วิธีการกู้คืนจากรีจิสทรีที่เสียหายซึ่งขัดขวาง Windows XP ไม่ให้เริ่มทำงาน

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 307545 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

สรุป

บทความนี้จะอธิบายวิธีการคืนค่าระบบ Windows XP ซึ่งไม่เริ่มทำงานอันเนื่องมาจากความเสียหายของรีจิสทรี ขั้นตอนดำเนินการนี้ไม่รับประกันการกู้คืนระบบไปเป็นสถานะก่อนหน้านี้โดยสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม คุณจะสามารถกู้คืนข้อมูลได้เมื่อคุณใช้ขั้นตอนดำเนินการนี้

คำเตือน ห้ามใช้ขั้นตอนดำเนินการที่อธิบายไว้ในบทความนี้หากคอมพิวเตอร์ของคุณมีระบบปฏิบัติการที่มี OEM ติดตั้งอยู่ ไฮฟ์ระบบบนชุดติดตั้งของ OEM จะสร้างรหัสผ่านและบัญชีผู้ใช้ซึ่งไม่มีอยู่ก่อนหน้านี้ หากคุณใช้ขั้นตอนดำเนินการที่อธิบายไว้ในบทความนี้ คุณอาจจะไม่สามารถกลับเข้าสู่ระบบในคอนโซลการกู้คืนเพื่อคืนค่ารีจีสทรีไฮฟ์เดิมได้

คุณสามารถซ่อมแซมรีจิสทรีที่เสียหายใน Windows XP ได้ แฟ้มรีจิสทรีที่เสียหายอาจเป็นสาเหตุให้เกิดข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่างๆ ดู Microsoft Knowledge Base สำหรับบทความเกี่ยวกับข้อความแสดงข้อผิดพลาดซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหารีจิสทรี

บทความนี้ตั้งสมมติฐานว่าวิธีการกู้คืนโดยทั่วไปดำเนินการได้ไม่สำเร็จ และการเข้าสู่ระบบจะไม่พร้อมใช้งานยกเว้นว่าโดยใช้คอนโซลการกู้คืน หากมีข้อมูลสำรองการกู้คืนระบบอัตโนมัติ (ASR) วิธีนี้เป็นวิธีที่แนะนำให้ใช้ในการกู้คืน Microsoft แนะนำให้คุณใช้ข้อมูลสำรอง ASR ก่อนที่คุณจะลองใช้ขั้นตอนดำเนินการที่อธิบายไว้ในบทความนี้

หมายเหตุ ต้องแน่ใจว่าได้แทนที่รีจิสทรีไฮฟ์ครบทั้งห้าไฮฟ์แล้ว หากคุณแทนที่เพียงไฮฟ์เดียวหรือสองไฮฟ์ การทำเช่นนี้อาจเป็นสาเหตุของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้เนื่องจากซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์อาจมีการตั้งค่าในตำแหน่งที่ตั้งหลายแห่งในรีจิสทรีดังกล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติม

เมื่อคุณพยายามเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows XP ของคุณหรือเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์นั้นใหม่ คุณอาจจะได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:
Windows XP ไม่สามารถเริ่มทำงานได้เนื่องจากแฟ้มต่อไปนี้สูญหายหรือเสียหาย: \WINDOWS\SYSTEM32\CONFIG\SYSTEM
Windows XP ไม่สามารถเริ่มทำงานได้เนื่องจากแฟ้มต่อไปนี้สูญหายหรือเสียหาย: \WINDOWS\SYSTEM32\CONFIG\SOFTWARE
หยุด: c0000218 {ความล้มเหลวของแฟ้มรีจิสทรี} รีจิสทรีนี้ไม่สามารถโหลดไฮฟ์ (แฟ้ม): \SystemRoot\System32\Config\SOFTWARE หรือแฟ้มบันทึกหรือรูปแบบอื่นของไฮฟ์ดังกล่าวได้
ข้อผิดพลาดของระบบ: Lsass.exe
เมื่อพยายามปรับปรุงรหัสผ่าน สถานะที่ส่งกลับบ่งชี้ว่าค่าที่ระบุให้เป็นรหัสผ่านปัจจุบันนั้นไม่ใช่ค่าที่ถูกต้อง

