การแก้ไขปัญหาทั่วไปสำหรับการติดตั้ง Office 2013 และ Office 365

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 2822317 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

การแก้ไข

ก่อนที่คุณจะเริ่มต้น เราขอแนะนำให้คุณดูที่ หัวข้อข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อค้นหาบทความที่อาจครอบคลุมถึงปัญหาด้านการติดตั้งที่คุณต้องการ ถ้าปัญหาของคุณไม่อยู่ในรายการ ขอแนะนำให้คุณทำงานต่อไปนี้แก้ไขปัญหาในบทความนี้ก่อน:
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets fixit1
แก้ไขปัญหานี้
Microsoft Fix it
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets fixit2


ข้อสำคัญ กล่องโต้ตอบ ดาวน์โหลดแฟ้ม จะปรากฏขึ้นทางด้านล่างของหน้าต่าง Internet Explorer เมื่อคุณดาวน์โหลด Fix it ให้คลิก บันทึก ในกล่องโต้ตอบ ดาวน์โหลดแฟ้ม  เมื่อดำเนินการเสร็จแล้ว ให้คลิก เปิดโฟลเดอร์ ค้นหาแฟ้มนี้ (ชื่อควรจะขึ้นต้นด้วย O15CTRRemove) จากนั้นดับเบิลคลิกแฟ้มดังกล่าวและเปิด Fix it นี้ หากคุณคลิก เปิด คุณอาจจะประสบปัญหาในการเรียกใช้ Fix it

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2923052

 
หลังจากที่คุณเรียกใช้ Fix it เริ่มการทำงานของพีซีและลองติดตั้ง Office อีกครั้ง

หากยังคงเกิดปัญหาด้านการติดตั้งโปรแกรม Office ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
ปิดการใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสและไฟร์วอลล์ของคุณชั่วคราว
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและป้องกันมัลแวร์อาจรบกวนการติดตั้งโปรแกรม Office ของคุณ ลองปิดการใช้งานหรือถอนการติดตั้งซอฟต์แวร์ของคุณชั่วคราว หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาดูบทความนี้: ปิดการใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัส
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
ลองอัพเดทเฟิร์มแวร์เราเตอร์ของคุณ
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
เฟิร์มแวร์เราเตอร์ที่ล้าสมัยอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นเมื่อคุณดาวน์โหลดและติดตั้ง Office 2013 หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการนี้ ให้สอบถามผู้ผลิตเราเตอร์ของคุณ
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
ใช้ฟังก์ชัน Disk Cleanup เพื่อลบแฟ้มชั่วคราวและแฟ้มอินเทอร์เน็ตชั่วคราว
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ใช้ฟังก์ชัน Disk Cleanup เพื่อลบแฟ้มอินเทอร์เน็ตชั่วคราวและแฟ้มชั่วคราวออกจากพีซี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ฟังก์ชัน Disk Cleanup โปรดดูที่บทความ หากคุณติดตั้ง Windows 7: การลบแฟ้มโดยใช้ฟังก์ชัน Disk Cleanup หรือดูที่บทความ หากคุณติดตั้ง Windows 8: การลบแฟ้มโดยใช้ฟังก์ชัน Disk Cleanup (Windows 8)

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
รีเซ็ตการตั้งค่า Internet Explorer
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรีเซ็ตการตั้งค่า ให้คลิกเวอร์ชัน Internet Explorer ที่คุณติดตั้งบนพีซีของคุณ:
  • Internet Explorer 10
  • Internet Explorer 9
  • Internet Explorer 8
ไม่แน่ใจว่าคุณติดตั้ง Internet Explorer เวอร์ชันใด? คลิกปุ่ม เครื่องมือ แล้วคลิก เกี่ยวกับ Internet Explorer
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
หยุดการทำงานของ Print Spooler
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
หากโปรแกรม Office หยุดการติดตั้งหลังจาก 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. บนพีซีที่ใช้ Windows 8 ให้พิมพ์ services.msc จากหน้าจอเริ่มต้น และให้แตะหรือคลิกบริการในรายชื่อของผลลัพธ์
    บนพีซีที่ใช้ Windows 7 ให้คลิก เริ่มต้น > เรียกใช้งาน พิมพ์ services.msc แล้วคลิก ตกลง

