หมายเลขบทความ (Article ID): 315231 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้

ถ้าต้องการรับโปรแกรมปรับปรุงด้านการรักษาความปลอดภัยสำหรับ Windows ต่อไป โปรดตรวจสอบว่าคุณใช้ Windows XP พร้อมด้วย Service Pack 3 (SP3) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูเว็บไซต์นี้ของ Microsoft: การสนับสนุนกำลังจะสิ้นสุดลงสำหรับ Windows บางรุ่น

ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

ข้อมูลเบื้องต้น

บทความนี้อธิบายถึงวิธีการกำหนดค่า Windows XP เพื่อให้ทำการล็อกออนโดยอัตโนมัติโดยการเก็บรหัสผ่านและข้อมูลอื่นๆ ของคุณไว้ในฐานข้อมูลรีจิสทรี คุณสมบัตินี้ช่วยให้ผู้ใช้รายอื่นๆ เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณและใช้งานบัญชีที่คุณกำหนดให้ล็อกออนโดยอัตโนมัติได้

ข้อมูลสำคัญ หากคุณเปิดใช้งาน autologon การใช้ Windows XP จะสะดวกยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้คุณสมบัตินี้อาจส่งผลต่อความเสี่ยงในการรักษาความปลอดภัย

ข้อมูลเพิ่มเติม

สิ่งสำคัญ ส่วน วิธีการ หรืองานนี้ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับวิธีการปรับเปลี่ยนรีจิสทรี อย่างไรก็ตาม ปัญหาร้ายแรงอาจเกิดขึ้นหากคุณปรับเปลี่ยนรีจิสทรีไม่ถูกต้อง ดังนั้น โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างระมัดระวัง สำหรับการป้องกันเพิ่มเติม ให้สำรองรีจิสทรีก่อนทำการปรับเปลี่ยน เพื่อที่คุณจะสามารถคืนค่ารีจิสทรีได้หากมีปัญหาเกิดขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสำรองข้อมูลและคืนค่ารีจิสทรี โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้ เพื่อดูบทความในฐานความรู้ของ Microsoft:
322756 วิธีการสำรองข้อมูลและคืนค่ารีจิสทรีใน Windows

หากคุณกำหนดให้คอมพิวเตอร์ใช้การล็อกออนอัตโนมัติ ใครก็ตามที่สามารถเข้าใช้งานเครื่องได้จะสามารถเข้าใช้งานทุกอย่างในคอมพิวเตอร์ได้ รวมทั้งเน็ตเวิร์กหรือเน็ตเวิร์กต่างๆ ที่เครื่องคอมพิวเตอร์นั้นเชื่อมต่ออยู่ นอกจากนี้ หากคุณเปิดการล็อกออนอัตโนมัติ รหัสผ่านที่บันทึกไว้ในรีจิสตรียังเป็นเพียงข้อความปกติ รีจิสตรีคีย์นี้สามารถอ่านได้จากรีโมทโดยกลุ่มผู้ใช้ที่มีสิทธิ ดังนั้น ใช้เฉพาะการตั้งค่านี้หากคอมพิวเตอร์มีการป้องกันการเข้าใช้งานทางกายภาพอย่างดีเท่านั้น และคุณแน่ใจว่าผู้ใช้ที่คุณไม่เชื่อถือจะไม่สามารถเห็นไฟล์รีจิสตรีได้จากรีโมท



ถ้าต้องการให้เราเปิดใช้งาน การล็อกออนอัตโนมัติ ให้กับคุณ ให้ไปที่หัวข้อ "แก้ไขปัญหาให้ฉัน" ถ้าคุณต้องการแก้ไขปัญหานี้ด้วยตนเอง ไปที่หัวข้อ "ให้ฉันแก้ไขด้วยตนเอง"

แก้ไขปัญหาให้ฉัน



เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้โดยอัตโนมัติ ให้คลิกที่ปุ่มหรือการเชื่อมโยง แก้ไขปัญหา จากนั้นคลิก เรียกใช้ ในกล่องโต้ตอบ ดาวน์โหลดแฟ้ม และปฏิบัติตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้าง Fix it

เปิดใช้งานการล็อกออนอัตโนมัติใน Windows XP
Microsoft Fix it 50529
ปิดใช้งานการล็อกออนอัตโนมัติใน Windows XP
Microsoft Fix it 50532


หมายเหตุ
  • การใช้คุณสมบัติล็อกออนอัตโนมัติอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยได้
  • โปรดพิมพ์ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ถูกต้องในกล่องข้อความ theDefaultUserName และ DefaultPassword ระหว่างการติดตั้งของการแก้ไขปัญหา Fix it
  • หากชื่อผู้ใช้เป็นชื่อผู้ใช้ของโดเมน ระบุค่าสำหรับ DefaultUsername โดยใช้รูปแบบต่อไปนี้:

    domain\username
  • ตัวช่วยสร้างนี้อาจมีเฉพาะภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขอัตโนมัติจะทำงานกับ Windows รุ่นภาษาอื่นด้วย
  • ถ้าคุณไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องที่ประสบปัญหา คุณสามารถบันทึกการแก้ไขอัตโนมัติไปยังแฟลชไดรฟ์หรือแผ่นซีดี จากนั้นเรียกใช้บนคอมพิวเตอร์ที่ประสบปัญหา
แล้วไปที่หัวข้อ "สามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่"



