หมายเลขบทความ (Article ID): 307654 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

บทนำ

แนะนำให้ใช้ Recovery Console หลังจากเข้าสู่เซฟโหมด และตัวเลือกการเริ่มต้นการทำงานอื่นๆ ไม่เปิดทำงาน แนะนำให้ใช้ Recovery Console ในกรณีที่คุณเป็นผู้ใช้ขั้นสูงที่เข้าใจคำสั่งเบื้องต้นในการระบุและค้นหาโปรแกรมควบคุมและแฟ้มที่เกิดปัญหาเท่านั้น นอกจากนี้คุณต้องใช้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบเพื่อใช้ Recovery Console ได้

การเรียกใช้ Recover Console ทำได้สองวิธีดังนี้
  • ถ้าคุณไม่สามารถเริ่มการทำงานของ Windows และยังไม่เคยติดตั้ง Recovery Console บนคอมพิวเตอร์ของคุณก่อนหน้านี้ คุณสามารถเรียกใช้ Recovery Console ได้จากซีดีการติดตั้งของคุณ
    คลิก "วิธีใช้ Recovery Console" เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม
  • หรือคุณสามารถติดตั้ง Recovery Console บนคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อใช้งานในกรณีที่คุณไม่สามารถเริ่มการทำงานของ Windows ได้ คุณสามารถเลือกตัวเลือก Recovery Console จากรายการระบบปฏิบัติที่แสดงขึ้นในระหว่างการเริ่มการทำงาน
    คลิก "วิธีการติดตั้ง Recovery Console" เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติม


ข้อมูลเพิ่มเติม

วิธีการติดตั้ง Recovery Console

คุณสามารถติดตั้ง Recovery Console ลงในคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานในกรณีที่คุณไม่สามารถเริ่มการทำงานของ Windows ได้ คุณสามารถเลือกตัวเลือก Recovery Console จากรายการระบบปฏิบัติที่แสดงขึ้นในระหว่างการเริ่มการทำงาน แนะนำให้ติดตั้ง Recovery Console ในเซิร์ฟเวอร์ที่สำคัญและในเวิร์กสเตชันของเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ บทความนี้อธิบายวิธีติดตั้ง Recovery Console ลงในคอมพิวเตอร์ที่ทำงานบน Windows XP ในการติดตั้ง Recovery Console คุณต้องเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ดูแลระบบ

แม้ว่าคุณจะสามารถเรียกใช้ Recovery Console ได้โดยตรงจากแผ่นซีดี Windows XP แต่จะสะดวกกว่าหากติดตั้งเป็นตัวเลือกในการเริ่มการทำงานบนเมนูเริ่มการทำงาน ในการเรียกใช้ Recovery Console โดยตรงจากแผ่นซีดี ดูที่หัวข้อ "วิธีใช้ Recovery Console"

ในการติดตั้ง Recovery Console ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ใส่แผ่นซีดี Windows XP ในไดร์ฟซีดี
  2. คลิก Start จากนั้นคลิก Run
  3. ในช่อง Open พิมพ์ d:\i386\winnt32.exe /cmdcons โดย d คือตัวอักษรไดรฟ์สำหรับไดรฟ์ซีดี สำหรับ Microsoft Windows XP Professional x64 Edition ให้พิมพ์ d:\amd64\winnt32.exe /cmdcons โดย d คือตัวอักษรไดรฟ์สำหรับไดรฟ์ซีดี
  4. กล่องโต้ตอบการติดตั้ง Windows จะปรากฏขึ้น กล่องโต้ตอบการติดตั้ง Windows จะแจ้งตัวเลือก Recovery Console ยืนยันการติดตั้งโดยคลิก Yes (ภาพหน้าจอสำหรับขั้นตอนนี้จะแสดงรายการไว้ข้างล่างนี้)
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2930852
  5. เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ครั้งถัดไปที่คุณเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ ข้อความ "Microsoft Windows Recovery Console" จะปรากฏบนเมนูเริ่มการทำงาน (ภาพหน้าจอสำหรับขั้นตอนนี้จะแสดงรายการไว้ข้างล่างนี้)
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2930853
หรือคุณสามารถใช้การเชื่อมต่อ Universal Naming Convention (UNC) เพื่อติดตั้ง Recovery Console จากจุดที่ใช้เครือข่ายร่วมกัน

