หมายเลขบทความ (Article ID): 325375 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
หากคุณคือลูกค้าธุรกิจขนาดเล็ก ค้นหาแหล่งข้อมูลการแก้ไขปัญหาและการเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่ไซต์ การสนับสนุนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
สำหรับ Microsoft Windows รุ่น 2000 ในบทความนี้ โปรดดูที่ 315396.
หากต้องการดูบทความนี้สำหรับรุ่น Windows XP โปรดดูที่ 308041.
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

สรุป

บทความนี้อธิบายขั้นตอนที่คุณสามารถใช้เพื่อแก้ไขปัญหาการเริ่มต้นระบบใน Windows Server 2003

การเริ่มต้นระบบ Windows ที่ประสบความสำเร็จมีขั้นตอนดังนี้:
  • ระยะเริ่มต้น
  • ระยะ Boot loader
  • ระยะ Kernel
  • ระยะเข้าสู่ระบบ
ถ้าปัญหาเกิดขึ้นในระยะใดระยะหนึ่งข้างต้น Windows อาจไม่เริ่มทำงานและคุณอาจประสบปัญหาต่อไปนี้:
  • คอมพิวเตอร์หยุดตอบสนอง (ค้าง)
  • คุณได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาด
ถ้าปัญหาการเริ่มต้นระบบเกิดขึ้นหลังจากที่คุณคลิก Microsoft Windows Server 2003 ที่เมนู boot loader หรือเมื่อคุณได้รับข้อความ "โปรดเลือกระบบปฏิบัติการเพื่อเริ่มต้น" แฟ้มที่ระบบปฏิบัติการต้องการอาจสูญหายหรือเสียหาย Windows มีหลายตัวเลือกที่คุณสามารถใช้เพื่อแก้ไขปัญหานี้ รวมถึง Safe Mode, Recovery Console และ Automated System Recovery

วิธีการเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยใช้การกำหนดค่าที่ใช้งานได้ดีล่าสุด

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ถ้าปัญหาการเริ่มต้นระบบเกิดขึ้นทันทีที่คุณทำการเปลี่ยนแปลงในคอมพิวเตอร์ (เช่น หลังจากที่คุณติดตั้งโปรแกรมควบคุมใหม่) ลองเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยใช้คุณสมบัติ Last Known Good Configuration

เมื่อคุณใช้คุณสมบัติ Last Known Good Configuration คุณเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณโดยใช้การตั้งค่าล่าสุดที่ใช้งานได้ คุณลักษณะนี้จะคืนค่าข้อมูลรีจิสทรี และการตั้งค่าไดรเวอร์ที่มีผลครั้งสุดท้ายที่คอมพิวเตอร์เริ่มทำงานได้สำเร็จ ใช้คุณสมบัตินี้เมื่อคุณไม่สามารถเริ่มการทำงานของ Windows ได้หลังจากที่คุณเปลี่ยนแปลงในคอมพิวเตอร์ (เช่น หลังจากที่คุณติดตั้งหรือปรับรุ่นไดรเวอร์อุปกรณ์)

เมื่อต้องการเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยใช้ Last Known Good Configuration ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก ปิดระบบ
  2. คลิก เริ่มการทำงานใหม่ แล้วคลิก ตกลง
  3. เมื่อคุณเห็นข้อความ โปรดเลือกระบบปฏิบัติการที่ต้องการเริ่มการทำงาน ให้กดปุ่ม F8
  4. ใช้ปุ่มลูกศรเลือก Last Known Good Configuration แล้วกด Enter

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2683283
    หมายเหตุ ต้องปิด NUM LOCK ก่อน ปุ่มลูกศรบนแป้นพิมพ์ตัวเลขจึงจะใช้งานได้
  5. ถ้าคุณเรียกใช้ระบบปฏิบัติการอื่นบนคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้คลิก Microsoft Windows Server 2003 ในรายการแล้วกด Enter
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2683283
หมายเหตุ
  • เมื่อเลือก Last Known Good Configuration คุณสามารถกู้คืนจากปัญหา เช่น ไดรเวอร์ที่เพิ่มใหม่ที่อาจไม่ถูกต้องสำหรับฮาร์ดแวร์ของคุณ คุณสมบัตินี้จะไม่แก้ไขปัญหาที่เกิดจากไดรเวอร์หรือแฟ้มเสียหายหรือหายไป
  • เมื่อคุณเลือก Last Known Good Configuration ข้อมูลในคีย์รีจิสทรีต่อไปนี้เท่านั้นที่จะได้รับการกู้คืน:
    HKLM\System\CurrentControlSet
    การเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่คุณทำในคีย์รีจิสทรีจะยังคงอยู่
ถ้าคุณเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณโดยใช้คุณสมบัติ Last Known Good Configuration การเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่คุณทำกับคอมพิวเตอร์ (เช่น การติดตั้งไดรเวอร์) อาจเป็นสาเหตุให้มีลักษณะการเริ่มการทำงานที่ไม่ถูกต้อง ขอแนะนำให้คุณลบหรือปรับปรุงไดรเวอร์หรือโปรแกรม แล้วทดสอบ Windows เพื่อดูว่าเริ่มต้นอย่างถูกต้องหรือไม่
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีการเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ใน Safe mode

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
เมื่อคุณเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ใน Safe mode Windows จะโหลดเฉพาะโปรแกรมควบคุมและบริการคอมพิวเตอร์ที่คุณต้องการ คุณสามารถใช้ Safe mode เมื่อคุณต้องระบุและแก้ไขปัญหาที่เกิดจากไดรเวอร์ โปรแกรมหรือบริการที่ผิดปกติที่จะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ

ถ้าคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานใน Safe mode ได้สำเร็จ แต่ไม่เริ่มต้นในโหมดปกติ คอมพิวเตอร์อาจมีความขัดแย้งกับการตั้งค่าฮาร์ดแวร์หรือแหล่งข้อมูล อาจมีความไม่สอดคล้องกับโปรแกรม บริการหรือไดรเวอร์ หรืออาจมีความเสียหายกับรีจิสทรี ใน Safe mode คุณสามารถปิดใช้งานหรือลบโปรแกรม บริการหรือไดรเวอร์อุปกรณ์ที่อาจป้องกันคอมพิวเตอร์ไม่ให้เริ่มทำงานอย่างถูกต้อง

