วิธีการกู้คืนเอกสาร Word ที่สูญหาย

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 316951 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

บทนำ

เอกสาร Microsoft Word สามารถสูญหายได้ในบางกรณีตัวอย่างเช่น เอกสารอาจสูญหายได้หากเกิดข้อผิดพลาดซึ่งบังคับให้ Word จบการทำงาน หากคุณพบปัญหาไฟฟ้าขัดข้องในขณะที่แก้ไขเอกสาร หรือหากคุณปิดเอกสารโดยไม่บันทึกการเปลี่ยนแปลงบทความนี้จะอธิบายขั้นตอนที่คุณสามารถใช้เพื่อกู้คืนเอกสารที่สูญหายได้

หมายเหตุ เอกสารที่สูญหายบางส่วนอาจจะกู้คืนไม่ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

ให้ใช้วิธีการต่อไปนี้ในลำดับที่ปรากฏตามความเหมาะสมสำหรับสถานการณ์ของคุณ

วิธีที่ 1:ค้นหาเอกสารต้นฉบับ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed

ขั้นตอนสำหรับ Windows 8.1 หรือ Windows 8

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. กดแป้นโลโก้ Windows+E เพื่อเปิด Windows Explorer
  2. ในกล่อง ค้นหา PC นี้ ให้พิมพ์ชื่อเอกสาร แล้วกด Enter
  3. หากเอกสาร Word นี้แสดงรายการขึ้นมา ให้ดับเบิลคลิกที่เอกสารดังกล่าวเพื่อเปิดเอกสารนั้นหากคุณไม่เห็นเอกสาร Word ที่คุณกำลังค้นหา ให้ไปที่ขั้นตอนที่ 4
  4. ในกล่อง ค้นหา PC นี้ ให้พิมพ์ *.docx แล้วกด Enter
  5. หากรายการผลลัพธ์ไม่ประกอบด้วยเอกสาร Word ที่คุณกำลังค้นหา ให้ดำเนินการต่อตามวิธีที่ 2
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ขั้นตอนสำหรับ Windows Vista หรือ Windows 7

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. คลิก เริ่ม
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
     ปุ่มเริ่ม
    พิมพ์ชื่อของเอกสารในกล่อง เริ่มการค้นหา แล้วกด ENTER
  2. หากรายการ แฟ้ม มีเอกสาร ให้คลิกสองครั้งที่เอกสารเพื่อเปิดใน Word

    หากไม่มีเอกสารอยู่ในรายการ แฟ้ม ให้ไปที่ขั้นตอนที่ 3
  3. คลิก เริ่ม
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
     ปุ่มเริ่ม
    พิมพ์ *.doc ในกล่อง เริ่มการค้นหา แล้วกด ENTER

    หมายเหตุ สำหรับเอกสาร Microsoft Office Word 2007 หรือ Word 2010 ให้พิมพ์ *.docx
  4. หากไม่มีแฟ้มอยู่ในรายการ แฟ้ม ให้ใช้วิธีที่ 2
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ขั้นตอนสำหรับ Microsoft Windows XP

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. คลิก เริ่ม คลิก ค้นหา แล้วคลิก แฟ้มหรือโฟลเดอร์
  2. ในกล่อง ค้นหาแฟ้มหรือโฟลเดอร์ที่ระบุ ให้พิมพ์ชื่อแฟ้ม
  3. ในกล่อง มองหาใน ให้คลิก คอมพิวเตอร์ของฉัน
  4. คลิก ค้นหาเดี๋ยวนี้หากกล่อง ผลลัพธ์การค้นหา ไม่มีแฟ้มเก็บอยู่ ให้ใช้ขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อค้นหาเอกสาร Word ทั้งหมด