หมายเหตุ คุณอาจได้รับข้อความแจ้งข้อผิดพลาดที่คล้ายกับข้อความต่อไปนี้:
Setup cannot continue because the version of Windows on your computer is newer than the version on the CD.
หากเกิดปัญหานี้ขึ้น ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
898594 คุณได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดขณะพยายามติดตั้ง Recovery Console ใน Microsoft Windows XP Service Pack 2

วิธีใช้ Recovery Console

คุณสามารถเปิดและปิดใช้บริการ ฟอร์แมตไดรฟ์ อ่านและเขียนข้อมูลบนไดรฟ์ภายใน (รวมถึงไดรฟ์ที่ถูกฟอร์แมตเพื่อใช้ระบบแฟ้ม NTFS) และทำงานดูแลระบบอื่นๆ ได้ Recovery Console เป็นเครื่องมือที่เป็นประโยชน์เมื่อคุณต้องซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ โดยคัดลอกแฟ้มจากดิสก์หรือแผ่นซีดีไปยังฮาร์ดดิสก์ของคุณ หรือเมื่อคุณต้องกำหนดค่าบริการใหม่ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณไม่เริ่มทำงานอย่างถูกต้อง

ถ้าคุณไม่สามารถเริ่มใช้งาน Windows คุณสามารถเรียกใช้ Recovery Console จากดิสก์เริ่มทำงานของ Windows XP หรือแผ่นซีดี Windows XP

หลังจากติดตั้ง Windows XP ในคอมพิวเตอร์ คุณสามารถเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์และใช้ Recovery Console ได้ ต้องใช้ดิสก์เริ่มการทำงานของ Windows XP หรือแผ่นซีดี Windows XP

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสร้างดิสก์เริ่มระบบสำหรับติดตั้ง Windows XP (ไม่มีใน Windows XP) ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความ Microsoft Knowledge Base:
310994 การขอดิสก์เริ่มระบบสำหรับติดตั้ง Windows XP
หมายเหตุ ในการเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์จากแผ่นซีดี Windows XP คุณต้องกำหนดค่าระบบอินพุต/เอาต์พุตพื้นฐาน (BIOS) ของคอมพิวเตอร์ให้เริ่มการทำงานจากแผ่นซีดีของคุณ

ในการเรียกใช้ Recovery Console จากดิสก์เริ่มการทำงานของ Windows XP หรือแผ่นซีดี Windows XP ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ใส่ดิสก์เริ่มการทำงาน Windows XP ในไดรฟ์ฟลอปปี้ดิสก์ หรือใส่แผ่นซีดี Windows XP ในไดรฟ์ซีดีแล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์

    คลิกเพื่อเลือกตัวเลือกใดๆ ที่จำเป็นในการเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์จากไดรฟ์ซีดีเมื่อได้รับพร้อมท์
  2. เมื่อหน้าจอ "Welcome to Setup" ปรากฏขึ้น ให้กด R เพื่อเริ่มใช้ Recovery Console
  3. หากคุณใช้คอมพิวเตอร์เริ่มระบบคู่หรือเริ่มระบบหลายส่วน ให้เลือกการติดตั้งที่คุณต้องเข้าใช้งานจาก Recovery Console
  4. เมื่อได้รับพร้อมท์ ให้พิมพ์รหัสผ่านผู้ดูแลระบบ หากไม่มีรหัสผ่านผู้ดูแลระบบ ให้กด ENTER
  5. ที่พร้อมท์คำสั่ง ให้พิมพ์คำสั่งเพื่อวินิจฉัยและซ่อมแซมการติดตั้ง Windows XP ของคุณ