เพื่อแก้ไขปัญหาการเริ่มการทำงานใน Safe mode ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก ปิดระบบ
  2. คลิก เริ่มการทำงานใหม่ แล้วคลิก ตกลง
  3. เมื่อคุณเห็นข้อความ โปรดเลือกระบบปฏิบัติการที่ต้องการเริ่มการทำงาน ให้กดปุ่ม F8
  4. ใน เมนูตัวเลือกขั้นสูงของ Windows ให้ใช้ปุ่มลูกศรเพื่อเลือก Safe Mode แล้วกด Enter

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2683283
    หมายเหตุ ต้องปิด NUM LOCK ก่อน ปุ่มลูกศรบนแป้นพิมพ์ตัวเลขจึงจะใช้งานได้
  5. ถ้าคุณเรียกใช้ระบบปฏิบัติการอื่นบนคอมพิวเตอร์ของคุณ ให้คลิก Microsoft Windows Server 2003 ในรายการแล้วกด Enter
  6. ทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:
    • ถ้าคอมพิวเตอร์ไม่เริ่มทำงานใน Safe mode ลองเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์โดยใช้ Recovery Console ถ้าคุณยังไม่สามารถเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ได้ ค้นหาปัญหาฮาร์ดแวร์ที่เป็นไปได้ เช่น อุปกรณ์บกพร่อง ปัญหาการติดตั้ง ปัญหาการต่อสาย หรือปัญหาขั้วต่อ ลบฮาร์ดแวร์ที่เพิ่งเพิ่มล่าสุด แล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ใหม่เพื่อดูว่าปัญหาได้รับการแก้ไขหรือไม่
    • ถ้าคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานใน Safe mode ให้ไปที่ส่วนถัดไปเพื่อทำการแก้ไขปัญหาการเริ่มต้นระบบต่อ
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ใช้ Event Viewer เพื่อระบุสาเหตุของปัญหาการเริ่มต้นระบบ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ดูบันทึกกิจกรรมใน Event Viewer เพื่อดูข้อมูลที่สามารถช่วยคุณระบุและวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาการเริ่มต้นระบบ เมื่อต้องดูเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ในล็อกเหตุการณ์ ทำตามขั้นตอนเหล่านี้
  1. ทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:
    • คลิก เริ่ม ชี้ไปที่ Administrative Tools แล้วคลิก Event Viewer
    • เริ่ม Event Viewer snap-in ใน Microsoft Management Console (MMC)
  2. ในทรีคอนโซล ขยาย Event Viewer แล้วคลิกบันทึกที่คุณต้องการดู เช่น คลิก System log หรือ Application log
  3. ในบานหน้าต่างรายละเอียด คลิกสองครั้งที่เหตุการณ์ที่คุณต้องการดู

    เมื่อต้องการคัดลอกรายละเอียดเหตุการณ์ ให้คลิก คัดลอก เปิดเอกสารใหม่ในโปรแกรมที่คุณต้องการวางกิจกรรม (เช่น Microsoft Word) แล้วคลิก วาง ในเมนู แก้ไข
  4. เมื่อต้องการดูคำอธิบายกิจกรรมก่อนหน้านี้หรือกิจกรรมถัดไป ให้กดปุ่ม UP ARROW หรือปุ่ม DOWN ARROW
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ใช้ข้อมูลระบบเพื่อระบุสาเหตุของปัญหาการเริ่มต้นระบบ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
เครื่องมือข้อมูลระบบแสดงมุมมองภาพรวมของฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์ คอมโพเนนต์ของระบบและสภาพแวดล้อมการทำงานของซอฟต์แวร์ ใช้เครื่องมือนี้เพื่อช่วยระบุอุปกรณ์ที่เกิดปัญหาและความขัดแย้งของอุปกรณ์ โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก เรียกใช้
  2. ในกล่อง เปิด พิมพ์ msinfo32 แล้วคลิก ตกลง
  3. ค้นหาอุปกรณ์ที่เป็นปัญหาและความขัดแย้งของอุปกรณ์ โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
    1. ในทรีคอนโซล ขยาย คอมโพเนนต์ แล้วคลิก อุปกรณ์ที่เกิดปัญหา
      ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
      2683283


      จดบันทึกอุปกรณ์ใดๆ ที่อยู่ในรายการในบานหน้าต่างขวา
    2. ในทรีคอนโซล ขยาย แหล่งฮาร์ดแวร์ แล้วคลิก ความขัดแย้ง/ใช้งานร่วมกัน

      จดบันทึกความขัดแย้งของแหล่งในรายการในบานหน้าต่างขวา
    3. ถ้าคุณพบอุปกรณ์ที่เกิดปัญหา ให้ดำเนินการที่เหมาะสม (เช่น ลบ ปิดใช้งานหรือกำหนดค่าอุปกรณ์ใหม่ หรือปรับรุ่นไดรเวอร์) แล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ในโหมดปกติอีกครั้ง

      คุณสามารถใช้ตัวจัดการอุปกรณ์เพื่อลบหรือปิดใช้งานอุปกรณ์และไดรเวอร์อุปกรณ์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวจัดการอุปกรณ์ ให้ดูที่หัวข้อ ใช้ตัวจัดการอุปกรณ์เพื่อระบุสาเหตุของปัญหาการเริ่มต้นระบบ

      ถ้าคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานอย่างถูกต้อง อุปกรณ์เฉพาะอาจเป็นสาเหตุของปัญหาการเริ่มต้นระบบ

      ถ้าคุณปิดใช้งานอุปกรณ์เพื่อแก้ไขปัญหา ให้ตรวจสอบว่าอุปกรณ์จะแสดงใน Windows Server 2003 Hardware Compatibility List (HCL) และถูกติดตั้งอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ติดต่อผู้ผลิตเพื่อรายงานลักษณะการทำงานและขอรับข้อมูลเกี่ยวกับการปรับปรุงที่มีอยู่ที่สามารถแก้ไขปัญหาการเริ่มต้นระบบ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการติดต่อผู้ผลิตฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ ให้คลิกหมายเลขบทความที่เหมาะสมในรายการต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
      65416 ข้อมูลติดต่อผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ A-K (ซึ่งอาจจะเป็นภาษาอังกฤษ)