  5. ในกล่อง ค้นหาแฟ้มหรือโฟลเดอร์ที่ระบุ ให้พิมพ์ *.docสำหรับเอกสาร Microsoft Office Word 2007 หรือ Word 2010 ให้พิมพ์ *.docx
  6. คลิก ค้นหาเดี๋ยวนี้
  7. หากกล่อง ผลลัพธ์การค้นหา ไม่ประกอบด้วยแฟ้มนี้ ให้ดำเนินการต่อตามวิธีที่ 2
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีที่ 2:เริ่มการทำงานของ Word อีกครั้งเพื่อค้นหาเอกสารที่กู้คืน

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. สิ้นสุดกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ Word ทั้งหมด:
    1. กด Ctrl+Alt+Esc เพื่อเปิดกล่องโต้ตอบ ตัวจัดการงาน
    2. ในแท็บ กระบวนการ ให้คลิกที่อินสแตนซ์ใดๆ ของ Winword.exe หรือ Microsoft Word แล้วคลิก จบกระบวนการทำซ้ำขั้นตอนนี้จนกระทั่งคุณจบการทำงานของอินสแตนซ์ทั้งหมดของ Winword.exe และ Word
      หมายเหตุ หากคุณใช้ตัวจัดการงานเป็นครั้งแรกใน Windows 8.1 หรือ Windows 8 ให้คลิก รายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อดูกระบวนการทั้งหมด
    3. ปิดกล่องโต้ตอบ ตัวจัดการงาน Windows
  2. เริ่มการทำงานของ Word อีกครั้ง แล้วดูว่าแฟ้มที่หายไปปรากฏขึ้นในบานหน้าต่าง การกู้คืนเอกสาร หรือไม่ ตามค่าเริ่มต้นแล้ว Word จะค้นหาแฟ้มกู้คืนอัตโนมัติทุกครั้งที่โปรแกรมเริ่มทำงาน
  3. ดับเบิลคลิกที่แฟ้มกู้คืนอัตโนมัติครั้งละหนึ่งแฟ้มหากคุณพบแฟ้ม Word ที่หายไป ให้บันทึกแฟ้มดังกล่าวทันที
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีที่ 3:ค้นหาแฟ้มการกู้คืนอัตโนมัติ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
หากบานหน้าต่างการกู้คืนไม่เปิดขึ้นมา ให้ค้นหาแฟ้มกู้คืนอัตโนมัติด้วยตนเอง (แฟ้ม .asd)หากต้องการดำเนินการเช่นนี้ ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้ตามความเหมาะสมสำหรับรุ่นของ Word ที่คุณกำลังใช้งาน

ขั้นตอนสำหรับ Word 2013

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. ในเมนู แฟ้ม ให้คลิก เปิด แล้วคลิก เอกสารล่าสุด
  2. เลื่อนไปยังส่วนท้ายของเอกสารล่าสุดทั้งหมด แล้วคลิก กู้คืนเอกสารที่ไม่ได้บันทึก
  3. หากคุณพบเอกสาร Word ที่คุณกำลังค้นหา ให้ดับเบิลคลิกเอกสารดังกล่าวเพื่อเปิดเอกสารนั้น
  4. บันทึกเอกสารทันที
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ขั้นตอนสำหรับ Word 2010

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. บนเมนู แฟ้ม ให้คลิก ล่าสุด
  2. คลิก กู้คืนเอกสารที่ไม่ได้บันทึก
  3. หากคุณพบเอกสาร Word ที่คุณกำลังค้นหา ให้ดับเบิลคลิกเอกสารดังกล่าวเพื่อเปิดเอกสารนั้น
  4. บันทึกเอกสารทันที
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ขั้นตอนสำหรับ Word 2007

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office แล้วคลิก ตัวเลือก Word
  2. ในบานหน้าต่างนำทาง ให้คลิก บันทึก
  3. ในกล่อง ตำแหน่งที่ตั้งแฟ้มกู้คืนอัตโนมัติ ให้จดบันทึกเส้นทางไว้ แล้วคลิก ยกเลิก
  4. ปิดโปรแกรม Word
  5. เปิดโฟลเดอร์ที่คุณจดไว้ในขั้นตอนที่ 3
  6. ค้นหาแฟ้มที่มีชื่อลงท้ายด้วย .asd (แฟ้มกู้คืนอัตโนมัติ)
  7. หากคุณพบเอกสาร Word ที่คุณกำลังค้นหา ให้ดับเบิลคลิกเอกสารดังกล่าวเพื่อเปิดเอกสารนั้น
  8. บันทึกเอกสารทันที
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ขั้นตอนสำหรับ Word 2003 และ Word 2002