กู้คืนรีจิสทรีที่เสียหายซึ่งป้องกัน Windows XP ไม่ให้เริ่มทำงาน

ขั้นตอนดำเนินการที่บทความนี้อธิบายจะใช้คอนโซลการกู้คืนและการคืนค่าระบบ บทความนี้ยังแสดงรายการขั้นตอนที่จำเป็นต้องใช้ทั้งหมดตามลำดับที่เฉพาะเจาะจงอีกด้วยเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการดังกล่าวเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์แล้ว เมื่อคุณเสร็จสิ้นขั้นตอนดำเนินการนี้แล้ว ระบบจะกลับสู่สถานะที่ใกล้เคียงอย่างมากกับสถานะก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น หากคุณเคยดำเนินการ NTBackup และเสร็จสิ้นการสำรองข้อมูลสถานะระบบแล้ว คุณไม่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดำเนินการในส่วนที่สองและสาม คุณสามารถข้ามไปยังส่วนที่สี่ได้

ส่วนที่หนึ่ง

ในส่วนที่หนึ่ง ให้คุณเริ่มการทำงานของคอนโซลการกู้คืน สร้างโฟลเดอร์ชั่วคราว สำรองแฟ้มรีจิสทรีที่มีอยู่ไปยังตำแหน่งที่ตั้งใหม่ ลบแฟ้มรีจิสทรีในตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบัน แล้วจึงคัดลอกแฟ้มรีจิสทรีจากโฟลเดอร์การซ่อมแซมไปยังโฟลเดอร์ System32\Config เมื่อคุณเสร็จสิ้นขั้นตอนการดำเนินการนี้แล้ว ระบบจะสร้างรีจิสทรีซึ่งคุณสามารถใช้ในการเริ่มใช้งาน Windows XP ได้ ระบบจะสร้างและบันทึกรีจิสทรีนี้ไว้ในระหว่างการตั้งค่าเริ่มแรกของ Windows XP ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงและการตั้งค่าใดๆ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่โปรแกรมการตั้งค่าดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วจะสูญหายไป

หากต้องการดำเนินการส่วนที่หนึ่งให้เสร็จสมบูรณ์ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. ใส่แผ่นดิสก์เริ่มต้นระบบ Windows XP เข้าไปในฟลอปปีดิสก์ไดรฟ์ หรือใส่แผ่นซีดีรอม Windows XP เข้าไปในซีดีรอมไดรฟ์ แล้วเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์นั้นใหม่
    คลิกเพื่อเลือกตัวเลือกใดๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์จากซีดีรอมไดรฟ์หากคุณได้รับพร้อมท์ให้ดำเนินการเช่นนั้น
  2. เมื่อหน้าจอ "ยินดีต้อนรับสู่การตั้งค่า" ปรากฏขึ้น ให้กด R เพื่อเริ่มการทำงานของคอนโซลการกู้คืน
  3. หากคุณมีคอมพิวเตอร์แบบเริ่มต้นสองระบบหรือเริ่มต้นหลายระบบ ให้เลือกชุดติดตั้งที่คุณต้องการเข้าถึงจากคอนโซลการกู้คืนดังกล่าว
  4. เมื่อคุณได้รับพร้อมท์ให้ดำเนินการเช่นนั้น ให้พิมพ์รหัสผ่านของผู้ดูแลระบบ หากไม่มีรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบดังกล่าว ให้เพียงแต่กด ENTER
  5. ที่พร้อมท์คำสั่งคอนโซลการกู้คืน ให้พิมพ์บรรทัดต่อไปนี้ แล้วกด ENTER หลังจากที่คุณพิมพ์แต่ละบรรทัดแล้ว:
    md tmp
    copy c:\windows\system32\config\system c:\windows\tmp\system.bak
    copy c:\windows\system32\config\software c:\windows\tmp\software.bak
    copy c:\windows\system32\config\sam c:\windows\tmp\sam.bak
    copy c:\windows\system32\config\security c:\windows\tmp\security.bak
    copy c:\windows\system32\config\default c:\windows\tmp\default.bak