      60781 ข้อมูลติดต่อผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ เรียงตามลำดับอักษร L-P (ซึ่งอาจจะเป็นภาษาอังกฤษ)

      60782 ข้อมูลติดต่อผู้จำหน่ายฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ Q-Z (ซึ่งอาจจะเป็นภาษาอังกฤษ)
      Microsoft จะให้ข้อมูลการติดต่อของบริษัทอื่น เพื่อช่วยให้คุณสามารถขอรับการสนับสนุนทางเทคนิคได้ ข้อมูลการติดต่อนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า Microsoft ไม่รับประกันความถูกต้องของข้อมูลการติดต่อกับบริษัทอื่นๆ เหล่านี้
  4. ถ้าไม่มีรายงานปัญหาหรือความขัดแย้งของอุปกรณ์โดยเครื่องมือข้อมูลระบบ ให้ค้นหาโปรแกรมที่เริ่มโดยอัตโนมัติเมื่อ Windows เริ่มต้น โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
    1. ในทรีคอนโซล ให้ขยาย สภาพแวดล้อมซอฟต์แวร์ แล้วคลิก โปรแกรมเริ่มต้นระบบ

      โปรแกรมที่เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อ Windows เริ่มทำงานจะแสดงอยู่ในบานหน้าต่างขวา
    2. ปิดใช้งานโปรแกรมแล้วเริ่มการทำงานคอมพิวเตอร์ใหม่

      สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเปิดใช้งานโปรแกรม ให้ดูที่เอกสารโปรแกรมหรือติดต่อผู้ผลิต
    3. ถ้าคุณปิดใช้งานโปรแกรมเริ่มต้นระบบและแก้ไขปัญหาการเริ่มต้นระบบแล้ว ให้เปิดใช้งานโปรแกรมอีกครั้งทีละโปรแกรม

      ปิดระบบและเริ่มต้นระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ทุกครั้งที่คุณเปิดใช้งานโปรแกรม และสังเกตว่ามีลักษณะการทำงานการเริ่มต้นระบบผิดพลาดหรือไม่ ถ้าลักษณะการทำงานเกิดขึ้น โปรแกรมสุดท้ายที่คุณเปิดใช้อาจเป็นสาเหตุให้เกิดลักษณะการทำงานเริ่มต้นระบบไม่ถูกต้อง
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ดูแฟ้มบันทึกบูตของ Safe Mode

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ในการแก้ไขปัญหาการเริ่มต้นระบบ ให้ดูแฟ้มบันทึกการบูต Ntbtlog.txt แล้วจดบันทึกโปรแกรมควบคุมและบริการที่ไม่โหลดเมื่อคุณเปิดทำงานคอมพิวเตอร์ใน Safe Mode





แฟ้มบันทึกนี้อยู่ในโฟลเดอร์ %SystemRoot% (โดยค่าเริ่มต้น นี่คือโฟลเดอร์ Windows) แฟ้มบันทึกแสดงอุปกรณ์และบริการที่โหลด (และไม่โหลด) เมื่อคุณเปิดทำงานคอมพิวเตอร์ใน Safe Mode คุณสามารถใช้ตัวแก้ไขข้อความ เช่น Notepad เพื่อเปิดและดูแฟ้มบันทึก


ใช้รายการโปรแกรมควบคุมและบริการที่ไม่โหลดเมื่อเริ่มต้นระบบเพื่อช่วยระบุสาเหตุที่เป็นไปได้ของปัญหาการเริ่มต้นระบบ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2683283
หมายเหตุ โปรแกรมเริ่มต้นระบบบางโปรแกรมอาจเกิดขึ้นในช่วงแรกของกระบวนการเริ่มต้นระบบ ในสถานการณ์นี้ Windows อาจไม่บันทึกแฟ้มบันทึกการบูตลงในฮาร์ดดิสก์
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ใช้ตัวจัดการอุปกรณ์ระบุสาเหตุของปัญหาการเริ่มต้นระบบ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ตัวจัดการอุปกรณ์แสดงมุมมองกราฟิกของฮาร์ดแวร์ที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ของคุณ ใช้เครื่องมือนี้แก้ไขความขัดแย้งของอุปกรณ์ที่อาจเกิดขึ้น หรือเพื่อระบุอุปกรณ์ที่ทำงานเข้ากันไม่ได้ที่อาจเป็นสาเหตุของปัญหาการเริ่มต้นระบบ

เมื่อต้องการเริ่มตัวจัดการอุปกรณ์ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม คลิกขวา My Computer แล้วคลิก จัดการ
  2. ขยาย เครื่องมือระบบ แล้วคลิก ตัวจัดการอุปกรณ์

    อุปกรณ์ที่ถูกติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ของคุณจะแสดงในบานหน้าต่างขวา ถ้าสัญลักษณ์แสดงถัดจากอุปกรณ์ อาจเกิดปัญหากับอุปกรณ์ เช่น เครื่องหมายอัศเจรีย์สีดำ (!) ในฟิลด์สีเหลืองระบุว่าอุปกรณ์อยู่ในสถานะเกิดปัญหา

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2683283
    หมายเหตุ เมื่อต้องการปิดใช้งานอุปกรณ์ในตัวจัดการอุปกรณ์ ให้คลิกขวาที่อุปกรณ์แล้วคลิก ปิดใช้งาน
  3. ตรวจสอบความขัดแย้งของอุปกรณ์ที่อาจเกิดขึ้น เมื่อต้องการทำเช่นนี้ คลิกสองครั้งที่อุปกรณ์ในบานหน้าต่างด้านขวา และจากนั้น คลิกแท็บ ทรัพยากร