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. ที่เมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวเลือก
  2. คลิกแท็บ ตำแหน่งที่ตั้งแฟ้ม คลิกสองครั้งที่ แฟ้มกู้คืนอัตโนมัติ จดบันทึกเส้นทางไว้ คลิก ยกเลิก แล้วคลิก ปิด

    หมายเหตุ ในกล่องโต้ตอบ ปรับเปลี่ยนตำแหน่งที่ตั้ง คุณอาจต้องคลิกลูกศรลงในรายการ ชื่อโฟลเดอร์ เพื่อดูเส้นทางทั้งหมดไปยังแฟ้ม 'กู้คืนอัตโนมัติ'
  3. ปิดโปรแกรม Word
  4. หาตำแหน่งของแฟ้ม 'กู้คืนอัตโนมัติ'
  5. ค้นหาแฟ้มที่มีชื่อลงท้ายด้วย .asd (แฟ้มกู้คืนอัตโนมัติ)
  6. หากคุณพบเอกสาร Word ที่คุณกำลังค้นหา ให้ดับเบิลคลิกเอกสารดังกล่าวเพื่อเปิดเอกสารนั้น
  7. บันทึกเอกสารทันที
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ค้นหาแฟ้ม .asd ในทุกโฟลเดอร์

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
หากคุณไม่สามารถระบุตำแหน่งแฟ้ม .asd ได้ในตำแหน่งที่ตั้งที่มีการระบุไว้ในรายการ ชื่อโฟลเดอร์ ให้ค้นทั้งไดรฟ์ของคุณเพื่อหาแฟ้ม .asdโดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ดูวิธีที่ 1 เพื่อดำเนินการค้นหาแฟ้ม *.asd
  2. เลื่อนดูแฟ้มต่างๆ เพื่อหาแฟ้มที่คุณกำลังค้นหา
  3. หากคุณไม่แน่ใจว่าแฟ้มใดเป็นแฟ้มที่ถูกต้อง ให้คัดลอกและบันทึกแฟ้ม .asd ทั้งหมดไปยังตำแหน่งที่ตั้งหนึ่ง
  4. เริ่มการทำงานของ Word
  5. คลิก แฟ้ม > เปิด
  6. เรียกดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณบันทึกแฟ้ม .asd ไว้ คลิกเพื่อเลือก แฟ้มทั้งหมด *.* เนื่องจากแฟ้ม .asd เหล่านั้นอาจจะไม่แสดงขึ้นมา
  7. คลิกเพื่อเปิดแฟ้ม .asd ครั้งละหนึ่งแฟ้ม
  8. หากคุณพบแฟ้มหายไป ให้บันทึกแฟ้มดังกล่าวทันที
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีที่ 4:ค้นหาแฟ้มสำรอง Word

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed

ขั้นตอนสำหรับ Word 2013

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. เริ่มการทำงานของ Word 2013
  2. คลิกเมนู แฟ้ม คลิก เปิด คลิก คอมพิวเตอร์ แล้วคลิก เรียกดู
  3. ระบุตำแหน่งโฟลเดอร์ที่คุณบันทึกแฟ้มที่หายไปเป็นครั้งสุดท้าย
  4. ในรายการ ประเภทแฟ้ม (เอกสาร Word ทั้งหมด) ให้คลิก แฟ้มทั้งหมด ปกติแล้วแฟ้มสำรองนี้จะมีชื่อว่า "ข้อมูลสำรองของ" ตามด้วยชื่อของแฟ้มที่หายไปดังกล่าว
  5. คลิกแฟ้มสำรองนี้ แล้วคลิก เปิด
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ขั้นตอนสำหรับ Word 2010