    delete c:\windows\system32\config\system
    delete c:\windows\system32\config\software
    delete c:\windows\system32\config\sam
    delete c:\windows\system32\config\security
    delete c:\windows\system32\config\default

    copy c:\windows\repair\system c:\windows\system32\config\system
    copy c:\windows\repair\software c:\windows\system32\config\software
    copy c:\windows\repair\sam c:\windows\system32\config\sam
    copy c:\windows\repair\security c:\windows\system32\config\security
    copy c:\windows\repair\default c:\windows\system32\config\default
  6. พิมพ์ exit เพื่อจบการทำงานของคอนโซลการกู้คืน คอมพิวเตอร์ของคุณจะเริ่มระบบขึ้นใหม่
หมายเหตุ ขั้นตอนดำเนินการนี้ตั้งสมมติฐานว่ามีการติดตั้ง Windows XP ในโฟลเดอร์ C:\Windows ต้องแน่ใจว่าได้เปลี่ยน C:\Windows เป็น windows_folder ที่เหมาะสมแล้วหากโฟลเดอร์ดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งที่ตั้งอื่น

หากคุณมีสิทธิ์เข้าใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เพื่อเป็นการประหยัดเวลา คุณสามารถคัดลอกข้อความในขั้นตอนที่ห้า แล้วสร้างแฟ้มข้อความที่มีชื่อว่า "Regcopy1.txt" ได้ (เป็นต้น) หากต้องการใช้งานแฟ้มนี้ ให้ดำเนินการคำสั่งต่อไปนี้เมื่อคุณเริ่มการทำงานในคอนโซลการกู้คืน
batch regcopy1.txt
คำสั่ง batch ในคอนโซลการกู้คืนจะทำให้คุณสามารถประมวลผลคำสั่งทั้งหมดในแฟ้มข้อความได้โดยเป็นไปตามลำดับ เมื่อคุณใช้คำสั่ง batch คุณไม่จำเป็นต้องพิมพ์คำสั่งมากมายด้วยตนเอง

ส่วนที่สอง

หากต้องการดำเนินการขั้นตอนที่อธิบายไว้ในส่วนนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ คุณจะต้องเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ดูแลระบบหรือผู้ใช้ที่เป็นผู้ดูแลระบบ (ผู้ใช้ซึ่งมีบัญชีผู้ใช้ในกลุ่มผู้ดูแลระบบ) หากคุณใช้ Windows XP Home Edition คุณสามารถเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ใช้ที่เป็นผู้ดูแลระบบได้ หากคุณเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ดูแลระบบ คุณจะต้องเริ่มการทำงานของ Windows XP Home Edition ในเซฟโหมดก่อน หากต้องการเริ่มการทำงานของ Windows XP Home Edition ในเซฟโหมด ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้

หมายเหตุ สั่งพิมพ์คำแนะนำเหล่านี้ก่อนที่คุณจะดำเนินการต่อ คุณจะไม่สามารถดูคำแนะนำเหล่านี้ได้หลังจากเริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ในเซฟโหมด หากคุณใช้ระบบแฟ้ม NTFS ให้สั่งพิมพ์คำแนะนำจากบทความ KB309531 ในฐานข้อมูลองค์ความรู้ด้วย ขั้นตอนที่ 7 ประกอบด้วยข้อมูลอ้างอิงสำหรับบทความนี้
  1. คลิก เริ่ม คลิก ปิดเครื่อง (หรือคลิก ปิดคอมพิวเตอร์) คลิก เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ แล้วคลิก ตกลง (หรือคลิก เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่)
  2. กดปุ่ม F8