    ถ้าอุปกรณ์เกิดความขัดแย้ง อุปกรณ์จะแสดงอยู่ใต้ รายการอุปกรณ์ที่เกิดความขัดแย้ง

    เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ใช้การตั้งค่าอัตโนมัติ ถ้า Windows ตรวจพบอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ กล่องกาเครื่องหมายนี้จะถูกเลือกและอุปกรณ์จะทำงานอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ถ้าการตั้งค่าแหล่งข้อมูลขึ้นอยู่กับการกำหนดค่าพื้นฐาน n ซึ่ง n เป็นจำนวนใดๆ ตั้งแต่ 0 ถึง 9) คุณอาจต้องเปลี่ยนแปลงการกำหนดค่า โดยคลิกการกำหนดค่าพื้นฐานที่แตกต่างจากรายการ หรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าแหล่งข้อมูลด้วยตนเอง
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2684263
    คำเตือน กระบวนการนี้อาจกำหนดให้คุณเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า complementary metal oxide semiconductor (CMOS) ของคอมพิวเตอร์และการตั้งค่าระบบ basic input/output system (BIOS) การเปลี่ยนแปลง BIOS ของคอมพิวเตอร์ที่ไม่ถูกต้องอาจส่งผลให้เกิดปัญหาร้ายแรง การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า CMOS ของคอมพิวเตอร์ถือเป็นความรับผิดชอบของคุณ

    ถ้า Windows ไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งของแหล่งที่มาได้ ให้ตรวจสอบว่าคอมพิวเตอร์ถูกกำหนดค่าให้อนุญาตให้ Windows จำลองอุปกรณ์ในคอมพิวเตอร์ โดยเปิดใช้งานการตั้งค่า Plug and Play OS ในเครื่องมือติดตั้งของ BIOS ของคอมพิวเตอร์ เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า BIOS ของคอมพิวเตอร์ ให้ดูที่เอกสารประกอบคอมพิวเตอร์หรือติดต่อผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ของคุณ
  4. ถ้าคุณพบอุปกรณ์ที่เกิดปัญหา ปิดใช้งานอุปกรณ์ แล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ใหม่ในโหมดปกติ

    ถ้าคอมพิวเตอร์เริ่มทำงานอย่างถูกต้อง อุปกรณ์ที่คุณปิดใช้งานอาจเป็นสาเหตุของปัญหาการเริ่มต้นระบบ

    ตรวจสอบว่าอุปกรณ์แสดงอยู่ใน Windows Server 2003 Hardware Compatibility List (HCL) และถูกติดตั้งอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ติดต่อผู้ผลิตเพื่อรายงานลักษณะการทำงานและขอรับข้อมูลเกี่ยวกับการปรับปรุงที่มีอยู่ที่สามารถแก้ไขปัญหาการเริ่มต้นระบบ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการกำหนดค่าอุปกรณ์ในตัวจัดการอุปกรณ์ ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
323423 วิธีใช้ตัวจัดการอุปกรณ์ในการกำหนดค่าอุปกรณ์ใน Windows Server 2003 (ซึ่งอาจจะเป็นภาษาอังกฤษ)
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีการใช้โปรแกรมอรรถประโยชน์การกำหนดค่าระบบ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
โปรแกรมอรรถประโยชน์การกำหนดค่าระบบ (Msconfig.exe) จะบันทึกขั้นตอนการแก้ไขปัญหาแบบรูทีนโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่างเทคนิคฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft จะใช้เมื่อวิเคราะห์ปัญหาการกำหนดค่า Windows คุณสามารถใช้เครื่องมือนี้เพื่อเปลี่ยนแปลงการกำหนดค่าระบบและแก้ไขปัญหาโดยใช้วิธีการในกระบวนการเลียนแบบ

คุณต้องเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ดูแลระบบ หรือในฐานะสมาชิกของกลุ่มผู้ดูแลระบบในการใช้โปรแกรมอรรถประโยชน์การกำหนดค่าระบบ ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณเชื่อมต่อกับเครือข่าย การตั้งค่านโยบายเครือข่ายอาจป้องกันคุณจากการใช้โปรแกรมอรรถประโยชน์ ตามแนวปฏิบัติที่ดีด้านความปลอดภัย พิจารณาใช้คำสั่ง เรียกใช้เป็น ในการทำขั้นตอนเหล่านี้

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2683283
หมายเหตุ ขอแนะนำไม่ให้คุณใช้โปรแกรมอรรถประโยชน์การกำหนดค่าระบบ เพื่อแก้ไขแฟ้ม Boot.ini ในคอมพิวเตอร์ของคุณโดยไม่ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft เนื่องจากอาจทำให้คอมพิวเตอร์ของคุณไม่สามารถใช้งานได้
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานแบบคลีนเพื่อแก้ไขปัญหา

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
เมื่อต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานแบบคลีนเพื่อแก้ไขปัญหา ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msconfig ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง (ในการใช้คำสั่ง เรียกใช้เป็น พิมพ์ runas /user:administrator Path\msconfig.exe ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง)
  2. คลิกแท็บ ทั่วไป คลิก การเริ่มต้นการวิเคราะห์ - โหลดอุปกรณ์และบริการพื้นฐานเท่านั้น ให้คลิก ตกลง แล้วคลิก เริ่มการทำงานใหม่ เพื่อเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณอีกครั้ง
  3. หลังจาก Windows เริ่มระบบ ให้กำหนดว่าปัญหายังคงเกิดขึ้นหรือไม่
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

แยกปัญหาโดยใช้ตัวเลือกการเริ่มต้นระบบ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
เมื่อต้องการแยกปัญหาโดยใช้ตัวเลือกการเริ่มต้นระบบ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msconfig ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  2. คลิกแท็บ ทั่วไป แล้วคลิก เริ่มต้นระบบแบบเลือก
  3. ล้างกล่องกาเครื่องหมายต่อไปนี้:
    ประมวลผลแฟ้ม SYSTEM.INI
    ประมวลผลแฟ้ม WIN.INI
    บริการระบบโหลด
    คุณจะไม่สามารถล้างกล่องกาเครื่องหมาย ใช้ Original BOOT.INI ได้
  4. เมื่อต้องการทดสอบกระบวนการโหลดซอฟต์แวร์ ให้ตรวจสอบว่าได้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย โหลดรายการเริ่มต้นระบบ แล้วคลิก ตกลง
  5. เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ใหม่เมื่อคุณได้รับพร้อมท์
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