    สำหรับรายการคำสั่งที่มีอยู่ใน Recovery Console ให้พิมพ์ recovery console commands หรือ help ที่พร้อมท์คำสั่ง แล้วกด ENTER

    สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำสั่งเฉพาะ ให้พิมพ์ help commandname ที่พร้อมท์คำสั่ง แล้วกด ENTER
  6. ในการออกจาก Recovery Console และเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ให้พิมพ์ exit ที่พร้อมท์คำสั่งแล้วกด ENTER

วิธีใช้พร้อมท์คำสั่ง Recovery Console

เมื่อคุณใช้ Recovery Console คุณกำลังทำงานที่พร้อมท์คำสั่ง แทนพร้อมท์คำสั่งปกติของ Windows Recovery Console มีตัวแปลคำสั่งแยกเฉพาะ ในการเข้าสู่ตัวแปลคำสั่งนี้ คุณจะได้รับพร้อมท์จาก Recovery Console ให้พิมพ์รหัสผ่านผู้ดูแลระบบภายใน

เมื่อ Recovery Console เริ่มทำงาน คุณสามารถกด F6 เพื่อติดตั้งโปรแกรมควบคุม SCSI หรือ RAID ของผู้ผลิต ในกรณีที่ต้องการใช้โปรแกรมควบคุมนี้ในการเข้าใช้งานฮาร์ดดิสก์ พร้อมท์นี้ทำงานแบบเดียวกันกับการติดตั้งระบบปฏิบัติการ

Recovery Console อาจใช้เวลาครู่หนึ่งในการเริ่มทำงาน เมื่อเมนู Recovery Console ปรากฏขึ้น รายการที่มีตัวเลขกำกับของการติดตั้ง Windows บนคอมพิวเตอร์จะปรากฏขึ้น (โดยปกติจะมีเฉพาะ c:\\Windows) กดเลือกตัวเลขก่อนกด ENTER แม้ว่าจะมีรายการเดียวปรากฏอยู่ก็ตาม หากคุณกด ENTER โดยไม่เลือกตัวเลข คอมพิวเตอร์จะเริ่มการทำงานอีกครั้ง และเริ่มกระบวนการอีกครั้ง (ภาพหน้าจอสำหรับขั้นตอนนี้จะแสดงรายการไว้ข้างล่างนี้)
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2930854

เมื่อคุณเห็น %SystemRoot% (โดยปกติคือ C:\Windows) คุณสามารถเริ่มใช้คำสั่งที่มีอยู่ใน Recovery Console ได้

