ข้อผิดพลาดในการติดตั้ง .NET framework 3.5:0x800F0906, 0x800F081F, 0x800F0907

การแปลบทความ การแปลบทความ

ในบทความนี้

Show all imageแสดงทั้งหมดHide all imageซ่อนทั้งหมด
ปัญหานี้จะเกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามติดตั้ง Microsoft .NET Framework 3.5 บนคอมพิวเตอร์ที่กำลังเรียกใช้ Windows 8.1, Windows Server 2012 R2, Windows 8 หรือ Windows Server 2012

การแก้ปัญหาสำหรับรหัสข้อผิดพลาด 0x800F0906

รหัสข้อผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเนื่องจากคอมพิวเตอร์ไม่สามารถดาวน์โหลดแฟ้มที่ต้องการจาก Windows Update ได้

วิธีที่ 1:ตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณ

ลักษณะเช่นนี้อาจเกิดจากการกำหนดค่าเครือข่าย พร็อกซี หรือไฟร์วอลล์ หรือเกิดจากความล้มเหลวของเครือข่าย พร็อกซี หรือไฟร์วอลล์หากต้องการแก้ปัญหานี้ ให้ลองเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ Microsoft Update

หากคุณไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์นี้ได้ ให้ตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของคุณ หรือติดต่อผู้ดูแลระบบเครือข่ายเพื่อพิจารณาว่ามีการกำหนดค่าที่บล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์นี้หรือไม่

วิธีที่ 2:กำหนดค่าการตั้งค่านโยบายกลุ่ม

ลักษณะการทำงานเช่นนี้ยังอาจเกิดขึ้นได้จากผู้ดูแลระบบที่กำหนดค่าให้คอมพิวเตอร์ใช้ Windows Server Update Services (WSUS) แทนเซิร์ฟเวอร์ Microsoft Windows Update สำหรับการให้บริการในกรณีนี้ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบของคุณและขอให้ผู้ดูแลระบบดังกล่าวเปิดใช้งานการตั้งค่านโยบายกลุ่ม ระบุการตั้งค่าสำหรับการติดตั้งคอมโพเนนต์เสริมและการซ่อมแซมคอมโพเนนต์ และกำหนดค่า สลับเส้นทางแฟ้มต้นทาง หรือเลือกตัวเลือก ติดต่อ Windows Update โดยตรงเพื่อดาวน์โหลดเนื้อหาการซ่อมแซมแทน Windows Server Update Services (WSUS)

เมื่อต้องการกำหนดการตั้งค่านโยบายกลุ่ม ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. เริ่มตัวแก้ไขนโยบายกลุ่มภายใน หรือคอนโซลการจัดการนโยบายกลุ่ม

    Windows 8 และ Windows Server 2012:ชี้ไปที่มุมด้านขวาบนของหน้าจอ คลิก ค้นหา พิมพ์ นโยบายกลุ่ม คลิก การตั้งค่า แล้วคลิก แก้ไขนโยบายกลุ่ม
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    เริ่มการทำงานของนโยบายกลุ่มใน Windows 8