แยกปัญหาโดยใช้ตัวเลือกการเริ่มต้นระบบที่เลือก

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
เมื่อต้องการแยกปัญหาโดยใช้ตัวเลือกการเริ่มต้นระบบ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msconfig ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  2. คลิกแท็บ ทั่วไป แล้วคลิก เริ่มต้นระบบแบบเลือก
  3. ล้างกล่องกาเครื่องหมายทั้งหมดภายใต้ เริ่มต้นระบบแบบเลือก คุณจะไม่สามารถล้างกล่องกาเครื่องหมาย ใช้ Original BOOT.INI ได้
  4. เลือกกล่องกาเครื่องหมาย ประมวลผลแฟ้ม SYSTEM.INI คลิก ตกลง แล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ใหม่เมื่อคุณได้รับพร้อมท์

    ทำซ้ำกระบวนการนี้และเลือกกล่องกาเครื่องหมายทีละกล่อง เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่ทุกครั้ง ทำซ้ำกระบวนการจนกว่าปัญหาจะเกิดขึ้น
  5. เมื่อเกิดปัญหา ให้คลิกแท็บที่ตรงกับแฟ้มที่เลือก เช่น ถ้าปัญหาเกิดขึ้นหลังจากที่คุณเลือกแฟ้ม Win.ini ให้คลิกแท็บ WIN.INI ในโปรแกรมอรรถประโยชน์การกำหนดค่าระบบ
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

แยกแยะปัญหาโดยใช้แท็บเริ่มต้นระบบ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
แท็บ เริ่มต้นระบบ แสดงรายการที่โหลดเมื่อเริ่มต้นระบบจากกลุ่มเริ่มต้นระบบ Win.ini load= and run= และรีจิสทรี เมื่อต้องการแยกปัญหาโดยใช้แท็บเริ่มต้นระบบ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msconfig ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  2. คลิกแท็บ เริ่มต้นระบบ
  3. ล้างกล่องกาเครื่องหมายทั้งหมด
  4. เมื่อต้องการเริ่มต้นการแก้ไขปัญหา ให้เลือกกล่องกาเครื่องหมายแรก คลิก ตกลง แล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ใหม่เมื่อคุณได้รับพร้อมท์

    ทำซ้ำกระบวนการนี้และเลือกกล่องกาเครื่องหมายทีละกล่อง เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่ทุกครั้ง ทำซ้ำกระบวนการจนกว่าปัญหาจะเกิดขึ้น
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

แก้ไขปัญหาบริการของระบบ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ในการแก้ไขปัญหาบริการของระบบ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msconfig ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  2. คลิกแท็บ บริการ
  3. สังเกตบริการอื่นที่ไม่ได้ถูกเลือก

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2684263
    ข้อสำคัญ อย่าข้ามขั้นตอนนี้ คุณต้องใช้ข้อมูลนี้ภายหลัง
  4. คลิก ปิดใช้งานทั้งหมด คลิก ตกลง แล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่
  5. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msconfig ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  6. คลิกแท็บ บริการ
  7. เลือกกล่องกาเครื่องหมายของการบริการเพื่อเปิดใช้ และจากนั้น คลิก ตกลง
  8. เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่ และดูว่าปัญหาเกิดขึ้นหรือไม่
  9. ทำซ้ำขั้นตอนที่ 5 ถึง 8 สำหรับแต่ละบริการจนกว่าปัญหาจะเกิดขึ้น เมื่อปัญหาเกิดขึ้น คุณจะทราบว่าบริการล่าสุดที่คุณเปิดเป็นสาเหตุของปัญหา หมายเหตุการบริการนี้ และจากนั้น ไปที่ขั้นตอนที่ 10
  10. คลิกกล่องกาเครื่องหมาย เปิดใช้งานทั้งหมด ถัดจากบริการที่ผิดปกติ ล้างกล่องกาเครื่องหมายของบริการอื่นๆ ที่คุณบันทึกไว้ในขั้นตอนที่ 3 คลิก ตกลง แล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่

    ในการแก้ไขปัญหา คุณสามารถปิดบริการที่ผิดปกติ (ไม่เลือก) ติดต่อผู้ผลิตของบริการที่ผิดปกติเพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2683283
    หมายเหตุ คุณอาจกำหนดบริการที่เป็นสาเหตุของปัญหาได้รวดเร็วขึ้นโดยทดสอบบริการในกลุ่ม แบ่งบริการเป็นสองกลุ่มโดยเลือกกล่องกาเครื่องหมายในกลุ่มแรก และล้างกล่องกาเครื่องหมายของกลุ่มที่สอง เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่ แล้วทดสอบปัญหา ถ้าปัญหาเกิดขึ้น บริการที่ผิดปกติจะอยู่ในกลุ่มแรก ถ้าปัญหาไม่เกิดขึ้น บริการที่ผิดปกติจะอยู่ในกลุ่มที่สอง ทำซ้ำขั้นตอนนี้ในกลุ่มที่ผิดปกติจนกว่าคุณจะแยกแยะบริการที่ผิดปกติได้
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

แก้ไขปัญหาแฟ้ม System.ini

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ในการแก้ไขปัญหาแฟ้ม System.ini ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msconfig ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  2. คลิกแท็บ SYSTEM.INI
  3. บันทึกบริการอื่นที่ไม่ได้ถูกเลือก คุณอาจต้องขยายบางรายการ (เช่น [drivers]) เพื่อกำหนดว่าไม่ได้เลือกรายการย่อยไว้

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2684263
    ข้อสำคัญ อย่าข้ามขั้นตอนนี้ คุณต้องใช้ข้อมูลนี้ภายหลัง
  4. คลิก ปิดใช้งานทั้งหมด คลิก ตกลง แล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่
  5. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msconfig ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  6. คลิกแท็บ SYSTEM.INI
  7. ขยายทุกรายการในรายการ เลือกกล่องกาเครื่องหมายของรายการเพื่อเปิด แล้วคลิก ตกลง
  8. เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่ และดูว่าปัญหาเกิดขึ้นหรือไม่
  9. ทำซ้ำขั้นตอนที่ 5 ถึง 8 สำหรับแต่ละรายการจนกว่าปัญหาจะเกิดขึ้น

