แถบเครื่องมือของคุณหายไป แถบเมนูหายไป หรือการตั้งค่าแบบส่วนบุคคลของคุณไม่ได้รับการเก็บรักษาไว้เมื่อคุณเริ่ม Word

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 291484 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
บทความนี้เป็นภาครวมของบทความที่เสนอไว้ก่อนหน้าดังต่อไปนี้: 242368

สิ่งสำคัญ บทความนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนรีจิสทรี ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนรีจิสทรี โปรดสำรองข้อมูลก่อน และตรวจดูให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจวิธีการคืนค่ารีจิสทรีหากเกิดปัญหาขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีสำรอง คืนค่า และแก้ไขรีจิสทรี โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้ เพื่อดูบทความในฐานความรู้ของ Microsoft:
256986 คำอธิบายเกี่ยวกับรีจิสทรีของ Microsoft Windows
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

อาการ

เมื่อคุณเริ่ม Microsoft Word คุณอาจพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:
  • แถบเครื่องมือของคุณหายไป
  • แถบเมนูของคุณหายไป
  • การตั้งค่าแบบส่วนบุคคลของคุณไม่ได้รับการเก็บรักษาไว้

การหลีกเลี่ยงปัญหา

เมื่อต้องการคืนค่าแถบเครื่องมือ เมนู หรือการตั้งค่าแบบส่วนบุคคล ให้ใช้วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์

ปิดโหมดเต็มหน้าจอ

โหมดเต็มหน้าจอจะแสดงเอกสารของคุณบนหน้าจอให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในโหมดนี้ Word จะเอาองค์ประกอบของหน้าจอ เช่น แถบเมนู แถบเครื่องมือ และแถบเลื่อนออก เมื่อต้องการคืนค่าแถบเครื่องมือ และเมนู ให้ปิดโหมดเต็มหน้าจอ
  • ถ้าเอกสารเปิดอยู่ ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:
    • กด ALT+V เพื่อแสดงเมนู มุมมอง แล้วกด U เพื่อปิดโหมดเต็มหน้าจอ
    • ถ้าแถบเครื่องมือในภาพเต็มหน้าจอ ปรากฏให้เห็น คลิก ปิดภาพเต็มหน้าจอ
  • ถ้าเอกสารไม่ได้เปิดอยู่ ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
    1. กด CTRL+N เพื่อเริ่มเอกสารใหม่
    2. กด ALT+V เพื่อแสดงเมนู มุมมอง แล้วกด U เพื่อปิดโหมดเต็มหน้าจอ
ออกจาก Word แล้วเริ่มการทำงานของ Word ใหม่ ถ้า Word เริ่มการทำงานอย่างถูกต้อง แสดงว่าคุณสามารถแก้ไขปัญหาได้แล้ว ปัญหาก็คือ Word ถูกปิดเมื่อยังใช้งานโหมดเต็มหน้าจออยู่ และ Word ได้เก็บรักษาการตั้งค่าดังกล่าวไว้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโหมดเต็มหน้าจอ โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความในฐานความรู้ของ Microsoft:
290947 เมนูและแถบเครื่องมือหายไป และมีการแสดง "ทำซ้ำค่า:8" บนแถบสถานะ (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)

เปิดแถบเครื่องมือเริ่มต้น

บนเมนู มุมมอง ชี้ไปที่ แถบเครื่องมือ สังเกตว่ามีการเลือกแถบเครื่องมือใดหรือไม่ หากไม่มีการเลือกแถบเครื่องมือใด ให้เลือกแถบเครื่องมือที่คุณต้องการ โดยทำดังนี้ คลิกชื่อแถบเครื่องมือ ทำซ้ำขั้นตอนนี้สำหรับแถบเครื่องมือแต่ละประเภทที่คุณต้องการแสดง แถบเครื่องมือที่เลือกโดยค่าเริ่มต้นได้แก่ แถบเครื่องมือมาตรฐาน และแถบเครื่องมือการจัดรูปแบบ รวมทั้งบานหน้าต่างงาน

หมายเหตุ หากคุณมองไม่เห็นแถบเมนู กด ALT+V เพื่อแสดงเมนู มุมมอง แล้วกด T เพื่อแสดงเมนู แถบเครื่องมือ

