ขั้นตอนการแก้ปัญหาสำหรับปัญหาต่างๆ ในขณะที่คุณพยายามใช้เครื่องมือ System Restore ใน Windows XP

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 302796 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

บทนำ

บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับขั้นตอนของวิธีการแก้ปัญหาสำหรับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อคุณพยายามใช้เครื่องมือ System Restore ใน Windows XP

จุดที่จะเริ่มต้น

หาก System Restore ไม่เริ่มต้นทำงาน ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. เปิดใช้งาน Windows Update เพื่อตรวจสอบและติดตั้งรายการปรับปรุงของระบบ เข้าสู่เว็บไซต์ต่อไปนี้ของ Microsoft เพื่อตรวจสอบรายการปรับปรุง:
    http://update.microsoft.com/microsoftupdate/v6/vistadefault.aspx?ln=th-th
  2. หากคุณได้รับข้อความแจ้งเตือน ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
  3. หลังจากคอมพิวเตอร์รีสตาร์ทแล้ว ให้คลิก เริ่ม คลิก โปรแกรมทั้งหมด คลิก เบ็ดเตล็ด คลิก เครื่องมือระบบ แล้วคลิก System Restore
หาก System Restore ไม่เริ่มต้นทำงาน คุณสามารถใช้หัวข้อ "การแก้ไขปัญหาขั้นสูง" เพื่อลองแก้ปัญหาของคุณ หากคุณกังวลกับวิธีการแก้ไขปัญหาขั้นสูง คุณอาจต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการติดต่อ โปรดเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ต่อไปนี้ของ Microsoft :
http://support.microsoft.com/contactus/?ln=th

การแก้ไขปัญหาขั้นสูง

หัวข้อนี้มีไว้สำหรับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ขั้นสูง หากคุณกังวลกับวิธีการแก้ไขปัญหาขั้นสูง คุณอาจต้องการความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นหรือติดต่อฝ่ายสนับสนุน สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการติดต่อ โปรดเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ต่อไปนี้ของ Microsoft:
http://support.microsoft.com/contactus/?ln=th

วิธีที่ 1: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเซอร์วิส System Restore ทำงานอยู่

ในการกระทำดังกล่าว ให้ใช้หนึ่งในวิธีการต่อไปนี้:
  • ดูใน Control Panel โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
    1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ และพิมพ์คำว่า compmgmt.msc ในช่อง เปิด จากนั้นกด Enter
    2. ขยาย เซอร์วิส แล้วคลิก เซอร์วิส System Restore

      หาก สถานะ ของเซอร์วิส System Restore ไม่ใช่ เริ่มต้นแล้ว ให้คลิก เริ่ม ที่แถบเครื่องมือเพื่อเริ่มต้นการทำงานเครื่องมือนี้
  • เปิดหน้าต่างพรอมต์คำสั่ง โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
    1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ CMD ในช่อง เปิด แล้วกด Enter
    2. พิมพ์ Net Start ที่พรอมต์คำสั่งเพื่อตรวจสอบว่าเซอร์วิส System Restore ใช้งานได้และกำลังทำงานอยู่

      หากไม่ปรากฏรายการเซอร์วิสของ System Restore ให้พิมพ์ net start "System Restore Service" แล้วกด Enter

วิธีที่ 2: ตรวจสอบว่าได้เปิดใช้งาน System Restore ในไดรฟ์ต่างๆ ที่คุณต้องการเปิดใช้งาน System Restore

ในการกระทำดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิกที่ เริ่ม คลิกขวาที่ คอมพิวเตอร์ของฉัน และคลิกที่ คุณสมบัติ
  2. คลิกแท็บ System Restore
  3. หากเปิดใช้งาน System Restore คอลัมน์ สถานะ ของไดรฟ์จะแสดงว่า Monitoring
    หากไม่ใช่ คุณสามารถลบเพื่อล้างข้อมูล ปิดการคืนค่าระบบสำหรับไดรฟ์ทั้งหมด แล้วคลิก ตกลง เพื่อเปิดการใช้งาน

วิธีที่ 3: ตรวจสอบว่าคุณมีพื้นที่ว่างในดิสก์เพียงพอบนไดรฟ์ทั้งหมดที่จะเปิดใช้งาน System Restor

ในการกระทำดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ในการตรวจสอบพื้นที่ว่างในดิสก์ ให้คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้์ พิมพ์diskmgmt.msc แล้วกด Enter ดูพื้นที่ว่างของแต่ละไดรฟ์ำที่ System Restore กำลังตรวจสอบอยู่
  2. หากพื้นที่ว่างในพาร์ติชันต่างๆำ ที่ System Restore กำลังตรวจสอบอยู่มีขนาดน้อยกว่า 50 MB System Restore จะหยุดการทำงานชั่วคราวและลบจุดคืนค่าทั้งหมดเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างในดิสก์ ในตอนนี้คุณควรได้รับข้อความว่ามีพื้นที่ว่างในดิสก์เหลือน้อยแล้ว System Restore จะทำการตรวจสอบต่อไปหากพื้นที่ว่างในดิสก์มีถึง 200 MB

    หมายเหตุ โดยส่วนใหญ่แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องให้ System Restore ตรวจสอบพาร์ติชัน/ไดรฟ์อื่นนอกจากพาร์ติชัน/ไดรฟ์ที่ติดตั้ง Windows System Restore ไม่ตรวจสอบแฟ้มข้อมูล