    Windows 8.1 และ Windows Server 2012 R2:ชี้ไปที่มุมบนขวาบนของหน้าจอ คลิก ค้นหา พิมพ์ นโยบายกลุ่ม แล้วคลิก แก้ไขนโยบายกลุ่ม
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    เปิดนโยบายกลุ่มใน Windows 8.1
  2. ขยาย การกำหนดค่าคอมพิวเตอร์ ขยาย แม่แบบระดับการดูแล แล้วเลือก ระบบภาพหน้าจอสำหรับขั้นตอนนี้แสดงไว้ด้านล่าง
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    ภาพหน้าจอสำหรับขั้นตอนนี้
  3. เปิดการตั้งค่านโยบายกลุ่ม ระบุการตั้งค่าสำหรับการติดตั้งส่วนประกอบเพิ่มเติมและการซ่อมแซมส่วนประกอบ แล้วเลือก เปิดใช้งานภาพหน้าจอสำหรับขั้นตอนนี้แสดงไว้ด้านล่าง
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    ภาพหน้าจอสำหรับขั้นตอนนี้
  4. หากคุณต้องการระบุแฟ้มต้นฉบับอื่น ในกล่อง เส้นทางแฟ้มต้นฉบับอื่น ให้ระบุเส้นทางแบบเต็มของโฟลเดอร์ที่ใช้ร่วมกันที่มีเนื้อหาของโฟลเดอร์ \sources\sxs จากสื่อการติดตั้ง
    ตัวอย่างของเส้นทางโฟลเดอร์ที่ใช้ร่วมกัน:\\server_name\share\Win8sxs
    หรือระบุแฟ้ม WIMเมื่อต้องการระบุแฟ้ม WIM ให้เป็นตำแหน่งที่ตั้งแฟ้มต้นฉบับอื่น ให้เพิ่มคำนำหน้า WIM:ให้กับเส้นทาง แล้วเพิ่มดัชนีของภาพที่คุณต้องการใช้ในแฟ้ม WIM เป็นส่วนต่อท้าย
    ตัวอย่างของเส้นทางแฟ้ม WIM:\\server_name\share\install.wim:3
    หมายเหตุ ในตัวอย่างนี้ 3 แสดงแทนดัชนีของอิมเมจซึ่งพบแฟ้มคุณลักษณะเหล่านี้
  5. หากจำเป็นต้องดำเนินการนี้ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ติดต่อ Windows Update โดยตรงเพื่อดาวน์โหลดเนื้อหาที่ซ่อมแซมแทนการเลือก Windows Server Update Services (WSUS)
  6. แตะหรือคลิก ตกลง
  7. ที่พร้อมท์คำสั่งด้วยสิทธิ์ผู้ดูแล ให้พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ แล้วกด Enter เพื่อนำนโยบายดังกล่าวไปใช้ทันที:
    gpupdate /force

วิธีที่ 3:ใช้สื่อการติดตั้ง Windows

คุณสามารถใช้สื่อการติดตั้ง Windows เป็นต้นทางของแฟ้มได้เมื่อคุณเปิดใช้งานคุณลักษณะ .NET Framework 3.5หากต้องการดำเนินการเช่นนี้ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ใส่สื่อการติดตั้ง Windows
  2. ที่พร้อมท์คำสั่งด้วยสิทธิ์ผู้ดูแล ให้เรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้:
    Dism /online /enable-feature /featurename:NetFx3 /All /Source:<ไดรฟ์>:\sources\sxs /LimitAccess
    หมายเหตุ: ในคำสั่งนี้ ไดรฟ์ เป็นพื้นที่ที่สำรองไว้ให้อักษรของไดรฟ์สำหรับไดรฟ์ดีวีดีหรือสำหรับสื่อการติดตั้ง Windows 8<>ตัวอย่างเช่น คุณเรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้:
    Dism /online /enable-feature /featurename:NetFx3 /All /Source:D:\sources\sxs /LimitAccess

วิธีที่ 4:ขั้นตอนอื่นสำหรับ Windows Server 2012 และ R2 Windows Server 2012

ใน Windows Server 2012 และ Windows Server 2012 R2 คุณยังสามารถระบุต้นทางอื่นได้โดยใช้ Windows PowerShell cmdlts หรือโดยใช้ เพิ่มตัวช่วยสร้างบทบาทและคุณลักษณะ

เมื่อต้องการใช้ Windows PowerShell ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. ใส่สื่อการติดตั้ง Windows
  2. ในหน้าต่างคำสั่ง Windows PowerShell ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแล ให้เรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้:
    Install-WindowsFeature –name NET-Framework-Core –source <ไดรฟ์>:\sources\sxs
    หมายเหตุ: ในคำสั่งนี้ ไดรฟ์ เป็นพื้นที่ที่สำรองไว้ให้อักษรของไดรฟ์สำหรับไดรฟ์ดีวีดีหรือสำหรับสื่อการติดตั้ง Windows<>ตัวอย่างเช่น คุณเรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้:
    Install-WindowsFeature –name NET-Framework-Core –source D:\sources\sxs
เมื่อต้องการใช้ ตัวช่วยสร้างเพิ่มบทบาทและคุณลักษณะ ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. ใส่สื่อการติดตั้ง Windows
  2. เริ่ม ตัวช่วยสร้างเพิ่มบทบาทและคุณลักษณะ
  3. ในหน้า เลือกคุณลักษณะ ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย คุณลักษณะ .Net Framework 3.5 แล้วคลิก ถัดไป
  4. ในหน้า ยืนยันการเลือกการติดตั้ง ให้คลิกลิงก์ ระบุเส้นทางต้นทางอื่นภาพหน้าจอสำหรับขั้นตอนนี้จะแสดงไว้ข้างล่างนี้