ออกจาก Word แล้วเริ่มการทำงานของ Word ใหม่ ถ้า Word เริ่มการทำงานอย่างถูกต้อง แสดงว่าคุณสามารถแก้ไขปัญหาได้แล้ว ปัญหาก็คือ แถบเครื่องมือเริ่มต้นและแถบเมนูถูกปิดไปเมื่อคุณออกจาก Word และ Word ได้เก็บรักษาการตั้งค่าเหล่านั้นไว้


เริ่ม Word โดยที่ไม่ต้องเรียกใช้แมโคร

ตรวจสอบว่าคุณกำลังเริ่ม Word โดยการใช้แมโคร Microsoft Visual Basic for Applications (VBA) หรือไม่ คุณอาจเรียกใช้แมโคร VBA ที่เริ่มต้น Word โดยไม่ได้แสดงเมนูหรือแถบเครื่องมือใดๆ

หากคุณกำลังเริ่ม Word โดยใช้ทางลัด ให้ตรวจสอบบรรทัดคำสั่งที่ทางลัดนั้นใช้สำหรับชื่อของแมโคร โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ค้นหาทางลัดที่คุณใช้ในการเรียกใช้ Word
  2. คลิกขวาที่ทางลัดนั้น แล้วคลิก คุณสมบัติ บนเมนูทางลัด
  3. คลิกแท็บ ทางลัด
  4. ในกล่อง เป้าหมาย มองหาบรรทัดคำสั่งที่คล้ายกับบรรทัดคำสั่งดังต่อไปนี้
    "C:\Program Files\Microsoft Office\Office10\WINWORD.EXE" /mmacro name
    โดย /mmacro name คือชื่อของแมโคร

  5. ถ้าคุณเห็น /mmacro name บนบรรทัดคำสั่ง ให้เอาออก จากนั้นเริ่ม Word ตามปกติ

    หมายเหตุ สวิตช์ /m ตามด้วยชื่อของแมโคร จะเริ่มต้น Word และเรียกใช้แมโครเฉพาะ และสวิตช์ /m ยังป้องกันไม่ให้ Word เรียกใช้แมโคร AutoExec ใดๆ อีกด้วย
ถ้า Word เริ่มการทำงานอย่างถูกต้อง แสดงว่าคุณสามารถแก้ไขปัญหาได้แล้ว ปัญหาก็คือ แมโครกำลังทำงานอยู่ในขณะที่คุณเริ่ม Word และแมโครดังกล่าวเปลี่ยนลักษณะที่ปรากฏของหน้าต่าง Word

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสวิตช์บรรทัดคำสั่งที่สามารถใช้ในการเริ่ม Word โปรดคลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความในฐานความรู้ของ Microsoft:
210565 WD: สวิตช์ (บรรทัดคำสั่ง) สำหรับเริ่ม Word และวัตถุประสงค์ของสวิตช์ (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)

โปรแกรม (เช่น Add-In ของ Word) ได้ปรับเปลี่ยนส่วนติดต่อผู้ใช้ ซ่อนแถบเครื่องมือ หรือเปลี่ยนการตั้งค่าของคุณ

ขั้นตอนที่ 1: เริ่ม Word โดยใช้การตั้งค่าเริ่มต้น

การเริ่ม Word โดยใช้สวิตช์ /a บนบรรทัดคำสั่งทำให้ Word ใช้การตั้งค่าเริ่มต้นสำหรับตัวเลือกทั้งหมด และป้องกันไม่ให้โหลด Add-In และแม่แบบส่วนกลาง

สวิตช์ /a อนุญาตให้คุณเริ่ม Word ได้โดยไม่มีการโหลดคอมโพเนนต์ต่อไปนี้:
  • แม่แบบส่วนกลาง (Normal.dot)
  • แม่แบบ Add-In ใดๆ ในโฟลเดอร์เริ่มต้น
  • ไลบรารี Add-In ใดๆ (แฟ้ม .wll)
  • การตั้งค่าผู้ใช้ที่เก็บไว้ในคีย์ "ข้อมูล" ใน Windows รีจิสทรี
หมายเหตุ เมื่อคุณเริ่ม Word ด้วยสวิตช์ /a การเปลี่ยนแปลงที่คุณทำไว้ใน Word ที่มีผลกระทบต่อคอมโพเนนต์ใดๆ เหล่านี้จะไม่ถูกเขียนลงบนฮาร์ดดิสก์เมื่อคุณออกจาก Word และการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะสูญหายไป

ในตัวอย่างต่อไปนี้ อนุมานว่า Word อยู่ในโฟลเดอร์ต่อไปนี้:
C:\Program Files\Microsoft Office\Office10
หมายเหตุ คุณอาจติดตั้ง Word ในโฟลเดอร์อื่นก็ได้

เมื่อต้องการเริ่ม Word โดยใช้สวิตช์ /a ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ แล้วคลิก เรียกดู
  2. ใช้กล่อง มองหาใน เพื่อค้นหาตำแหน่งของ Winword.exe แล้วคลิกเพื่อเลือกแฟ้ม
  3. คลิก เปิด

    หมายเหตุ ขั้นตอนนี้อาจใช้การเติมลงในกล่อง เปิด ในกล่องโต้ตอบ เรียกใช้
  4. คลิกหลัง Winword.exe ในกล่อง เปิด

    หมายเหตุ เส้นทางไปยังแฟ้ม Winword.exe ในกล่องโต้ตอบ เรียกใช้ จะอยู่ในเครื่องหมายอัญประกาศ อย่าลืมว่าคุณจะต้องคลิกทางด้านขวาของเครื่องหมายอัญประกาศปิด
  5. พิมพ์ช่องว่าง แล้วพิมพ์ /a

    ข้อความในกล่อง เปิด ควรจะคล้ายกับข้อความต่อไปนี้:
    "C:\Program Files\Microsoft Office\Office10\Winword.exe" /a
ถ้า Word เริ่มการทำงานอย่างถูกต้อง แสดงว่าคุณสามารถแก้ไขปัญหาได้แล้ว ปัญหาก็คือโปรแกรม Add-In หรือแม่แบบ แม่แบบเริ่มต้น Normal หรือคีย์ข้อมูลในรีจิสทรีมีผลกระทบต่อการแสดงหน้าต่างของ Word เมื่อมีการเริ่มโปรแกรม

ขั้นตอนที่ 2: เปลี่ยนชื่อแม่แบบส่วนกลาง

หมายเหตุ สำหรับวิธีการอัตโนมัติในการดำเนินการขั้นตอนนี้ โปรดดูบทความที่แสดงไว้ใน ส่วน "อ้างอิง" ของบทความนี้

เพื่อป้องกันการจัดรูปแบบ ข้อความอัตโนมัติ และแมโครที่เก็บอยู่ในแม่แบบส่วนกลาง (Normal.dot) ไม่ให้มีผลกระทบต่อลักษณะการทำงานของ Word หรือเอกสารต่างๆ ที่เปิดอยู่ ให้เปลี่ยนชื่อแฟ้ม Normal.dot ของคุณ

หมายเหตุ การเปลี่ยนชื่อแม่แบบ Normal.dot ช่วยให้คุณสามารถระบุได้อย่างรวดเร็วว่าแม่แบบ Normal เป็นต้นเหตุของปัญหานั้นหรือไม่ โดยการเปลี่ยนชื่อแม่แบบ Normal.dot คุณได้ตั้งค่าตัวเลือกหลายตัวใหม่ให้กลับไปสู่การตั้งค่าเริ่มต้น รวมทั้งลักษณะแบบกำหนดเอง แถบเครื่องมือแบบกำหนดเอง แมโคร และรายการข้อความอัตโนมัติต่างๆ ด้วยเหตุนี้ Microsoft ขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนชื่อแฟ้ม Normal.dot