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. เริ่มการทำงานของ Word 2010
  2. คลิกเมนู แฟ้ม แล้วคลิก เปิด
  3. ระบุตำแหน่งโฟลเดอร์ที่คุณบันทึกแฟ้มที่หายไปเป็นครั้งสุดท้าย
  4. ในรายการ ประเภทแฟ้ม (เอกสาร Word ทั้งหมด) ให้คลิก แฟ้มทั้งหมด ปกติแล้วแฟ้มสำรองนี้จะมีชื่อว่า "ข้อมูลสำรองของ" ตามด้วยชื่อของแฟ้มที่หายไปดังกล่าว
  5. คลิกแฟ้มสำรองนี้ แล้วคลิก เปิด
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ขั้นตอนสำหรับ Word 2007

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. เริ่มการทำงานของ Word 2007
  2. คลิกเมนู ปุ่ม Microsoft Office แล้วคลิก เปิด
  3. ระบุตำแหน่งโฟลเดอร์ที่คุณบันทึกแฟ้มที่หายไปเป็นครั้งสุดท้าย
  4. ในรายการ ชนิดแฟ้ม ให้คลิก แฟ้มทั้งหมด ปกติแล้วแฟ้มสำรองนี้จะมีชื่อว่า "ข้อมูลสำรองของ" ตามด้วยชื่อของแฟ้มที่หายไปดังกล่าว
  5. คลิกแฟ้มสำรองนี้ แล้วคลิก เปิด
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ข้นตอนสำหรับ Microsoft Word 2002 หรือ Microsoft Office Word 2003

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. เริ่ม Word
  2. ในเมนู แฟ้ม คลิก เปิด
  3. ระบุตำแหน่งโฟลเดอร์ที่คุณบันทึกแฟ้มที่หายไปเป็นครั้งสุดท้าย
  4. ชี้ไปที่ลูกศรในกล่อง ชนิดแฟ้ม คลิก แฟ้มทั้งหมด *.* ปกติแล้วแฟ้มสำรองนี้จะมีชื่อว่า "ข้อมูลสำรองของ" ตามด้วยชื่อของแฟ้มที่หายไปดังกล่าว
  5. คลิกแฟ้มสำรองนี้ แล้วคลิก เปิด
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ค้นหาแฟ้ม .wbk ในโฟลเดอร์ทั้งหมด

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. ดูวิธีที่ 1 เพื่อดำเนินการค้นหาแฟ้ม *.wbk (แฟ้มสำรอง)
  2. เลื่อนดูแฟ้มต่างๆ เพื่อหาแฟ้มที่คุณกำลังค้นหา
  3. หากคุณไม่แน่ใจว่าแฟ้มใดเป็นแฟ้มที่ถูกต้อง ให้คัดลอกและบันทึกแฟ้ม .wbk เหล่านี้ไปยังตำแหน่งที่ตั้งหนึ่ง
  4. เริ่มการทำงานของ Word
  5. คลิก แฟ้ม > เปิด
  6. ระบุตำแหน่งแฟ้ม .wbk นี้ แล้วเปิดแฟ้มดังกล่าวครั้งละหนึ่งแฟ้ม
  7. หากคุณพบแฟ้มหายไป ให้บันทึกแฟ้มดังกล่าวทันที
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีที่ 5:ค้นหาแฟ้มชั่วคราว

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. ดูวิธีที่ 1 เพื่อดำเนินการค้นหาแฟ้ม *.tmp (แฟ้มชั่วคราว)
  2. หากคุณไม่แน่ใจว่าแฟ้มใดเป็นแฟ้มที่หายไป ให้บันทึกแฟ้ม .tmp ทั้งหมดไปยังตำแหน่งที่ตั้งหนึ่ง
  3. เริ่มการทำงานของ Word
  4. คลิก แฟ้ม > เปิด
  5. เรียกดูตำแหน่งที่ตั้งที่คุณบันทึกแฟ้ม .tmp ไว้ แล้วเลือก แฟ้มทั้งหมด *.* หากคุณไม่คลิก แฟ้มทั้งหมด *.* แฟ้ม .tmp ดังกล่าวอาจจะไม่แสดงขึ้นมา
  6. เปิดแฟ้ม .tmp ครั้งละหนึ่งแฟ้ม
  7. หากคุณพบแฟ้มหายไป ให้บันทึกแฟ้มดังกล่าวทันที
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Word สร้างและใช้แฟ้มชั่วคราว โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความในฐานความรู้ของ Microsoft:
211632 คำอธิบายวิธีที่ Word สร้างแฟ้มชั่วคราว
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีที่ 6:ค้นหาแฟ้ม "~"