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    image
  5. ในหน้า ระบุเส้นทางต้นทางอื่น ให้พิมพ์เส้นทางของโฟลเดอร์ SxS เป็นเส้นทางภายในเครื่องหรือเป็นเส้นทางการใช้ร่วมกันของเครือข่ายภาพหน้าจอสำหรับขั้นตอนนี้จะแสดงไว้ข้างล่างนี้

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    imageimage
  6. คลิก ตกลง
  7. คลิก ติดตั้ง เพื่อจบการทำงานของตัวช่วยสร้าง

วิธีแก้ไขปัญหาสำหรับรหัสข้อผิดพลาด 0x800F081F

รหัสข้อผิดพลาดนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อได้มีการระบุต้นทางการติดตั้งอื่นและเงื่อนไขต่อไปนี้หนึ่งข้อเป็นจริง:
  • ตำแหน่งที่ตั้งที่ระบุโดยเส้นทางไม่มีแฟ้มที่ต้องการสำหรับการติดตั้งคุณลักษณะดังกล่าว
  • ผู้ใช้ที่พยายามติดตั้งคุณลักษณะดังกล่าวไม่มีสิทธิการอ่านเป็นอย่างน้อยในตำแหน่งที่ตั้งและแฟ้ม
  • ชุดแฟ้มการติดตั้งเสียหาย ไม่สมบูรณ์ หรือไม่ถูกต้องสำหรับรุ่นของ Windows ที่คุณเรียกใช้อยู่
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ให้ตรวจสอบว่าเส้นทางแบบเต็มของต้นทางถูกต้อง (x:\sources\sxs) และคุณมีสิทธิการอ่านเป็นอย่างน้อยในตำแหน่งที่ตั้งนั้นโดยให้พยายามเข้าถึงต้นทางโดยตรงจากคอมพิวเตอร์ที่ได้รับผลกระทบตรวจสอบว่าแหล่งการติดตั้งมีชุดของแฟ้มที่ถูกต้องและสมบูรณ์หากยังเกิดปัญหาอยู่ ให้ลองใช้แหล่งการติดตั้งอื่น

วิธีแก้ปัญหาสำหรับรหัสข้อผิดพลาด 0x800F0907

รหัสข้อผิดพลาดนี้จะเกิดขึ้นหากต้นทางการติดตั้งอื่นไม่ได้ระบุไว้หรือไม่ถูกต้องและหากมีการกำหนดค่าการตั้งค่านโยบายกลุ่ม ระบุการตั้งค่าสำหรับการติดตั้งคอมโพเนนต์เสริมและการซ่อมแซมคอมโพเนนต์ เป็น "ไม่ต้องพยายามดาวน์โหลดส่วนข้อมูลจาก Windows Update"

เพื่อแก้ไขปัญหานี้ ให้ทบทวนการตั้งค่านโยบายเพื่อพิจารณาว่าเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของคุณหรือไม่หากคุณไม่ต้องการดาวน์โหลดข้อมูลปรับปรุงคุณลักษณะจาก Windows Update ให้พิจารณาการกำหนดค่า "เส้นทางแฟ้มต้นฉบับอื่น" ในการตั้งค่านโยบายกลุ่ม

หมายเหตุ คุณต้องเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ดูแลเพื่อที่จะเปลี่ยนการตั้งค่านโยบายกลุ่มบนคอมพิวเตอร์เฉพาะที่หากการตั้งค่านโยบายกลุ่มสำหรับคอมพิวเตอร์ที่คุณต้องการจัดการถูกควบคุมที่ระดับโดเมน ให้ติดต่อผู้ดูแลระบบของคุณ