  2. ดูที่รายการของบริการ ค้นหา Print Spooler แล้วเปิดขึ้นมา
  3. แตะหรือคลิก หยุด แล้วแตะหรือคลิก ตกลง
  4. พยายามติดตั้ง Office อีกครั้ง
  5. เมื่อติดตั้ง Office บนเครื่องพีซีของคุณแล้ว ย้อนกลับไปยังรายการของบริการ และเปิด Print Spooler
  6. แตะหรือคลิก เริ่มต้น แล้วแตะหรือคลิก ตกลง
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูที่ Microsoft Office 2013 หรือ Office 365 หยุดทำงานระหว่างการติดตั้ง
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
ลบ Office รุ่นเก่ากว่าออก
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
กาเครื่องหมายที่ โปรแกรมและคุณสมบัติ ในแผงควบคุมสำหรับ Office รุ่นเก่ากว่าในพีซีของคุณ หากคุณพบโปรแกรมรุ่นที่เก่ากว่า คลิก ถอนการติดตั้ง

หมายเหตุ ก่อนที่คุณจะถอนการติดตั้ง Office ในรุ่นเก่ากว่า คุณต้องค้นหาคีย์ผลิตภัณฑ์และสื่อการติดตั้งที่มาพร้อมกัน ในกรณีที่คุณต้องการติดตั้งใหม่ในเวลาต่อมา

หากคุณมีปัญหาในการถอนการติดตั้ง Office รุ่นเก่า ให้ใช้ฟังก์ชัน Fix it ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้เพื่อนำโปรแกรม Office ออกจากพีซี: วิธีถอนการติดตั้งชุดโปรแกรม Office 2003, Office 2007 หรือ Office 2010 หากคุณไม่สามารถถอนการติดตั้งจากแผงควบคุม
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
เริ่มต้น Internet Explorer ที่ไม่มีโปรแกรมเสริม
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
หากการตั้งค่าไม่สามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากการคลิกติดตั้ง ปัญหาอาจเกี่ยวกับเบราว์เซอร์อินเทอร์เน็ตของคุณ ลองเรียกใช้งาน Internet Explorer ที่ไม่มีโปรแกรมเสริม:
  1. บนพีซีที่ใช้ Windows 8 ให้พิมพ์ เรียกใช้งาน จากหน้าจอเริ่มต้นและ แตะหรือคลิก เรียกใช้งาน ในรายการของผลลัพธ์ (หรือกดปุ่ม Windows Key + R)
    บนพีซีที่ใช้ Windows 7 ให้คลิก เริ่มต้น > เรียกใช้งาน (หรือกดปุ่ม Windows Key + R)
  2. พิมพ์ iexplore -extoff และแตะหรือคลิก ตกลง
  3. พยายามติดตั้ง Office อีกครั้ง
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
เรียกใช้งานตัวตรวจสอบแฟ้มของระบบ: sfc /scannow
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
คำสั่ง sfc /scannow จะสแกนแฟ้มของระบบที่มีการป้องกันทั้งหมดและแทนที่รุ่นที่ไม่ถูกต้องด้วยรุ่นที่ถูกต้องของ Microsoft เลือกระบบปฏิบัติการที่คุณติดตั้งไว้สำหรับขั้นตอนต่างๆ ของวิธีการเรียกใช้งานตัวตรวจสอบแฟ้มของระบบ:

สำหรับ Windows 8
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. ใช้นิ้วกวาดจากขอบด้านขวาของหน้าจอเข้ามา แล้วแตะ ค้นหา
    (หากคุณใช้เมาส์ ให้ชี้เมาส์ไปที่มุมขวาบนของหน้าจอ แล้วเลื่อนตัวชี้เมาส์ลง แล้วคลิก ค้นหา)

  2. ป้อน พรอมต์คำสั่ง ในช่องค้นหา
  3. ในรายการของผลลัพธ์ ให้กวาดนิ้วลงหรือคลิกขวาที่ พรอมต์คำสั่ง แล้วแตะ หรือคลิก เรียกใช้งานในฐานะผู้ดูแลระบบ
  4. ในหน้าต่าง ผู้ดูแลระบบ: พรอมต์คำสั่ง พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้แล้วกด Enter: sfc /scannow
  5. เมื่อการสแกนระบบเสร็จสมบูรณ์พยายามติดตั้งโปรแกรม Office อีกครั้งหนึ่ง
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
สำหรับ Windows 7
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. คลิก เริ่มต้น > โปรแกรมทั้งหมด > โปรแกรมเสริม แล้วคลิกขวาที่ พรอมต์คำสั่ง และเลือก เรียกใช้งานในฐานะผู้ดูแลระบบ
  2. ที่พรอมต์คำสั่ง พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้แล้วกด Enter: sfc /scannow
  3. เมื่อการสแกนระบบเสร็จสมบูรณ์พยายามติดตั้งโปรแกรม Office อีกครั้งหนึ่ง
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
ปิดตัวเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ในบางครั้งอาจไม่ชัดเจนว่าการตั้งค่าเสร็จสมบูรณ์หรือไม่ หากคุณเห็นทางลัดของ Office 2013 บนหน้าจอเริ่มต้นใน Windows 8 หรือภายใต้ โปรแกรมทั้งหมด > Microsoft Office 2013 ใน Windows 7 อาจหมายถึงการตั้งค่าเสร็จเรียบร้อย