    เมื่อปัญหาเกิดขึ้น คุณจะทราบว่ารายการล่าสุดที่คุณเปิดเป็นสาเหตุของปัญหา บันทึกบริการนี้แล้วไปที่ขั้นตอนที่ 10
  10. คลิกกล่องกาเครื่องหมาย เปิดใช้งานทั้งหมด ล้างกล่องกาเครื่องหมายของรายการที่ผิดปกติ คลิกเพื่อล้างกล่องกาเครื่องหมายในรายการอื่นๆ ที่คุณบันทึกไว้ในขั้นตอนที่ 3 คลิก ตกลง แล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่

    ในการแก้ไขปัญหา คุณสามารถปิดรายการที่ผิดปกติ (ไม่เลือก) ถ้าเป็นไปได้ ติดต่อผู้ผลิตเพื่อขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับรายการที่ผิดปกติ

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2683283
    หมายเหตุ คุณอาจสามารถกำหนดได้ว่ารายการ System.ini ใดที่เป็นสาเหตุของปัญหาได้รวดเร็วขึ้นโดยทดสอบรายการในกลุ่ม แบ่งรายการเป็นสองกลุ่มโดยเลือกกล่องกาเครื่องหมายในกลุ่มแรก และล้างกล่องกาเครื่องหมายของกลุ่มที่สอง เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่ แล้วทดสอบปัญหา ถ้าปัญหาเกิดขึ้น บริการที่ผิดปกติจะอยู่ในกลุ่มแรก ถ้าปัญหาไม่เกิดขึ้น บริการที่ผิดปกติจะอยู่ในกลุ่มที่สอง ทำซ้ำขั้นตอนนี้ในกลุ่มที่ผิดปกติจนกว่าคุณจะแยกแยะรายการ System.ini ที่ผิดปกติได้
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

แก้ไขปัญหาแฟ้ม Win.ini

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ในการแก้ไขปัญหาแฟ้ม System.ini ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msconfig ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  2. คลิกแท็บ WIN.INI
  3. บันทึกบริการอื่นที่ไม่ได้ถูกเลือก คุณอาจต้องขยายบางรายการ (เช่น [OLFax Ports]) เพื่อกำหนดว่าไม่ได้เลือกรายการย่อยไว้

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2684263
    ข้อสำคัญ อย่าข้ามขั้นตอนนี้ คุณต้องใช้ข้อมูลนี้ภายหลัง
  4. คลิก ปิดใช้งานทั้งหมด คลิก ตกลง แล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่
  5. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msconfig ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  6. คลิกแท็บ WIN.INI
  7. ขยายทุกรายการในรายการ เลือกกล่องกาเครื่องหมายของรายการเพื่อเปิด แล้วคลิก ตกลง
  8. เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่ และดูว่าปัญหาเกิดขึ้นหรือไม่
  9. ทำซ้ำขั้นตอนที่ 5 ถึง 8 สำหรับแต่ละรายการจนกว่าปัญหาจะเกิดขึ้น

    เมื่อปัญหาเกิดขึ้น คุณจะทราบว่ารายการล่าสุดที่คุณเปิดเป็นสาเหตุของปัญหา บันทึกบริการนี้แล้วไปที่ขั้นตอนที่ 10
  10. คลิกกล่องกาเครื่องหมาย เปิดใช้งานทั้งหมด ล้างกล่องกาเครื่องหมายของรายการที่ผิดปกติ คลิกเพื่อล้างกล่องกาเครื่องหมายในรายการอื่นๆ ที่คุณบันทึกไว้ในขั้นตอนที่ 3 คลิก ตกลง แล้วเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่

    ในการแก้ไขปัญหา คุณสามารถปิดรายการที่ผิดปกติ (ไม่เลือก) ถ้าเป็นไปได้ ติดต่อผู้ผลิตเพื่อขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับรายการที่ผิดปกติ

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2683283
    หมายเหตุ คุณอาจกำหนดได้ว่ารายการ Win.ini ใดที่เป็นสาเหตุของปัญหาได้รวดเร็วขึ้นโดยทดสอบรายการในกลุ่ม แบ่งรายการเป็นสองกลุ่มโดยเลือกกล่องกาเครื่องหมายในกลุ่มแรก และล้างกล่องกาเครื่องหมายของกลุ่มที่สอง เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่ แล้วทดสอบปัญหา ถ้าปัญหาเกิดขึ้น บริการที่ผิดปกติจะอยู่ในกลุ่มแรก ถ้าปัญหาไม่เกิดขึ้น บริการที่ผิดปกติจะอยู่ในกลุ่มที่สอง ทำซ้ำขั้นตอนนี้ในกลุ่มที่ผิดปกติจนกว่าคุณจะแยกแยะรายการ Win.ini ที่ผิดปกติได้
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

แก้ไขปัญหาแฟ้ม Boot.ini

เฉพาะผู้ดูแลระบบและผู้ใช้ขั้นสูงเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงแฟ้ม Boot.ini ได้ ขั้นตอนการแก้ไขปัญหา Boot.ini อยู่นอกเหนือขอบเขตของเนื้อหาในบทความนี้

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Microsoft Knowledge Base โดยไปที่เว็บไซต์ Microsoft Support

รีเซ็ตโปรแกรมอรรถประโยชน์การกำหนดค่าระบบไปที่การเริ่มต้นระบบปกติ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ในตั้งค่าโปรแกรมอรรถประโยชน์การกำหนดค่าระบบไปที่การเริ่มต้นระบบปกติ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msconfig ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  2. บนแท็บ ทั่วไป คลิก การเริ่มต้นระบบปกติ - โหลดโปรแกรมควบคุมและบริการอุปกรณ์ทั้งหมด แล้วคลิก ตกลง
  3. เริ่มต้นการทำงานของคอมพิวเตอร์อีกครั้ง
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ใช้คอนโซลการกู้คืน Windows