การกำหนดค่าบางชนิดอาจสร้างแฟ้ม Normal.dot ขึ้นมามากกว่าหนึ่งแฟ้ม ซึ่งรวมถึงกรณีที่มีโปรแกรม Word หลายรุ่นทำงานอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกัน หรือกรณีที่มีการติดตั้งเวิร์กสเตชันหลายอย่างในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวกันด้วย ในสถานการณ์เหล่านี้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้เปลี่ยนชื่อสำเนาทั้งหมดของ Normal.dot แล้ว เมื่อต้องการเปลี่ยนชื่อแม่แบบส่วนกลาง (Normal.dot) ของคุณ ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
  • Microsoft Windows 98 และ Microsoft Windows NT 4.0
    1. ออกจากอินสแตนซ์ทั้งหมดของ Word หากคุณใช้ Word เป็นตัวแก้ไขอีเมลของคุณ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ออกจาก Microsoft Outlook ด้วย
    2. คลิก เริ่ม ชี้ไปที่ ค้นหา แล้วคลิก แฟ้มหรือโฟลเดอร์
    3. ในกล่อง ตั้งชื่อ พิมพ์ Normal.dot
    4. ในกล่อง มองหาใน เลือกฮาร์ดดิสก์ภายในเครื่องของคุณ (หรือตำแหน่งที่ตั้งอื่นของแม่แบบผู้ใช้ในกรณีที่คุณเรียกใช้ Word จากเซิร์ฟเวอร์เครือข่าย)
    5. คลิก ค้นหาเดี๋ยวนี้ เพื่อค้นหาแฟ้มดังกล่าว
    6. สำหรับ Normal.dot แต่ละรายการที่ปรากฏในกล่องโต้ตอบ ค้นหา ให้คลิกขวาที่แฟ้มนั้น คลิก เปลี่ยนชื่อ บนเมนูทางลัด ตั้งชื่อใหม่ให้แฟ้ม เช่น OldNormal.dot หรือ Normal-1.dot แล้วกด ENTER
    7. บนเมนู แฟ้ม คลิก ออก เพื่อปิดกล่องโต้ตอบ ค้นหา แล้วเริ่มการทำงานของ Word ใหม่ตามปกติ (โดยไม่ใช้สวิตช์ /a)
  • Microsoft Windows Millennium Edition (Me) หรือ Microsoft Windows 2000
    1. ออกจากอินสแตนซ์ทั้งหมดของ Word หากคุณใช้ Word เป็นตัวแก้ไขอีเมลของคุณ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ออกจาก Microsoft Outlook ด้วย
    2. คลิก เริ่ม ชี้ไปที่ ค้นหา แล้วคลิก แฟ้มหรือโฟลเดอร์
    3. ในกล่อง ค้นหาแฟ้มหรือโฟลเดอร์ที่ระบุ พิมพ์ Normal.dot
    4. ในกล่อง มองหาใน เลือกฮาร์ดดิสก์ภายในเครื่องของคุณ (หรือตำแหน่งที่ตั้งอื่นของแม่แบบผู้ใช้ในกรณีที่คุณเรียกใช้ Word จากเซิร์ฟเวอร์เครือข่าย)
    5. คลิก ค้นหาเดี๋ยวนี้ เพื่อค้นหาแฟ้มดังกล่าว
    6. สำหรับ Normal.dot แต่ละรายการที่ปรากฏในกล่องโต้ตอบ ค้นหา ให้คลิกขวาที่แฟ้มนั้น คลิก เปลี่ยนชื่อ บนเมนูทางลัด ตั้งชื่อใหม่ให้แฟ้ม เช่น OldNormal.dot หรือ Normal-1.dot แล้วกด ENTER
    7. บนเมนู แฟ้ม คลิก ปิด เพื่อปิดกล่องโต้ตอบ ค้นหา แล้วเริ่มการทำงานของ Word ใหม่ตามปกติ (โดยไม่ใช้สวิตช์ /a)
  • Windows XP
    1. ออกจากอินสแตนซ์ทั้งหมดของ Word หากคุณใช้ Word เป็นตัวแก้ไขอีเมลของคุณ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ออกจาก Microsoft Outlook ด้วย
    2. คลิก เริ่ม แล้วคลิก ค้นหา
    3. คลิก แฟ้มและโฟลเดอร์ทั้งหมด
    4. คลิก ตัวเลือกขั้นสูงเพิ่มเติม แล้วคลิกเพื่อเลือกกล่องกาเครื่องหมาย ค้นหาแฟ้มและโฟลเดอร์ที่ซ่อน
    5. ในกล่อง ชื่อแฟ้มทั้งหมดหรือบางส่วน พิมพ์ normal.dot
    6. ในกล่อง มองหาใน เลือกฮาร์ดดิสก์ภายในเครื่องของคุณ (หรือตำแหน่งที่ตั้งอื่นของแม่แบบผู้ใช้ในกรณีที่คุณเรียกใช้ Word จากเซิร์ฟเวอร์เครือข่าย)
    7. คลิก ค้นหา เพื่อค้นหาแฟ้มดังกล่าว
    8. ในบานหน้าต่างด้านขวาของกล่องโต้ตอบ ผลลัพธ์การค้นหา คลิกขวา Normal.dot แล้วคลิก เปลี่ยนชื่อ บนเมนูทางลัดที่ปรากฏ พิมพ์ชื่อแฟ้มใหม่ (ตัวอย่างเช่น OldNormal.dot) แล้วกด ENTER
    9. ปิดกล่องโต้ตอบ ผลลัพธ์การค้นหา แล้วเริ่มการทำงานของ Word ใหม่แบบที่คุณเคยทำตามปกติ (โดยไม่ใช้สวิตช์ /a)
ถ้า Word เริ่มการทำงานอย่างถูกต้อง แสดงว่าคุณสามารถแก้ไขปัญหาได้แล้ว