    บนคอมพิวเตอร์ที่มีการกำหนดค่าให้เริ่มการทำงานของระบบปฏิบัติการหลายระบบ คุณสามารถกด F8 ได้เมื่อคุณเห็นเมนู เริ่มต้นระบบ
  3. ใช้ปุ่มลูกศรในการเลือกตัวเลือกเซฟโหมดที่เหมาะสม แล้วกด ENTER
  4. หากคุณมีระบบแบบเริ่มต้นสองระบบหรือเริ่มต้นหลายระบบ ให้ใช้ปุ่มลูกศรดังกล่าวในการเลือกชุดติดตั้งที่คุณต้องการเข้าใช้งาน แล้วกด ENTER
ในส่วนที่สอง ให้คุณคัดลอกแฟ้มรีจิสทรีจากตำแหน่งที่สำรองข้อมูลไว้แล้วของแฟ้มเหล่านั้นโดยใช้การคืนค่าระบบ โฟลเดอร์นี้จะไม่พร้อมใช้งานในคอนโซลการกู้คืนและโดยทั่วไปแล้วจะไม่ปรากฏให้เห็นในระหว่างการใช้งานปกติ ก่อนที่คุณจะเริ่มขั้นตอนดำเนินการนี้ คุณต้องเปลี่ยนการตั้งค่าหลายส่วนเพื่อให้มองเห็นโฟลเดอร์นี้ได้:
  1. เปิด Windows Explorer
  2. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวเลือกโฟลเดอร์
  3. คลิกที่แท็บ มุมมอง
  4. ภายใต้ แฟ้มและโฟลเดอร์ที่ซ่อนไว้ ให้คลิกเพื่อเลือก แสดงแฟ้มและโฟลเดอร์ที่ซ่อนไว้ แล้วคลิกเพื่อล้างกล่องกาเครื่องหมาย ซ่อนแฟ้มระบบปฏิบัติการที่มีการป้องกัน (แนะนำ)
  5. คลิก ใช่ เมื่อกล่องโต้ตอบซึ่งยืนยันว่าคุณต้องการแสดงแฟ้มเหล่านี้ปรากฏขึ้น
  6. ดับเบิลคลิกไดรฟ์ที่คุณติดตั้ง Windows XP ไว้เพื่อแสดงรายการของโฟลเดอร์ สิ่งสำคัญก็คือคุณต้องคลิกไดรฟ์ที่ถูกต้อง
  7. เปิดโฟลเดอร์ System Volume Information โฟลเดอร์นี้จะไม่พร้อมใช้งานและปรากฏเป็นสีจางเนื่องจากมีการตั้งค่าให้โฟลเดอร์ดังกล่าวเป็นโฟลเดอร์ที่ซ่อนไว้เป็นพิเศษ

    หมายเหตุ โฟลเดอร์นี้ประกอบด้วยโฟลเดอร์ _restore {GUID} หนึ่งโฟลเดอร์ขึ้นไป เช่น "_restore{87BD3667-3246-476B-923F-F86E30B3E7F8}"

