลิงก์ด้านล่างนี้:

ตัวตรวจสอบการสะกดไม่ตั้งค่าสถานะคำที่สะกดผิดใน Word 2010

สาเหตุ

ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งต่อไปนี้:
  • ไม่มีการติดตั้งเครื่องมือพิสูจน์อักษร
  • Add-in ตัวตรวจการสะกด th-TH ถูกปิดใช้งาน
  • กล่องกาเครื่องหมาย ไม่ตรวจการสะกดหรือไวยากรณ์ ถูกเลือกไว้
  • ภาษาอื่นถูกตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้น
  • มีรายการต่อไปนี้อยู่ในรีจิสทรี:
    HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Shared Tools\ProofingTools\1.0\Override\en-US

การแก้ไข

ขอแนะนำให้คุณปฏิบัติตามวิธีการที่ให้ไว้ในบทความนี้ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากคุณได้ทดลองใช้วิธีการดังกล่าวหนึ่งวิธีก่อนหน้านี้แล้วเพื่อแก้ไขปัญหานี้และไม่ประสบผลสำเร็จ คุณสามารถข้ามไปใช้อีกวิธีหนึ่งจากรายการได้อย่างรวดเร็ว:

วิธีที่ 1: ติดตั้งเครื่องมือพิสูจน์อักษร

  1. ออกจากโปรแกรมทั้งหมด
  2. คลิก เริ่ม และคลิก แผงควบคุม
  3. ใน Windows Vista ให้คลิกสองครั้งที่ โปรแกรมและคุณลักษณะ ใน Windows รุ่นก่อนหน้า ให้คลิกสองครั้งที่ เพิ่มหรือเอาโปรแกรมออก
    ใน Windows 7 ภายใต้ โปรแกรม ให้คลิก ถอนการติดตั้งโปรแกรม
  4. คลิก Microsoft Office Edition จากนั้นคลิก เปลี่ยน

    หมายเหตุ ในขั้นตอนนี้และในขั้นตอนต่อไป ตัวยึด Edition จะแทน Microsoft Office รุ่นที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์
  5. ในกล่องโต้ตอบ Microsoft Office Edition คลิก เพิ่มหรือเอาคุณลักษณะออก จากนั้นคลิก ดำเนินการต่อ
  6. ขยาย คุณลักษณะที่ใช้ร่วมกันของ Office คลิกที่ไอคอนที่ด้านซ้ายของ เครื่องมือพิสูจน์อักษร แล้วคลิก เรียกใช้ทั้งหมดจากคอมพิวเตอร์ของฉัน

วิธีที่ 2: เปิดใช้งาน Add-in ตัวตรวจการสะกด th-TH

  1. ใน Word คลิกปุ่ม Office แล้วคลิก ตัวเลือกของ Word
  2. ทางด้านซ้าย คลิก Add-In
  3. ที่ด้านล่างของกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของ Word ในส่วน จัดการ ให้เลือกลูกศรแบบหล่นลงและเปลี่ยนส่วนที่เลือกจาก COM Add-ins เป็น รายการที่ถูกปิดใช้งาน แล้วคลิก ไป
  4. ในกล่องโต้ตอบ รายการที่ถูกปิดใช้งาน ให้ตรวจสอบว่ามี ตัวตรวจการสะกด th-TH (nlsdata0009.dll) ในช่อง เลือกรายการที่ต้องการเปิดใช้งานอีก หรือไม่
  5. คลิก ตัวตรวจการสะกด th-TH (nlsdata0009.dll) ถ้าแสดงอยู่ในรายการ จากนั้นคลิก เปิดใช้งาน
  6. คลิก ปิด เพื่อออกจาก รายการที่ถูกปิดใช้งาน แล้วคลิก ตกลง เพื่อออกจาก ตัวเลือกของ Word

วิธีที่ 3: เปิดใช้งานการตรวจการสะกดขณะพิมพ์

  1. คลิกปุ่ม Office แล้วเลือก ตัวเลือกของ Word
  2. ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของ Word เลือก การพิสูจน์อักษร
  3. ตรวจสอบว่าได้เปิดใช้งาน การตรวจสอบการสะกดขณะพิมพ์ ในส่วน เมื่อแก้ไขการสะกดและไวยากรณ์ใน Word
  4. ตรวจสอบว่าได้ล้างกล่องกาเครื่องหมายในส่วน ข้อยกเว้นสำหรับ
  5. คลิก ตกลง เพื่อบันทึกและออกจาก ตัวเลือกของ Word