ในกรณีนี้ ปัญหาคือแม่แบบ Normal.dot ที่เสียหาย คุณอาจต้องเปลี่ยนการตั้งค่าบางอย่างเพื่อคืนค่าตัวเลือกโปรดของคุณ

ถ้าแฟ้ม Normal.dot ที่คุณเปลี่ยนชื่อมีการกำหนดเอง เช่น ลักษณะ แมโคร หรือรายการข้อความอัตโนมัติ ซึ่งไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ง่าย คุณอาจคัดลอกการกำหนดเองเหล่านั้นจากแฟ้ม Normal.dot เดิมไปยังแฟ้ม Normal.dot ใหม่โดยใช้ตัวจัดระเบียบ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้ตัวจัดระเบียบ คลิก วิธีใช้ Microsoft Word บนเมนู วิธีใช้ พิมพ์ ตัวจัดระเบียบ ในผู้ช่วย Office หรือตัวช่วยหาคำตอบ แล้วคลิก ค้นหา เพื่อดูหัวข้อที่ส่งคืน

เปลี่ยนชื่อคีย์ข้อมูลใน Windows รีจิสทรี

หมายเหตุ สำหรับวิธีการอัตโนมัติของการดำเนินการตามขั้นตอนนี้ โปรดดูบทความที่แสดงไว้ใน ส่วน "อ้างอิง" ของบทความนี้

คำเตือน หากคุณใช้ 'ตัวแก้ไขรีจิสทรี' ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงซึ่งอาจทำให้คุณต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ Microsoft ไม่สามารถรับรองได้ว่าคุณสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ 'ตัวแก้ไขรีจิสทรี' ไม่ถูกต้อง การใช้ 'ตัวแก้ไขรีจิสทรี' ถือเป็นความรับผิดชอบของคุณเอง
หมายเหตุ โดยการเปลี่ยนชื่อคีย์ข้อมูล คุณได้ตั้งค่าตัวเลือกหลายอย่างใหม่ให้กลับไปสู่การตั้งค่าเริ่มต้น รวมทั้งรายการแฟ้ม 'ที่ใช้ไปล่าสุด (Most Recently Used : MRU)' บนเมนู แฟ้ม และการตั้งค่าหลายอย่างที่คุณกำหนดเอง เมื่อคุณคลิก ตัวเลือก บนเมนู เครื่องมือ Word สร้างคีย์ข้อมูลใหม่โดยใช้การตั้งค่าเริ่มต้นที่มีอยู่แล้วภายใน เมื่อคุณเริ่ม Word ครั้งถัดไป