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ชื่อของแฟ้มชั่วคราวบางส่วนจะขึ้นต้นด้วยอักขระเครื่องหมายตัวหนอน (~)หากต้องการค้นหาแฟ้มเหล่านั้น ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. ดูวิธีที่ 1 เพื่อดำเนินการค้นหาแฟ้ม ~*.* (แฟ้มชั่วคราว)
  2. ดูวิธีที่ 5 เพื่อตรวจสอบแฟ้มชั่วคราวเหล่านี้
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีที่ 7:ตรวจสอบถังรีไซเคิล

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
  1. บนเดสก์ท็อป ให้เปิด ถังรีไซเคิล
  2. หากคุณพบเอกสาร Word นี้ ให้คลิกขวา แล้วคลิก คืนค่า
    หมายเหตุ ระบบจะส่งเอกสารดังกล่าวกลับไปยังตำแหน่งที่ตั้งเดิม หากคุณไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วมีการคืนค่าเอกสารดังกล่าวไปยังตำแหน่งที่ตั้งใด ให้ดูที่วิธีที่ 1 เพื่อดำเนินการค้นหาเอกสารนั้น
  3. ระบุตำแหน่งและดับเบิลคลิกที่เอกสารดังกล่าว
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีแก้ไขปัญหาเอกสารที่เสียหาย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีแก้ปัญหาเอกสาร Word ที่เสียหาย ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความในฐานความรู้ของ Microsoft:
826864 วิธีแก้ปัญหาเอกสาร Word ที่เสียหาย
918429 วิธีแก้ไขเอกสารที่เสียหายใน Word 2007 และใน Word 2010

ข้อมูลอ้างอิง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ 'การกู้คืนอัตโนมัติ' โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความในฐานความรู้ของ Microsoft:
212273 เหตุใดคุณจึงไม่สามารถกู้คืนเอกสารที่สูญหายได้
156574 คุณลักษณะ "การกู้คืนอัตโนมัติ" ใน Word คืออะไร
211762 บันทึกงานปัจจุบันโดยอัตโนมัติ (เอกสารที่เปิดอยู่)
107686 วิธีที่ Word สร้างและกู้คืนแฟ้ม "กู้คืนอัตโนมัติ"
หมายเหตุ นี่คือบทความ "FAST PUBLISH" (เผยแพร่ด่วน) ที่สร้างขึ้น โดยตรงจากหน่วยงานสนับสนุนภายในองค์กรของ Microsoft ข้อมูลที่มีอยู่ในที่นี้ได้รับการจัดทำขึ้นตามสภาพที่เป็นโดยตอบสนองต่อประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องด้วยความรวดเร็วในการจัดทำเอกสารนี้ให้พร้อมใช้งาน เนื้อหาสาระในเอกสารดังกล่าวจึงอาจจะมีส่วนที่พิมพ์ผิดพลาดและอาจจะได้รับการตรวจทานแก้ไขเมื่อใดก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบ โปรดดู ข้อกำหนดการใช้งาน สำหรับประเด็นการพิจารณาอื่นๆ

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 316951 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 5 กุมภาพันธ์ 2557 - Revision: 2.0
ใช้กับ
  • Microsoft Office Word 2007
  • Microsoft Word 2002 Standard Edition
  • Microsoft Word 2010
Keywords: 
kbhowto ocsso KB316951

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com