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
คอนโซลการกู้คืนเป็นเครื่องมือบรรทัดคำสั่งที่คุณสามารถใช้ซ่อมแซม Windows ถ้าคอมพิวเตอร์ไม่เริ่มทำงานอย่างถูกต้อง คุณสามารถเริ่มคอนโซลการกู้คืนจากซีดี Windows Server 2003 หรือเมื่อเริ่มต้นระบบถ้าคอนโซลการกู้คืนถูกติดตั้งในคอมพิวเตอร์ของคุณก่อนหน้านี้ ใช้คอนโซลการกู้คืนถ้าตัวเลือกการเริ่มต้นระบบ Last Known Good Configuration ไม่สำเร็จ และคุณไม่สามารถเริ่มคอมพิวเตอร์ในเซฟโหมด ขอแนะนำให้คุณใช้วิธีการคอนโซลการกู้คืนเมื่อคุณเป็นผู้ใช้ขั้นสูง ที่สามารถใช้คำสั่งพื้นฐานในการระบุและค้นหาโปรแกรมควบคุมและแฟ้มที่เกิดปัญหา 
ในการใช้คอนโซลการกู้คืน ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้
  1. ใส่ซีดีการติดตั้ง Windows Server 2003 ในไดรฟ์ซีดีของคุณหรือไดรฟ์ดีวีดีของคุณ และเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณอีกครั้ง
  2. เมื่อคุณได้รับพร้อมท์ในระหว่างการตั้งค่าโหมดข้อความ ให้กด R เพื่อเริ่มต้นคอนโซลการกู้คืน
คุณสามารถใช้คอนโซลการกู้คืนเพื่อดำเนินการดังนี้:
  • เข้าใช้งานไดรฟ์บนคอมพิวเตอร์ของคุณ
  • เปิดใช้งานหรือปิดใช้งานโปรแกรมควบคุมหรือบริการของอุปกรณ์
  • คัดลอกแฟ้มจากซีดีการติดตั้ง Windows Server 2003 หรือคัดลอกแฟ้มจากสื่อที่ถอดได้อื่นๆ เช่น คุณสามารถคัดลอกแฟ้มที่คุณต้องการลบ
  • ล้างเซกเตอร์บูตใหม่และบันทึกบูตหลักใหม่ (MBR) คุณอาจต้องดำเนินการนี้ถ้าปัญหาเริ่มต้นจากเซกเตอร์บูตที่มีอยู่
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

ยืนยันว่าฮาร์ดดิสก์หรือระบบแฟ้มไม่เสียหาย

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
เพื่อยืนยันว่าฮาร์ดดิสก์และระบบแฟ้มของคุณไม่เสียหาย ให้เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่จากซีดี Windows Server 2003 เปิดคอนโซลการกู้คืน แล้วใช้โปรแกรมอรรถประโยชน์พร้อมท์คำสั่ง Chkdsk ซึ่งอาจแก้ไขปัญหาของคุณ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2684263
ข้อสำคัญ เราแนะนำว่าเฉพาะผู้ใช้หรือผู้ดูแลระบบขั้นสูงเท่านั้นที่สามารถใช้คอนโซลการกู้คืนได้ คุณต้องทราบรหัสผ่านสำหรับบัญชีผู้ดูแลระบบเพื่อใช้คอนโซลการกู้คืน

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทดสอบและซ่อมแซมฮาร์ดดิสก์ที่เสียหายโดยใช้ Chkdsk ให้ดูที่หัวข้อ "วิธีการใช้คอนโซลการกู้คืน" และ "วิธีการใช้พร้อมท์คำสั่งคอนโซลการกู้คืน" ในบทความต่อไปนี้:
307654 วิธีการติดตั้งและใช้งานคอนโซลการกู้คืนใน Windows XP
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2683283
หมายเหตุ ถ้า Chkdsk รายงานว่าไม่สามารถเข้าใช้งานฮาร์ดดิสก์ของคุณ คุณอาจมีฮาร์ดแวร์ที่ทำงานผิดพลาด ตรวจสอบการเชื่อมต่อสายเคเบิลทั้งหมดและการติดตั้งสายจัมเปอร์บนไดรฟ์ของคุณ ติดต่อเจ้าหน้าที่ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์หรือผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ของคุณสำหรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ถ้า Chkdsk รายงานว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาฮาร์ดดิสก์ทั้งหมด ระบบแฟ้มของคุณหรือ MBR อาจเสียหายหรือไม่สามารถเข้าใช้งานได้อีก ลองใช้คำสั่งคอนโซลการกู้คืน เช่น Fixmbr และ Fixboot ให้ติดต่อบริการกู้คืนข้อมูล หรือแบ่งพาร์ทิชั่นใหม่ แล้วรีฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ของคุณ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2684263
คำเตือน ถ้าคุณแบ่งพาร์ติชั่นใหม่และรีฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ของคุณ ข้อมูลทั้งหมดบนดิสก์ของคุณจะสูญหาย

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2684263
ข้อสำคัญ สำหรับวิธีใช้เพิ่มเติม ให้ติดต่อผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ของคุณหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft เฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการรับรองเท่านั้นที่สามารถซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณได้ ถ้าการซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ดำเนินการโดยบุคลากรที่มีคุณสมบัติไม่ครบ อาจทำให้การรับประกันของคอมพิวเตอร์ของคุณเป็นโมฆะ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้คอนโซลการกู้คืน ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
326215 วิธีการใช้คอนโซลการกู้คืนในคอมพิวเตอร์ที่ทำงานบน Windows Server 2003 ที่ไม่เริ่มทำงาน
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีใช้การกู้คืนระบบอัตโนมัติ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ในการกู้คืนระบบที่ล้มเหลวโดยใช้ Automated System Recovery (ASR) ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. ตรวจสอบว่าคุณมีรายการต่อไปนี้ก่อนที่คุณจะเริ่มขั้นตอนการกู้คืน:
    • ดิสก์ ASR ที่คุณสร้างขึ้นก่อนหน้านี้
    • สื่อสำรองที่คุณสร้างขึ้นก่อนหน้านี้
    • ซีดีโปรแกรมติดตั้งระบบปฏิบัติการต้นฉบับ
    • ถ้าคุณมีตัวควบคุมที่เก็บข้อมูลจำนวนมาก และคุณทราบว่าผู้ผลิตให้แฟ้มโปรแกรมควบคุมแยกต่างหาก (ไม่เหมือนกับแฟ้มโปรแกรมควบคุมที่มีอยู่ในซีดีโปรแกรมติดตั้ง) ขอรับแฟ้ม (บนดิสก์) ก่อนเริ่มขั้นตอนนี้
  2. ใส่ซีดีติดตั้งระบบปฏิบัติการเดิมลงในไดรฟ์ซีดีหรือไดรฟ์ดีวีดีของคุณ
  3. เริ่มต้นการทำงานของคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้กดปุ่มเริ่มการทำงานคอมพิวเตอร์จากซีดี ให้กดปุ่มที่เหมาะสม
  4. ถ้าคุณมีแฟ้มโปรแกรมควบคุมแยกต่างหากตามที่อธิบายไว้ในขั้นตอนที่ 1 ให้กดปุ่ม F6 เพื่อใช้โปรแกรมควบคุมเป็นส่วนหนึ่งของการตั้งค่าเมื่อคุณได้รับพร้อมท์
  5. กดปุ่ม F2 เมื่อคุณได้รับพร้อมท์เมื่อเริ่มส่วนโหมดข้อความอย่างเดียวในการติดตั้ง