    หมายเหตุ คุณอาจจะได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่อไปนี้:
    C:\System Volume Information ไม่สามารถเข้าถึงได้ ระบบปฏิเสธการเข้าถึง
    หากคุณได้รับข้อความนี้ ให้ดูบทความต่อไปนี้ใน Microsoft Knowledge Base เพื่อขอรับสิทธิ์เข้าใช้งานโฟลเดอร์นี้และดำเนินการต่อด้วยขั้นตอนดำเนินการนี้:
    309531 วิธีการขอรับสิทธิ์เข้าใช้งานโฟลเดอร์ System Volume Information
  8. เปิดโฟลเดอร์ที่ไม่ได้สร้างขึ้นในเวลาปัจจุบัน คุณอาจต้องคลิก รายละเอียด บนเมนู มุมมอง เพื่อดูว่าโฟลเดอร์นี้สร้างขึ้นเมื่อใด อาจมีหนึ่งโฟลเดอร์ขึ้นไปที่ขึ้นต้นด้วย "RPx ภายใต้โฟลเดอร์นี้ โฟลเดอร์เหล่านี้เป็นจุดคืนค่า
  9. เปิดโฟลเดอร์ใดโฟลเดอร์หนึ่งจากโฟลเดอร์เหล่านี้เพื่อระบุตำแหน่งโฟลเดอร์ย่อย Snapshot เส้นทางต่อไปนี้เป็นตัวอย่างเส้นทางของโฟลเดอร์ที่ไปยังโฟลเดอร์ Snapshot:
    C:\System Volume Information\_restore{D86480E3-73EF-47BC-A0EB-A81BE6EE3ED8}\RP1\Snapshot
  10. จากโฟลเดอร์ Snapshot ให้คัดลอกแฟ้มดังต่อไปนี้ไปที่โฟลเดอร์ C:\Windows\Tmp:
    • _REGISTRY_USER_.DEFAULT
    • _REGISTRY_MACHINE_SECURITY
    • _REGISTRY_MACHINE_SOFTWARE
    • _REGISTRY_MACHINE_SYSTEM
    • _REGISTRY_MACHINE_SAM
  11. เปลี่ยนชื่อแฟ้มในโฟลเดอร์ C:\Windows\Tmp ดังนี้:
    • เปลี่ยนชื่อ _REGISTRY_USER_.DEFAULT เป็น DEFAULT
    • เปลี่ยนชื่อ _REGISTRY_MACHINE_SECURITY เป็น SECURITY
    • เปลี่ยนชื่อ _REGISTRY_MACHINE_SOFTWARE เป็น SOFTWARE
    • เปลี่ยนชื่อ _REGISTRY_MACHINE_SYSTEM เป็น SYSTEM
    • เปลี่ยนชื่อ _REGISTRY_MACHINE_SAM เป็น SAM
แฟ้มเหล่านี้เป็นแฟ้มรีจิสทรีที่สำรองข้อมูลไว้จากการคืนค่าระบบ เนื่องจากคุณใช้แฟ้มรีจิสทรีซึ่งโปรแกรมการตั้งค่าสร้างขึ้น รีจิสทรีนี้จึงไม่ทราบว่ามีจุดคืนค่าเหล่านี้อยู่หรือพร้อมใช้งานหรือไม่ ระบบจะสร้างโฟลเดอร์ใหม่โดยมี GUID ใหม่ภายใต้ System Volume Information และระบบจะสร้างจุดคืนค่าซึ่งรวมถึงสำเนาของแฟ้มรีจิสทรีที่คัดลอกไว้ในระหว่างดำเนินการส่วนที่หนึ่งด้วย ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือต้องไม่ใช้โฟลเดอร์ที่เป็นปัจจุบันที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการประทับเวลาบนโฟลเดอร์นั้นเป็นเวลาเดียวกับเวลาปัจจุบัน

การกำหนดค่าระบบปัจจุบันจะไม่คำนึงถึงจุดคืนค่าก่อนหน้านี้ คุณต้องมีสำเนาก่อนหน้านี้ของรีจิสทรีจากจุดคืนค่าก่อนหน้านี้เพื่อทำให้จุดคืนค่าก่อนหน้านี้พร้อมใช้งานได้อีกครั้ง

แฟ้มรีจิสทรีซึ่งมีการคัดลอกไปยังโฟลเดอร์ชั่วคราวในโฟลเดอร์ C:\Windows จะถูกย้ายเพื่อให้แน่ใจว่าแฟ้มดังกล่าวพร้อมใช้งานภายใต้คอนโซลการกู้คืน คุณต้องใช้แฟ้มเหล่านี้ในการแทนที่แฟ้มรีจิสทรีในปัจจุบันในโฟลเดอร์ C:\Windows\System32\Config ตามค่าเริ่มต้น คอนโซลการกู้คืนมีสิทธิ์เข้าใช้งานโฟลเดอร์แบบจำกัดและไม่สามารถคัดลอกแฟ้มจากโฟลเดอร์ System Volume ได้

หมายเหตุ ขั้นตอนดำเนินการที่อธิบายไว้ในส่วนนี้ตั้งสมมติฐานว่าคุณกำลังเรียกใช้คอมพิวเตอร์ของคุณที่มีระบบแฟ้ม FAT32 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเข้าใช้งานโฟลเดอร์ System Volume Information ที่มีระบบแฟ้ม NTFS ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความดังกล่าวใน Microsoft Knowledge Base:
309531 วิธีการขอรับสิทธิ์เข้าใช้งานโฟลเดอร์ System Volume Information