หากปัญหาเกิดขึ้น เมื่อคุณพยายามเรียกใช้งานหนึ่งในโปรแกรมประยุกต์ Office และหากโปรแกรมดังกล่าวใช้งานไม่ได้หรือไม่มีอะไรเกิดขึ้น (หรือหน้าจอกะพริบถี่ๆ) อาจเกิดจากปัญหาความเข้ากันได้ของการ์ดวิดีโอ ในการแก้ไขปัญหานี้ ให้ปฏิบัติตามข้อมูลในการ ปิดตัวเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ในบทความนี้: คุณสมบัติด้านภาพหรือคุณภาพของวิดีโอในคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องอาจแตกต่างกันใน Office 2013
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
รีเซ็ตตัวกำหนดเวลางาน
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
Office 2013 จะใช้ตัวกำหนดเวลางานระหว่างขั้นตอนการติดตั้ง หากมีสิ่งผิดปกติกับตัวกำหนดเวลางาน อาจทำให้โปรแกรม Office ไม่สามารถติดตั้งได้ ในการลบงานที่เหลืออยู่ซึ่งกำหนดเวลาไว้ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:

สำหรับ Windows 8
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ให้ลองเรียกใช้บริการตัวกำหนดเวลาก่อน:
  1. ใช้นิ้วกวาดจากขอบด้านขวาของหน้าจอเข้ามา แล้วแตะ ค้นหา
    (หากคุณใช้เมาส์ ให้ชี้เมาส์ไปที่มุมขวาบนของหน้าจอ แล้วเลื่อนตัวชี้เมาส์ลง แล้วคลิก ค้นหา)

  2. ป้อน พรอมต์คำสั่ง ในช่องค้นหา
  3. ในรายการของผลลัพธ์ ให้กวาดนิ้วลงหรือคลิกขวาที่ พรอมต์คำสั่ง แล้วแตะ หรือคลิก เรียกใช้งานในฐานะผู้ดูแลระบบ
  4. ในหน้าต่าง ผู้ดูแลระบบ: พรอมต์คำสั่ง พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้แล้วกด Enter: net start schedule
  5. พยายามติดตั้ง Office อีกครั้ง
หากการตั้งค่าโปรแกรม Office ไม่สำเร็จ ลองปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. ใช้นิ้วกวาดจากขอบด้านขวาของหน้าจอเข้ามา แล้วแตะ ค้นหา
  2. ป้อน งานที่กำหนดเวลาไว้ ในช่องค้นหา แล้วแตะหรือคลิก การตั้งค่า
  3. แตะหรือคลิก งานที่กำหนดเวลาไว้ ในรายการของผลลัพธ์
  4. ขยาย ไลบรารีตัวกำหนดเวลางาน > Microsoft > Office และแตะหรือคลิก Office
  5. ในหน้าต่างตรงกลางด้านบน ให้ตรวจสอบว่ามีงานที่แสดงคำที่เริ่มต้นว่า "Office" ภายใต้คอลัมน์ ชื่อ หรือไม่
  6. แตะค้างไว้หรือคลิกขวาที่งานของโปรแกรม "Office" แล้วแตะหรือคลิก ลบ
  7. เริ่มต้น Windows ใหม่และพยายามติดตั้ง Office อีกครั้ง
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
สำหรับ Windows 7
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ให้ลองเรียกใช้บริการตัวกำหนดเวลาก่อน:
  1. คลิก เริ่มต้น > โปรแกรมทั้งหมด > โปรแกรมเสริม จากนั้นคลิกขวาที่ พรอมต์คำสั่ง และเลือก เรียกใช้งานในฐานะผู้ดูแลระบบ
  2. ที่พรอมต์คำสั่ง พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้แล้วกด Enter: net start schedule
  3. พยายามติดตั้ง Office อีกครั้ง
หากการตั้งค่าโปรแกรม Office ไม่สำเร็จ ลองปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. คลิก เริ่มต้น พิมพ์ ตัวกำหนดเวลางาน ในช่องค้นหา แล้วกด Enter
  2. ขยาย ไลบรารีตัวกำหนดเวลางาน > Microsoft > Office และคลิก Office
  3. ในหน้าต่างตรงกลางด้านบน ให้ตรวจสอบว่ามีงานที่แสดงคำที่เริ่มต้นว่า "Office" ภายใต้คอลัมน์ ชื่อ หรือไม่
  4. ให้คลิกขวาที่งานของโปรแกรม "Office" เหล่านี้และคลิก ลบ
  5. เริ่มต้น Windows ใหม่และพยายามติดตั้ง Office อีกครั้ง
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
ลองเชื่อมต่อโดยใช้สาย
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ลองทำการเชื่อมต่อพีซีของคุณโดยใช้สายสัญญาณเครือข่ายแทนที่จะใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สาย วิธีการนี้ยังจะช่วยเพิ่มความเร็วของการดาวน์โหลดและขั้นตอนการติดตั้ง
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
สร้างโปรไฟล์ Windows Admin ใหม่ (เฉพาะ Windows 7)
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
สร้างโปรไฟล์ Windows ใหม่แล้วลองทำการติดตั้งโปรแกรม Office