ให้ฉันแก้ไขด้วยตนเอง

วิธีที่ 1:
หมายเหตุ: หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแก้ไขรีจิสทรีก่อนที่จะดำเนินการต่อไปกับบทความนี้ คลิกที่การเชื่อมโยงต่อไปนี้เพื่อดูบทความบนเว็บไซต์ของ Microsoft:

http://technet.microsoft.com/th-th/library/cc755256(en-us).aspx


คุณสามารถใช้ Registry Editor เพื่อเพิ่มข้อมูลการล็อกออนได้ โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. คลิกที่ Start คลิก Run พิมพ์ regedit แล้วคลิก OK
  2. ค้นหารีจิสทรีคีย์ต่อไปนี้:
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\Winlogon
  3. การใช้แอคเคาท์และรหัสผ่านของคุณ ดับเบิลคลิกที่รายการ DefaultUserName พิมพ์ชื่อผู้ใช้ของคุณ แล้วคลิก OK
  4. ดับเบิลคลิกรายการ DefaultPassword พิมพ์รหัสผ่านของคุณใต้ช่องค่าข้อมูล แล้วคลิกOK

    หากไม่มีค่า DefaultPassword ให้สร้างขึ้น โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
    1. ใน Registry Editor คลิกEdit คลิกNew จากนั้นคลิกString Value
    2. พิมพ์ DefaultPassword ที่ value name แล้วกด ENTER
    3. ดับเบิลคลิกที่คีย์ที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ แล้วพิมพ์รหัสผ่านลงในช่องValue Data
    หมายเหตุ: ถ้าไม่มีรายการรีจิสทรี DefaultPassword อยู่เดิม Windows XP จะเปลี่ยนค่าของรีจิสทรีคีย์ AutoAdminLogonโดยอัตโนมัติจาก 1 (true) เป็น 0 (false) เพื่อปิดคุณสมบัติ AutoAdminLogon หลังจากที่คอมพิวเตอร์เริ่มทำงานใหม่
  5. ดับเบิลคลิกรายการAutoAdminLogon พิมพ์1 ในช่องValue Dataแล้วคลิก OK

    หากไม่มีรายการ AutoAdminLogon ให้สร้างขึ้นเอง โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
    1. ใน Registry Editor คลิกEdit คลิกNew จากนั้นคลิกString Value
    2. พิมพ์ AutoAdminLogon ที่ value name แล้วกด ENTER
    3. ดับเบิลคลิกที่คีย์ที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ แล้วพิมพ์ 1 ในช่องValue Data
  6. ออกจาก Registry Editor
  7. คลิก Start คลิกRestart แล้วคลิกOK
หลังจากคอมพิวเตอร์ของคุณรีสตาร์ทและเริ่มต้น Windows XP แล้ว คุณสามารถล็อกออนได้โดยอัตโนมัติ

หากต้องการข้ามการล็อกออนอัตโนมัติเพื่อล็อกออนเป็นผู้ใช้อื่นๆ ให้กดปุ่ม SHIFT หลังจากคุณล็อกออฟหรือหลังจากรีสตาร์ท Windows XP แล้ว โดยที่กระบวนการนี้ใช้เฉพาะกับการล็อกออนครั้งแรกเท่านั้น การบังคับให้ใช้การตั้งค่านี้สำหรับการล็อกออฟต่อไป ผู้ดูแลระบบต้องกำหนดรีจิสตรีคีย์ต่อไปนี้:
HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows NT\CurrentVersion\Winlogon


Value:ForceAutoLogon
ประเภท: REG_SZ
ข้อมูล: 1

วิธีที่ 2:

นอกจากนี้ คุณยังสามารถเปิดการล็อกออนโดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องแก้ไขรีจิสทรีใน Windows XP Home Edition และใน Windows XP Professional ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้อยู่ในโดเมน โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิกที่ เริ่ม แล้วคลิก เรียกใช้
  2. ในช่อง Open พิมพ์control userpasswords2แล้วคลิกOK

    หมายเหตุ เมื่อผู้ใช้พยายามแสดงข้อมูลวิธีใช้ในวินโดว์ User Accounts ใน Windows XP Home Edition ข้อมูลวิธีใช้จะไม่แสดง นอกจากนี้ ผู้ใช้จะได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่อไปนี้:
    Cannot find the Drive:\Windows\System32\users.hlp Help file. Check to see that the file exists on your hard disk drive. If it does not exist, you must reinstall it.
  3. ยกเลิกการเลือกช่องทำเครื่องหมาย "Users must enter a user name and password to use this computer" แล้วคลิกApply
  4. ในวินโดว์ Automatically Log On พิมพ์รหัสผ่านในช่อง Password แล้วพิมพ์รหัสผ่านอีกครั้งในช่อง Confirm Password
  5. คลิก OK เพื่อปิดหน้าต่าง Automatically Log On แล้วคลิก OK เพื่อปิดหน้าต่าง User Accounts

สามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่

  • ตรวจสอบว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วหรือไม่ ถ้าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว คุณสามารถสิ้นสุดส่วนนี้ได้ ถ้าปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข คุณสามารถ ติดต่อฝ่ายสนับสนุน
  • เรายินดีรับข้อเสนอแนะของคุณ หากต้องการส่งคำติชม หรือรายงานปัญหาใดๆ พร้อมกับการแก้ไขปัญหานี้ โปรดเขียนข้อคิดเห็นไว้ที่บล็อก "แก้ไขปัญหาให้ฉัน" หรือส่ง อีเมล มาที่เรา

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 315231 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 4 สิงหาคม 2554 - Revision: 3.0
ใช้กับ
  • Microsoft Windows XP Home Edition
  • Microsoft Windows XP Professional Edition
  • Microsoft Windows XP Professional x64 Edition
Keywords: 
kbacwsurvey kbregistry kbhowto kbenv kbinfo kbui kbmsifixme kbfixme KB315231

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com