การดำเนินการของชุดคำสั่ง

 
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
รายการต่อไปนี้อธิบายคำสั่งที่มีอยู่ใน Recovery Console
  • Attrib ใช้แก้ไขคุณลักษณะของแฟ้มหรือไดเรกทอรีย่อย
  • Batch ออกคำสั่งที่คุณระบุในแฟ้มข้อความหรือแฟ้ม Inputfile Outputfile ใช้เก็บข้อมูลผลลัพธ์ของการดำเนินการคำสั่ง หากคุณไม่ป้อนพารามิเตอร์ Outputfile ข้อมูลผลลัพธ์จะปรากฏบนหน้าจอ
  • Bootcfg ใช้แก้ไขแฟ้ม Boot.ini ในการกำหนดค่าการเริ่มระบบและกู้คืนข้อมูล
  • CD (Chdir) ใช้ได้เฉพาะในไดเรกทอรีระบบในการติดตั้ง Windows ปัจจุบัน สื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้ ไดเรกทอรีรกาของพาร์ติชั่นฮาร์ดดิสก์ หรือตำแหน่งติดตั้งภายใน
  • Chkdsk คำสั่ง /p จะเรียกใช้ Chkdsk แม้ว่าไดร์ฟจะไม่ถูกแฟลกว่ามีข้อมูลจำนวนมาก คำสั่ง /r จะค้นหาส่วนที่เกิดปัญหาและกู้คืนข้อมูลที่อ่านได้ คำสั่งนี้หมายถึง /p Chkdsk ต้องใช้ Autochk Chkdsk จะค้นหา Autochk.exe ในโฟลเดอร์เริ่มการทำงานอัตโนมัติ หาก Chkdsk ไม่พบแฟ้มในโฟลเดอร์เริ่มการทำงาน ระบบจะค้นหาแผ่นซีดีสำหรับติดตั้ง Windows 2000 หาก Chkdsk ไม่พบแผ่นซีดีสำหรับติดตั้ง Chkdsk จะแจ้งตำแหน่งของ Autochk.exe กับผู้ใช้
  • Cls ล้างหน้าจอ
  • Copy คัดลอกแฟ้มไปยังตำแหน่งเป้าหมาย ตามค่าเริ่มต้น เป้าหมายต้องไม่ใช่สื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้ และคุณไม่สามารถใช้อักขระดอกจัน การคัดลอกแฟ้มที่บีบอัดจากแผ่นซีดีสำหรับติดตั้ง Windows 2000 จะแตกแฟ้มอัตโนมัติ
  • Del (Delete) ลบแฟ้มหนึ่งแฟ้ม ใช้เฉพาะในไดเรกทอรีระบบของการติดตั้ง Windows ปัจจุบัน สื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้ ไดเรกทอรีรากของพาร์ติชั่นฮาร์ดดิสก์ หรือตำแหน่งการติดตั้งภายใน ตามค่าเริ่มต้น คุณไม่สามารถใช้อักขระดอกจัน
  • Dir แสดงรายการแฟ้มทั้งหมด รวมทั้งแฟ้มที่ซ่อนและแฟ้มะบบ
  • Disable ปิดบริการระบบ Windows หรือโปรแกรมควบคุม ตัวแปร service_or_driver คือชื่อบริการหรือโปรแกรมควบคุมที่คุณต้องการปิดใช้งาน เมื่อคุณใช้คำสั่งนี้เพื่อปิดใช้งานบริการ คำสั่งจะแสดงประเภทการเริ่มการทำงานเดิมของบริการ ก่อนแก้ไขประเภทเป็น SERVICE_DISABLED จดบันทึกประเภทการเริ่มการทำงานเดิม เพื่อใช้คำสั่ง enable ในการเริ่มบริการ
  • Diskpart จัดการพาร์ติชั่นในพื้นที่ฮาร์ดดิสก์ ตัวเลือก /add จะสร้างพาร์ติชั่นใหม่ ตัวเลือก /delete ใช้ลบพาร์ติชั่นที่มีอยู่ อุปกรณ์ตัวแปรเป็นชื่ออุปกรณ์สำหรับพาร์ติชั่นใหม่ (เช่น \device\harddisk0) ไดร์ฟตัวแปรเป็นอักขระกำกับไดรฟ์สำหรับพาร์ติชั่นที่คุณลบ (เช่น D) พาร์ติชั่นเป็นชื่อสำหรับใช้กับพาร์ติชั่นที่คุณลบ (เช่น \device\harddisk0\partition1) สามารถใช้แทนตัวแปรไดรฟ์ได้ ขนาดตัวแปรเป็นขนาดพาร์ติชั่นใหม่ในหน่วยเมกะไบต์
  • Enable เปิดบริการระบบ Windows หรือโปรแกรมควบคุม ตัวแปร service_or_driver เป็นชื่อบริการหรือโปรแกรมควบคุมที่คุณต้องการเปิดใช้ และ start_type เป็นประเภทการเริ่มการทำงานของบริการที่เปิดใช้ ประเภทการเริ่มการทำงานมีรูปแบบดังนี้:
    SERVICE_BOOT_START
    SERVICE_SYSTEM_START
    SERVICE_AUTO_START
    SERVICE_DEMAND_START
  • Exit ออกจาก Recovery Console แล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์
  • Expand แตกแฟ้มที่บีบอัด ต้นทางตัวแปรเป็นแฟ้มที่คุณต้องการแตกข้อมูล ตามค่าเริ่มต้น คุณไม่สามารถใช้อักขระดอกจัน ปลายทางตัวแปรคือไดเรกทอรีของแฟ้มใหม่ ตามค่าเริ่มต้น ปลายทางไม่สามารถเป็นสื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้และไม่สามารถเป็นแบบอ่านอย่างเดียว คุณสามารถใช้คำสั่ง attrib เพื่อลบคุณลักษณะอ่านอย่างเดียวจากไดเรกทอรีปลายทาง ต้องใช้ตัวเลือก /f:filespec หากต้นทางมีแฟ้มมากกว่าหนึ่งรายการ ตัวเลือกนี้อนุญาตให้ใช้อักขระดอกจัน คำสั่ง /y ใช้ปิดการแจ้งยืนยันการเขียนทับ คำสั่ง /d ระบุว่าไม่มีการแตกแฟ้มและแสดงไดเรกทอรีของแฟ้มที่ต้นทาง
  • Fixboot ใช้เขียนส่วนเริ่มการทำงานใหม่ในพาร์ติชั่นของระบบ
  • Fixmbr ใช้ซ่อมแซมรหัสเริ่มระบบหลักของพาร์ติชั่นเริ่มการทำงาน อุปกรณ์ตัวแปรเป็นชื่อตัวเลือกที่ระบุอุปกรณ์ที่ต้องใช้บันทึกข้อมูลเริ่มระบบหลักใหม่ ละเว้นตัวแปรนี้หากปลายทางเป็นอุปกรณ์เริ่มการทำงาน
  • Format ใช้ฟอร์แมตดิสก์ คำสั่ง /q ใช้ฟอร์แมตแบบด่วน คำสั่ง /fs ใช้ระบุระบบแฟ้ม
  • Help หากคุณไม่ใช้ตัวแปรคำสั่งในการระบุคำสั่ง help จะแสดงคำสั่งทั้งหมดที่ Recovery Console รองรับ
  • Listsvc แสดงบริการและโปรแกรมควบคุมทั้งหมดในคอมพิวเตอร์
  • Logon แสดงการติดตั้งที่พบใน Windows และคำขอรหัสผ่านผู้ดูแลระบบสำหรับการติดตั้ง ใช้คำสั่งนี้เพื่อย้ายไปยังส่วนการติดตั้งหรือไดเรกทอรีย่อยอื่น
  • Map แสดงการแมปอุปกรณ์ที่ใช้งานในปัจจุบัน ระบุตัวเลือก arc เพื่อแจ้งการใช้เส้นทาง Advanced RISC Computing (ARC) (ฟอร์แมตสำหรับ Boot.ini) แทนเส้นทางอุปกรณ์ของ Windows
  • MD (Mkdir) ใช้เฉพาะกับไดเรกทอรีระบบของการติดตั้ง Windows ในปัจจุบัน สื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้ ไดเรกทอรีรากของพาร์ติชั่นฮาร์ดดิสก์ หรือตำแหน่งการติดตั้งภายใน
  • More/Type แสดงแฟ้มข้อความที่ระบุบนหน้าจอ
  • Rd (Rmdir) ใช้เฉพาะกับไดเรกทอรีระบบของการติดตั้ง Windows ในปัจจุบัน สื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้ ไดเรกทอรีรากของพาร์ติชั่นฮาร์ดดิสก์ หรือตำแหน่งการติดตั้งภายใน
  • Ren (Rename) ใช้เฉพาะกับไดเรกทอรีระบบของการติดตั้ง Windows ในปัจจุบัน สื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้ ไดเรกทอรีรากของพาร์ติชั่นฮาร์ดดิสก์ หรือตำแหน่งการติดตั้งภายใน คุณไม่สามารถระบุไดรฟ์หรือเส้นทางใหม่เป็นปลายทางได้
  • Set แสดงและกำหนดตัวแปรแวดล้อมของ Recovery Console
  • Systemroot กำหนดไดเรกทอรีปัจจุบันไปที่ %SystemRoot%
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