ขั้นแรกให้สร้างบัญชีผู้ใช้ Windows ในการทำดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนในบทความนี้: สร้างบัญชีผู้ใช้

ถัดไป ให้เพิ่มบัญชีผู้ใช้ที่คุณเพิ่งสร้างลงในกลุ่มของผู้ดูแลระบบ ในการทำดังกล่าว:
  1. ให้เปิดใช้งานแผงควบคุม
  2. คลิก บัญชีผู้ใช้
  3. คลิก อนุญาตให้ผู้ใช้อื่นเข้าถึงคอมพิวเตอร์เครื่องนี้
  4. เลือกผู้ใช้ที่คุณสร้าง และคลิก คุณสมบัติ
  5. คลิกแท็บ สมาชิกของกลุ่ม
  6. เลือก ผู้ดูแลระบบ คลิก ตกลง แล้วคลิก ตกลง อีกครั้ง

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed


ข้อมูลเพิ่มเติม

หากคุณพบหนึ่งในข้อความแสดงข้อผิดพลาดหรือปัญหาดังกล่าว ยังมีบทความที่จะช่วยจัดการกับปัญหาเหล่านี้:

ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
หากคุณได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดหรือปัญหา:โปรดดูบทความนี้:
Windows ไม่พบ integratedoffice.exe
แก้ไขข้อผิดพลาดของการติดตั้ง integratedoffice.exe ใน Office 2013 หรือ Office 365
โปรแกรม Office หยุดการติดตั้ง ณ จุดใดจุดหนึ่งMicrosoft Office 2013 หรือ Office 365 หยุดทำงานระหว่างการติดตั้ง
การตั้งค่าโปรแกรม Office ช้าการดาวน์โหลดโปรแกรม Office 2013 ช้า
มีบางสิ่งผิดปกติและเราไม่สามารถลงชื่อคุณเข้าสู่ระบบได้ในตอนนี้ โปรดลองใหม่อีกครั้งภายหลัง
เกิดข้อผิดพลาด: "มีบางสิ่งผิดปกติและเราไม่สามารถลงชื่อคุณเข้าสู่ระบบได้ในตอนนี้" เมื่อพยายามติดตั้ง Office 2013
ขออภัย เราไม่สามารถติดตั้งผลิตภัณฑ์ Office ของคุณได้เนื่องจากคุณไม่มีระบบปฏิบัติการ Windows ที่ทันสมัย
ทำไมจึงไม่สามารถติดตั้งโปรแกรม Office 2013 บน Windows XP หรือ Windows Vista?
ขออภัย เราไม่สามารถตรวจสอบลายเซ็นของแฟ้มที่กำหนดเพื่อติดตั้งผลิตภัณฑ์ Office ของคุณ
ข้อผิดพลาดในการติดตั้ง "ไม่สามารถตรวจสอบลายเซ็น" ของโปรแกรม Microsoft Office
ขออภัย ไม่สามารถติดตั้งโปรแกรม Office (32 บิต) เนื่องจากคุณมีโปรแกรม Office แบบ 64 บิตในคอมพิวเตอร์ของคุณ
ทำไมจึงไม่สามารถติดตั้งโปรแกรม Office 2013 ทั้งรุ่น 32 บิตและ 64 บิต?
ไม่สามารถติดตั้งโปรแกรม Office รุ่น 32 บิตและ 64 บิตพร้อมกันได้
ทำไมจึงไม่สามารถติดตั้งโปรแกรม Office 2013 ทั้งรุ่น 32 บิตและ 64 บิต?

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่?

ขอความช่วยเหลือจาก Microsoft Community ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft หรือ Office Online หรือติดต่อขอการสนับสนุนสำหรับ Office 2013 หรือ Office 365 Home

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 2822317 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 16 เมษายน 2557 - Revision: 4.4
ใช้กับ
Keywords: 
o365 o365e o365p o365a o365m o365022013 after upgrade KB2822317

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com