ส่วนที่สาม

ในส่วนที่สาม ให้คุณลบแฟ้มรีจิสทรีที่มีอยู่ แล้วคัดลอกแฟ้ม System Restore Registry ไปยังโฟลเดอร์ C:\Windows\System32\Config:
  1. เริ่มการทำงานของคอนโซลการกู้คืน
  2. ที่พร้อมท์คำสั่ง ให้พิมพ์บรรทัดต่อไปนี้ โดยกด ENTER หลังจากที่คุณพิมพ์แต่ละบรรทัดแล้ว:
    del c:\windows\system32\config\sam

    del c:\windows\system32\config\security

    del c:\windows\system32\config\software

    del c:\windows\system32\config\default

    del c:\windows\system32\config\system

    copy c:\windows\tmp\software c:\windows\system32\config\software

    copy c:\windows\tmp\system c:\windows\system32\config\system

    copy c:\windows\tmp\sam c:\windows\system32\config\sam

    copy c:\windows\tmp\security c:\windows\system32\config\security

    copy c:\windows\tmp\default c:\windows\system32\config\default
    หมายเหตุ อาจจะมีการตัดคำสำหรับบรรทัดคำสั่งบางบรรทัดเหล่านี้เพื่อให้อ่านเข้าใจง่าย
  3. พิมพ์ exit เพื่อจบการทำงานของคอนโซลการกู้คืน คอมพิวเตอร์ของคุณจะเริ่มการทำงานใหม่
หมายเหตุ ขั้นตอนดำเนินการนี้ตั้งสมมติฐานว่ามีการติดตั้ง Windows XP ในโฟลเดอร์ C:\Windows ต้องแน่ใจว่าได้เปลี่ยน C:\Windows เป็น windows_folder ที่เหมาะสมแล้วหากโฟลเดอร์ดังกล่าวอยู่ในตำแหน่งที่ตั้งอื่น

หากคุณมีสิทธิ์เข้าใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น เพื่อเป็นการประหยัดเวลา คุณสามารถคัดลอกข้อความในขั้นตอนที่สอง แล้วสร้างแฟ้มข้อความที่มีชื่อว่า "Regcopy2.txt" ได้ (เป็นต้น) หากต้องการใช้งานแฟ้มนี้ ให้ดำเนินการคำสั่งต่อไปนี้เมื่อคุณเริ่มการทำงานในคอนโซลการกู้คืน
batch regcopy2.txt

ส่วนที่สี่

  1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก โปรแกรมทั้งหมด
  2. คลิก โปรแกรมเบ็ดเตล็ด แล้วคลิก เครื่องมือระบบ
  3. คลิก การคืนค่าระบบ แล้วคลิก คืนค่าไปยังจุดคืนค่าก่อนหน้านี้

ข้อมูลอ้างอิง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้คอนโซลการกู้คืน ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความดังกล่าวใน Microsoft Knowledge Base:
307654 วิธีการติดตั้งและใช้งานคอนโซลการกู้คืนใน Windows XP
216417 วิธีการติดตั้งคอนโซลการกู้คืนของ Windows
240831 วิธีการคัดลอกแฟ้มจากคอนโซลการกู้คืนไปยังสื่อแบบถอดได้
314058 คำอธิบายเกี่ยวกับคอนโซลการกู้คืนของ Windows XP
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคืนค่าระบบ ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความดังกล่าวใน Microsoft Knowledge Base:
306084 วิธีการคืนค่าระบบปฏิบัติการไปเป็นสถานะก่อนหน้านี้ใน Windows XP
261716 การคืนค่าระบบจะนำแฟ้มออกในระหว่างขั้นตอนการคืนค่า
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุที่เป็นไปได้สามประการซึ่งทำให้รีจิสทรีเสียหายและวิธีการแยกแยะสาเหตุเหล่านั้น ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความดังกล่าวใน Microsoft Knowledge Base:
822705 ขั้นตอนการแก้ไขปัญหารีจิสทรีสำหรับผู้ใช้ขั้นสูง

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 307545 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 8 มีนาคม 2557 - Revision: 11.0
ใช้กับ
  • Microsoft Windows XP Home Edition
  • Microsoft Windows XP Professional Edition
  • Microsoft Windows XP Tablet PC Edition
  • Microsoft Windows XP Media Center Edition 2005 Update Rollup 2
Keywords: 
kbenv kbinfo KB307545

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com