กฎของ Recovery Console

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
กฎเกณฑ์แวดล้อมหลายอย่างมีความเกี่ยวข้องขณะใช้งาน Recovery Console พิมพ์ set เพื่อดูสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ตามค่าเริ่มต้น มีกฎดังนี้:
  • AllowAllPaths = FALSE ห้ามเข้าใช้งานไดเรกทอรีและไดเรกทอรีย่อยนอกการติดตั้งระบบที่คุณเลือกเมื่อเข้าสู่ Recovery Console
  • AllowRemovableMedia = FALSE ห้ามเข้าใช้งานสื่อบันทึกข้อมูลแบบถอดได้เป็นปลายทางของแฟ้มที่คัดลอก
  • AllowWildCards = FALSE ไม่รองรับอักขระดอกจันในคำสั่ง เช่น copy และ del
  • NoCopyPrompt = FALSE คุณจะได้รับแจ้งจาก Recovery Console ให้ยืนยันเมื่อต้องการเขียนทับแฟ้มปัจจุบัน
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีการลบ Recovery Console

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
การลบ Recovery Console:
  1. เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ โดยคลิก Start จากนั้นคลิก My Computer และคลิกสองครั้งที่ฮาร์ดดิสก์ที่คุณติดตั้ง Recovery Console ไว้
  2. จากเมนู Tools คลิก Folder Options จากนั้นคลิกแท็บ View
  3. คลิกเลือก Show hidden files and folders เพื่อลบเครื่องหมาย Hide protected operating system files จากนั้นคลิก OK
  4. จากโฟลเดอร์ราก ลบโฟลเดอร์ Cmdcons และแฟ้ม Cmldr
  5. จากโฟลเดอร์ราก คลิกขวาที่แฟ้ม Boot.ini จากนั้นคลิก Properties
  6. คลิกเพื่อลบเครื่องหมาย Read-only จากนั้นคลิก OK

    คำเตือน: การปรับแต่งแฟ้ม Boot.ini ไม่ถูกต้องอาจทำให้คอมพิวเตอร์ไม่สามารถเริ่มทำงานได้ ลบเฉพาะรายการสำหรับ Recovery Console เท่านั้น และแก้ไขคุณลักษณะของแฟ้ม Boot.ini เป็นอ่านอย่างเดียวหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ เปิดแฟ้ม Boot.ini ใน Notepad ของ Microsoft Windows และลบรายการสำหรับ Recovery Console คล้ายกับพาธนี้:
    C:\cmdcons\bootsect.dat="Microsoft Windows Recovery Console" /cmdcons
  7. บันทึกและปิดแฟ้ม
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีการติดตั้ง Recovery Console ในระหว่างการติดตั้งโดยไม่ตั้งใจ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ในการติดตั้ง Recovery Console ระหว่างติดตั้ง Windows โดยไม่มีการควบคุม คุณต้องใช้ [GuiRunOnce] ของแฟ้ม unattend.txt
Command1="path\winnt32 /cmdcons /unattend"
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้แฟ้ม Unattend.txt ได้จากหัวข้อ คำแนะนำในการวางแผนการใช้งาน ของชุดข้อมูลเซิร์ฟเวอร์ Windows 2000
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ข้อมูลอ้างอิง

คุณสามารถใช้ Group Policy เพื่อแก้ไขกฎและเพิ่มสิทธิ์ที่คุณมีใน Recovery Console

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนนี้ได้โดยคลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความจาก Microsoft Knowledge Base:
310497 วิธีใช้ Group Policies เพื่อเพิ่มการใช้งานใน Recovery Console

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Windows XP Recovery Console โดยคลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความจาก Microsoft Knowledge Base:
314058 คำอธิบาย Windows XP Recovery Console สำหรับผู้ใช้ขั้นสูง

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 307654 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 31 มกราคม 2557 - Revision: 11.0
ใช้กับ
  • Microsoft Windows XP Professional Edition
  • Microsoft Windows XP Home Edition
Keywords: 
kbhowto kbcip KB307654

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com