วิธีที่ 4: เลือกภาษาที่ต้องการ และล้างกล่องกาเครื่องหมาย "ไม่ตรวจการสะกดหรือไวยากรณ์"

  1. เลือกทั้งเอกสาร Word
  2. คลิกแท็บ ตรวจทาน
  3. บนแท็บ ตรวจทาน คลิก กำหนดภาษา
  4. ในกล่องโต้ตอบภาษา ให้คลิกภาษาที่คุณต้องการ แล้วคลิก ตกลง
  5. ถ้ามีเครื่องหมายถูกถัดจากกล่องกาเครื่องหมาย ไม่ตรวจการสะกดหรือไวยากรณ์ ให้คลิกเพื่อล้างกล่องกาเครื่องหมาย
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2690299



วิธีที่ 5: ใช้ แก้ไขปัญหา เพื่อปรับเปลี่ยนรีจิสทรี


สิ่งสำคัญ
 บทความนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปรับเปลี่ยน รีจิสทรี ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้สำรองรีจิสทรีก่อนที่จะปรับเปลี่ยนรีจิสทรี ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณรู้วิธีการคืนค่ารีจิสทรีหากเกิดปัญหาขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสำรองข้อมูล คืนค่า และปรับเปลี่ยนรีจิสทรี ให้คลิกการเชื่อมโยงต่อไปนี้เพื่อดูบทความ Windows ออนไลน์:
เมื่อคุณต้องการให้เราเอารีจิสทรีคีย์ที่เกี่ยวข้องออกจากรีจิสทรี ให้ไปที่ส่วน "แก้ไขปัญหาให้ฉัน" ถ้าคุณต้องการแก้ไขปัญหานี้ด้วยตนเอง โปรดไปที่ส่วน "ให้ฉันแก้ไขด้วยตนเอง"

แก้ไขปัญหาให้ฉัน

เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้โดยอัตโนมัติ ให้คลิกที่ปุ่มหรือการเชื่อมโยง แก้ไขปัญหา คลิก เรียกใช้ ในกล่องโต้ตอบ ดาวน์โหลดแฟ้ม และปฏิบัติตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้าง แก้ไขปัญหา

แก้ไขปัญหานี้
Microsoft Fix it 50546

หมายเหตุ
  • ตัวช่วยสร้างนี้อาจมีเฉพาะภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขอัตโนมัติจะทำงานกับ Windows รุ่นภาษาอื่นด้วย
  • ถ้าคุณไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องที่มีปัญหา ให้บันทึกโซลูชัน แก้ไขปัญหา ไปยังแฟลชไดรฟ์หรือซีดี จากนั้นเรียกใช้บนคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา

จากนั้นไปที่ส่วน "วิธีนี้แก้ไขปัญหาได้หรือไม่"



ให้ฉันแก้ไขด้วยตนเอง

เมื่อต้องการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก เรียกใช้
  2. ในกล่องเปิด พิมพ์ REGEDIT แล้ว กด Enter
  3. ค้นหาและคลิกขวาที่คีย์ย่อยของรีจิสทรีต่อไปนี้:
    HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Shared Tools\Proofing Tools\1.0\Override
  4. คลิก ลบ
  5. ออกจากตัวแก้ไขรีจิสทรี
  6. ออก จากนั้น เริ่มการทำงานของ Word ใหม่

วิธีนี้แก้ไขปัญหาได้หรือไม่

  • ตรวจสอบว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วหรือไม่ ถ้าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว คุณดำเนินการส่วนนี้เสร็จสิ้นแล้ว ถ้าปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข คุณสามารถ ติดต่อฝ่ายสนับสนุน
  • เรายินดีรับคำติชมของคุณ หากต้องการแสดงคำติชมหรือรายงานปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการแก้ไขนี้ คุณสามารถฝากความคิดเห็นไว้ในบล็อก "แก้ไขปัญหาให้ฉัน" หรือส่ง ข้อความอีเมล ถึงเรา

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 2662392 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 15 มีนาคม 2555 - Revision: 2.0
ใช้กับ
  • Microsoft Office Word 2007
Keywords: 
kbfixme kbmsifixme KB2662392

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com