วิธีที่ 4: ดูบันทึกเหตุการณ์เพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาดของเซอร์วิส System Restore

ในการกระทำดังกล่าว ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ eventvwr.msc /s ในช่อง เปิด แล้วกด Enter
  2. คลิกที่หมวด ระบบ
  3. คลิกแท็บ Source เพื่อเรียงตามชื่อ แล้วมองหา "sr" หรือ "srservice" ดับเบิลคลิกเซอร์วิสแต่ละเซอร์วิส แล้วประเมินผลคำอธิบายเหตุการณ์สำหรับการระบุถึงสาเหตุของปัญหา

วิธีที่ 5: บูตเครื่องในเซฟโหมดและเรียกใช้เครื่องมือ System Restore

สำหรับการบูตเครื่องในเซฟโหมด ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ ทันที่ที่หน้าจอว่างเป็นครั้งแรก หรือหลังจากที่การแสดงข้อมูลของ BIOS เสร็จสิ้น ให้เริ่มกดปุ่ม F8 ซ้ำไปเรื่อยๆ เมนูตัวเลือกขั้นสูงของ Windows จะปรากฏขึ้น

    หากเมนูนี้ไม่ปรากฏขึ้น ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์และลองใหม่อีกครั้งหนึ่ง
  2. เลือก เซฟโหมด แล้วกด ENTER ในขณะที่กำลังโหลดแฟ้ม หน้าจอจะเลื่อนลงไปข้างล่าง

    หมายเหตุ เซฟโหมดจะใช้ชุดโปรแกรมควบคุมและเซอร์วิสของอุปกรณ์เพียงเล็กน้อยเพื่อเริ่มต้นการทำงานของ Windows โปรแกรมควบคุมเริ่มต้นของ Microsoft VGA จะใช้สำหรับหน้าจอที่มีความละเอียด 640 X 480 แบบ 16 สี
  3. เข้าสู่บัญชีผู้ใช้ของผู้ดูแลระบบ หากยังไม่เคยตั้งค่ารหัสผ่าน ให้ปล่อยรหัสผ่านว่างไว้ แล้วกดปุ่ม ENTER หรือคลิกลูกศรสีเขียว
  4. คลิกที่ ไม่ใช่ ในหน้าจอแสดงข้อมูลของเซฟโหมดเพื่อเริ่มต้นการทำงานของ System Restore
  5. เลือก คืนค่าคอมพิวเตอร์ให้กลับไปสู่ช่วงเวลาก่อนหน้านี้ แล้วคลิก ถัดไป เพื่อดำเนินการเลือกวันที่ที่มีจุดคืนค่าที่ใช้งานได้
  6. คลิก ถัดไป เพื่อเริ่มต้นการเรียกคืนค่าของระบบไปยังสถานะก่อนหน้านี้

ข้อมูลเพิ่มเติม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดคลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
287505 วิธีการที่ยูทิลิตี System Restore ใช้อักษรระบุไดรฟ์
283073 วิธีการยกเลิกการใช้ส่วนติดต่อกับผู้ใช้เพื่อกำหนดค่า System Restore
295050 ข้อมูลใน System Restore และการเรียกคืนรหัสผ่าน
283252 ผู้ใช้ที่ไม่ใช่ผู้ดูแลระบบจะไม่สามารถเรียกใช้ยูทิลิตี System Restore ได้ (ซึ่งอาจจะเป็นภาษาอังกฤษ)
322246 คุณไม่สามารถสร้างจุดคืนค่าข้อมูลหากมีการติดตั้งโปรแกรมควบคุม HighPoint
299904 ยูทิลิตีของ System Restore อาจถูกระงับชั่วคราวในไดรฟ์ของระบบ แม้ว่าจะมีพื้นที่ว่างในดิสก์เพียงพอก็ตาม
300044 วิธีการที่เครื่องมือ System Restore จัดการการใช้พื้นที่ในฮาร์ดดิสก์
301224 "จุดคืนค่า" ของ System Restore สูญหายหรือถูกลบ
304449 วิธีเริ่มต้นการทำงานของเครื่องมือ System Restore จากพรอมต์คำสั่งใน Windows XP
313853 เครื่องมือ System Restore แสดงปฏิทินเปล่าใน Windows XP
หมายเหตุ นี่คือบทความ "FAST PUBLISH" (เผยแพร่ด่วน) ที่สร้างขึ้น โดยตรงจากหน่วยงานสนับสนุนภายในองค์กรของ Microsoft ข้อมูลที่มีอยู่ในที่นี้ได้รับการจัดทำขึ้นตามสภาพที่เป็นโดยตอบสนองต่อประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องด้วยความรวดเร็วในการจัดทำเอกสารนี้ให้พร้อมใช้งาน เนื้อหาสาระในเอกสารดังกล่าวจึงอาจจะมีส่วนที่พิมพ์ผิดพลาดและอาจจะได้รับการตรวจทานแก้ไขเมื่อใดก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบ โปรดดู ข้อกำหนดการใช้งาน สำหรับประเด็นการพิจารณาอื่นๆ

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 302796 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 26 มีนาคม 2557 - Revision: 1.0
ใช้กับ
  • Microsoft Windows XP Home Edition
  • Microsoft Windows XP Professional Edition
Keywords: 
kbresolve kbtshoot kbenv kbinfo KB302796

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com