หากต้องการดำเนินการเช่นนี้ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. เริ่มตัวแก้ไขนโยบายกลุ่มภายในหรือคอนโซลการจัดการนโยบายกลุ่ม ตามที่เหมาะสมในสภาพแวดล้อมของคุณ
  2. ขยาย การกำหนดค่าคอมพิวเตอร์ ขยาย แม่แบบระดับการดูแล แล้วเลือก ระบบ
  3. เปิดการตั้งค่านโยบายกลุ่ม ระบุการตั้งค่าสำหรับการติดตั้งส่วนประกอบเพิ่มเติมและการซ่อมแซมส่วนประกอบ แล้วเลือก เปิดใช้งาน
  4. พิจารณาว่าการตั้งค่านโยบายกลุ่ม ไม่ต้องพยายามดาวน์โหลดข้อมูลปรับปรุงจาก Windows Update ถูกเปิดใช้งานหรือไม่ จากนั้นให้พิจารณาการตั้งค่าที่ต้องการสำหรับสภาพแวดล้อมของคุณ
  5. หากคุณต้องการระบุแฟ้มต้นฉบับอื่น ในกล่อง เส้นทางแฟ้มต้นฉบับอื่น ให้ระบุเส้นทางแบบเต็มของโฟลเดอร์ที่ใช้ร่วมกันที่มีเนื้อหาของโฟลเดอร์ \sources\sxs จากสื่อการติดตั้งหรือระบุแฟ้ม WIMเมื่อต้องการระบุแฟ้ม WIM ให้เป็นตำแหน่งที่ตั้งแฟ้มต้นฉบับอื่น ให้เพิ่มคำนำหน้า WIM:ไปที่เส้นทางนี้ แล้วเพิ่มดัชนีของอิมเมจที่คุณต้องการใช้ในแฟ้ม WIM ดังกล่าวเป็นส่วนต่อท้ายต่อไปนี้คือตัวอย่างของค่าต่างๆ ที่คุณสามารถระบุได้:
    • เส้นทางของโฟลเดอร์ที่ใช้ร่วมกัน:\\server_name\share\Win8sxs
    • เส้นทางของแฟ้ม WIM โดยที่ 3 หมายถึงดัชนีของภาพที่พบแฟ้มคุณลักษณะ:WIM:\\server_name\share\install.wim:3
  6. หากคุณต้องการ ให้เลือก กล่องกาเครื่องหมาย ติดต่อ Windows Update โดยตรงเพื่อดาวน์โหลดเนื้อหาการซ่อมแซมแทน Windows Server Update Services (WSUS)
  7. แตะหรือคลิก ตกลง
  8. ที่พร้อมท์คำสั่งด้วยสิทธิ์ผู้ดูแล ให้พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ แล้วกด Enter เพื่อนำนโยบายดังกล่าวไปใช้ทันที:
    gpupdate /force

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อผิดพลาดเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นเมื่อคุณใช้ตัวช่วยสร้างการติดตั้ง เครื่องมือการบริการและการจัดการ Deployment Image (DISM) หรือคำสั่งของ Windows PowerShell ในการเปิดใช้งาน .NET Framework 3.5

ใน Windows 8.1, Windows 8, Windows Server 2012 R2 และ Windows Server 2012 นั้น .Net Framework 3.5 เป็นคุณลักษณะตามความต้องการข้อมูลเมตาสำหรับคุณลักษณะตามความต้องการนี้จะรวมอยู่ด้วยอย่างไรก็ตาม ไบนารีและแฟ้มอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับคุณลักษณะนี้จะไม่รวมอยู่ด้วยเมื่อคุณเปิดใช้งานคุณลักษณะนี้ Windows จะพยายามติดต่อกับ Windows Update ในการดาวน์โหลดข้อมูลที่หายไปเพื่อติดตั้งคุณลักษณะนี้การกำหนดค่าเครือข่ายและวิธีการกำหนดค่าคอมพิวเตอร์เพื่อให้ติดตั้งการปรับปรุงในสภาพแวดล้อมสามารถส่งผลต่อกระบวนการนี้ได้ดังนั้นคุณอาจจะพบกับข้อผิดพลาดเมื่อคุณติดตั้งคุณลักษณะเหล่านี้เป็นครั้งแรก

ข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่เชื่อมโยงกับรหัสข้อผิดพลาดเหล่านี้

ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
รหัสข้อผิดพลาดข้อความแสดงข้อผิดพลาด
0x800F0906
ไม่สามารถดาวน์โหลดแฟ้มต้นฉบับได้
ใช้ตัวเลือก "ต้นทาง" เพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้งของแฟ้มที่จำเป็นสำหรับการคืนค่าคุณลักษณะนี้สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการระบุตำแหน่งที่ตั้งต้นทาง โปรดดูที่ http://go.microsoft.com/fwlink/?LinkId=243077
สามารถค้นหาแฟ้มบันทึก DISM ได้ที่ C:\Windows\Logs\DISM\dism.log
Windows ไม่สามารถดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่ร้องขอให้เสร็จสมบูณ์ได้
Windows ไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อดาวน์โหลดแฟ้มที่จำเป็นได้ตรวจสอบว่าคุณได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตแล้ว และคลิก "ลองใหม่" เพื่อลองอีกครั้ง
การติดตั้งบทบาท การให้บริการบทบาท หรือคุณลักษณะต่างๆ ตั้งแต่หนึ่งรายการขึ้นไปล้มเหลว
ไม่พบแฟ้มต้นฉบับลองติดตั้งบทบาท การให้บริการบทบาท หรือคุณลักษณะต่างๆ อีกครั้งในเซสชันตัวช่วยสร้างเพิ่มบทบาทและคุณลักษณะใหม่ และในหน้าการยืนยันของตัวช่วยสร้าง ให้คลิก "ระบุเส้นทางของต้นทางอื่น" เพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้งที่ถูกต้องของแฟ้มต้นฉบับที่จำเป็นสำหรับการติดตั้งตำแหน่งที่ตั้งจะต้องเข้าถึงได้โดยบัญชีคอมพิวเตอร์ของเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง
0x800F0906 - CBS_E_DOWNLOAD_FAILURE
รหัสข้อผิดพลาด:0x800F0906
ข้อผิดพลาด:0x800f0906
0x800F081F
ไม่พบแฟ้มต้นฉบับ
ใช้ตัวเลือก "ต้นทาง" เพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้งของแฟ้มที่จำเป็นสำหรับการคืนค่าคุณลักษณะนี้สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการระบุตำแหน่งที่ตั้งต้นทาง โปรดดูที่ http://go.microsoft.com/fwlink/?LinkId=243077
สามารถค้นหาแฟ้มบันทึก DISM ได้ที่ C:\Windows\Logs\DISM\dism.log
0x800F081F - CBS_E_SOURCE_MISSING
รหัสข้อผิดพลาด:0x800F081F
ข้อผิดพลาด:0x800F081F
0x800F0907
DISM ล้มเหลวไม่มีการดำเนินการ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่แฟ้มบันทึก
สามารถค้นหาแฟ้มบันทึก DISM ได้ที่ C:\Windows\Logs\DISM\dism.log
สืบเนื่องจากการตั้งค่านโยบายเครือข่าย Windows จึงไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อดาวน์โหลดแฟ้มที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการเปลี่ยนแปลงที่ร้องขอให้เสร็จสมบูรณ์ได้ติดต่อผู้ดูแลระบบเครือข่ายของคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
0x800F0907 - CBS_E_GROUPPOLICY_DISALLOWED
รหัสข้อผิดพลาด:0x800F0907
ข้อผิดพลาด:0x800F0907

ข้อมูลอ้างอิง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการวางแผนสำหรับการปรับใช้ Net Framework 3.5 ในสภาพแวดล้อมของคุณ ให้ตรวจสอบเอกสารข้อมูล ข้อพิจารณาในการปรับใช้ Microsoft .NET Framework 3.5

เกี่ยวกับบทความนี้

หมายเลขบทความ (Article ID): 2734782
บทวิจารณ์ล่าสุด: 6 กุมภาพันธ์ 2557
ใช้กับ: Windows 8.1, Windows 8.1 Enterprise, Windows 8.1 Pro, Windows Server 2012 R2 Datacenter, Windows Server 2012 R2 Essentials, Windows Server 2012 R2 Foundation, Windows Server 2012 R2 Standard, Windows 8, Windows 8 Enterprise, Windows 8 Pro, Windows Server 2012 Datacenter, Windows Server 2012 Essentials, Windows Server 2012 Foundation, Windows Server 2012 Standard
คุณต้องการแสดงข้อคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้หรือไม่
 

Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.