เมื่อต้องการเปลี่ยนชื่อคีย์ข้อมูล ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. ปิดการใช้งานโปรแกรมต่างๆ ของ Windows ทั้งหมด
  2. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ regedit ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  3. ค้นหาตำแหน่งของคีย์ต่อไปนี้โดยคลิกสองครั้งที่โฟลเดอร์ที่เหมาะสมสำหรับรุ่นของ Word ที่คุณใช้อยู่:

    สำหรับ Microsoft Office Word 2003:
    HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\11.0\Word\Data
    สำหรับ Microsoft Word 2002:
    HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\10.0\Word\Data
    สำหรับ Microsoft Word 2000:
    HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Office\9.0\Word\Data
  4. จากโฟลเดอร์ ข้อมูล ที่เลือก คลิก เปลี่ยนชื่อ บนเมนู แก้ไข
  5. พิมพ์ชื่อใหม่สำหรับโฟลเดอร์ ข้อมูล (ตัวอย่างเช่น พิมพ์ OldData) แล้วกด ENTER
  6. ออกจากตัวแก้ไขรีจิสทรี จากนั้นเริ่มการทำงานของ Word ใหม่ตามปกติ (โดยไม่ใช้สวิตช์ /a)
ถ้า Word เริ่มการทำงานอย่างถูกต้อง แสดงว่าคุณสามารถแก้ไขปัญหาได้แล้ว ปัญหาคือ คีย์ข้อมูลที่เสียหาย คุณอาจจำเป็นต้องเปลี่ยนการตั้งค่าบางอย่างเพื่อคืนค่าตัวเลือกโปรดของคุณ


สร้างแมโครแสดงตัวอย่างก่อนพิมพ์

เปลี่ยนแมโคร แสดงตัวอย่างก่อนพิมพ์ ใน Word เพื่อแสดงการตั้งค่าที่คุณต้องการ

ตัวอย่างเช่น เมื่อต้องการแสดงแถบเครื่องมือ การจัดรูปแบบ โดยอัตโนมัติใน แสดงตัวอย่างก่อนพิมพ์ ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. บนเมนู เครื่องมือ ชี้ไปที่ แมโคร แล้วคลิก แมโคร
  2. เปลี่ยนส่วนที่เลือกในกล่อง แมโครใน ไปเป็น คำสั่งของ Word
  3. ในรายการ ชื่อแมโคร เลือก FilePrintPreview
  4. เปลี่ยนการตั้งค่าในกล่อง แมโครใน ไปเป็น Normal.dot (แม่แบบส่วนกลาง)
  5. คลิก สร้าง
  6. สร้างแมโครต่อไปนี้:
    Sub FilePrintPreview()
    '
    ' FilePrintPreview Macro
    ' Displays full pages as they will be printed.
    '
       ActiveDocument.PrintPreview
       CommandBars("Formatting").Visible = True
    End Sub
    					
  7. บนเมนู แฟ้ม คลิก ปิดและกลับไปที่ Microsoft Word

ข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำหนดเอง และสร้างแถบเครื่องมือและปุ่มแถบเครื่องมือ โปรดคลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความในฐานความรู้ของ Microsoft:
291292 วิธีการ: ทำงานกับแถบเครื่องมือและปุ่มแถบเครื่องมือ: เพิ่ม สร้าง แก้ไข ลบ คืนค่า และอื่นๆ ใน Word 2002 (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)

ข้อมูลอ้างอิง


สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีดำเนินการแก้ไขปัญหาของ Word โดยอัตโนมัติ โดยการเอาคอมโพเนนต์หลักบางตัวออก ซึ่งเป็นคอมโพเนนต์ที่อาจได้รับความเสียหาย หรืออาจก่อให้เกิดความขัดแย้งกับ Microsoft Word โปรดคลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความในฐานความรู้ของ Microsoft:
289506 วิธีติดตั้งและใช้แม่แบบ Support.dot ใน Microsoft Word 2002 (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 291484 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 4 มกราคม 2551 - Revision: 5.2
ใช้กับ
  • Microsoft Office Word 2003
  • Microsoft Word 2002 Standard Edition
  • Microsoft Word 2000 Standard Edition
Keywords: 
kbmenu kbtoolbar kbmacro kbprb kbsettings KB291484

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com