    คุณได้รับพร้อมท์ให้ใส่ดิสก์ ASR ที่คุณสร้างขึ้น
  6. ทำตามคำแนะนำ
  7. ถ้าคุณมีแฟ้มโปรแกรมควบคุมแยกต่างหากตามที่อธิบายในขั้นตอนที่ 1 ให้กด F6 (อีกครั้ง) เมื่อคุณได้รับพร้อมท์หลังจากระบบเริ่มการทำงานใหม่
  8. ทำตามคำแนะนำ
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2683283
หมายเหตุ
  • ASR ไม่กู้คืนแฟ้มข้อมูลของคุณ ดูวิธีใช้ Windows สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสำรองข้อมูลและกู้คืนแฟ้มข้อมูลของคุณ
  • ถ้าคุณกำลังกู้คืนคลัสเตอร์เซิร์ฟเวอร์ที่โหนดทั้งหมดล้มเหลวและดิสก์ quorum ไม่สามารถกู้คืนจากข้อมูลที่สำรองได้ ให้ใช้ ASR ในแต่ละโหนดในคลัสเตอร์เริ่มต้นเพื่อกู้คืนลายเซ็นดิสก์และผังพาร์ติชั่นของดิสก์คลัสเตอร์ (quorum และ nonquorum) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสำรองและกู้คืนคลัสเตอร์เซิร์ฟเวอร์ ให้ดูที่วิธีใช้ Windows
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

สร้างชุดดิสก์ ASR โดยใช้การสำรองข้อมูล

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
ในการใช้ ASR คุณต้องมีชุดดิสก์ ASR ในการสร้างชุดดิสก์ ASR ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้
  1. คลิก เริ่ม ชี้ไปที่ โปรแกรมทั้งหมด ชี้ไปที่ อุปกรณ์เสริม ชี้ไปที่ เครื่องมือระบบ แล้วคลิก สำรองข้อมูล

    โดยค่าเริ่มต้น การสำรองข้อมูลหรือคืนค่าตัวช่วยสร้างเริ่ม เว้นแต่ถูกปิดการใช้งาน คุณสามารถใช้ตัวช่วยสร้างสำรองหรือกู้คืนข้อมูลเพื่อสร้างชุดดิสก์ ASR โดยตอบ ข้อมูลทั้งหมดในคอมพิวเตอร์นี้ ในหัวข้อ คุณต้องการสำรองข้อมูลใด ไม่เช่นนั้น คุณอาจไปที่ขั้นตอนถัดไปเพื่อสร้างชุดดิสก์ ASRใน โหมดขั้นสูง
  2. คลิกลิงก์ โหมดขั้นสูง ในตัวช่วยสร้างสำรองหรือกู้คืนข้อมูล
  3. บนเมนู เครื่องมือ ให้คลิก ตัวช่วยสร้าง ASR
  4. ทำตามคำแนะนำที่ปรากฏบนหน้าจอของคุณ
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2683283
หมายเหตุ
  • คุณต้องมีดิสก์เปล่า 1.44 เมกะไบต์ (MB) เพื่อบันทึกการตั้งค่าระบบและสื่อของคุณให้มีแฟ้มสำรองข้อมูล ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณไม่มีดิสก์ไดรฟ์ ให้ทำการสำรองข้อมูล ASR ในคอมพิวเตอร์โดยไม่มีดิสก์ไดรฟ์ คัดลอกแฟ้ม Asr.sif และ Asrpnp.sif ที่อยู่ในโฟลเดอร์ %SystemRoot%\Repair ไปยังคอมพิวเตอร์อื่นที่มีดิสก์ไดรฟ์ แล้วคัดลอกแฟ้มเหล่านั้นไปยังดิสก์
  • ในการทำตามขั้นตอนนี้ คุณต้องเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ดูแลระบบหรือผู้ทำการสำรองข้อมูลในคอมพิวเตอร์ภายใน หรือคุณต้องได้รับมอบหมายสิทธิ์ที่เหมาะสม ถ้าคอมพิวเตอร์เข้าร่วมโดเมน สมาชิกของกลุ่มผู้ดูแลระบบโดเมนอาจสามารถทำขั้นตอนนี้ได้ ตาม "แนวปฏิบัติที่ดี" ด้านความปลอดภัย พิจารณาใช้คำสั่ง เรียกใช้เป็น ในการทำขั้นตอนนี้
  • ขั้นตอนนี้จะสำรองแฟ้มระบบที่คุณต้องเริ่มการทำงานของระบบของคุณเท่านั้น คุณต้องสำรองแฟ้มข้อมูลของคุณแยกต่างหาก
  • หลังจากที่คุณสร้างชุด ASR ติดป้ายดิสก์นี้และสื่อสำรองข้อมูลและเก็บไว้ด้วยกันในที่ปลอดภัย เมื่อต้องการใช้สื่อสำรอง คุณต้องมีดิสก์ที่คุณสร้างโดยใช้ชุดสื่อนั้น คุณไม่สามารถใช้ดิสก์ที่คุณสร้างในภายหลังหรือโดยใช้ชุดสื่ออื่น คุณต้องมีซีดีโปรแกรมติดตั้งเมื่อคุณทำ ASR ด้วย
  • เก็บชุด ASR ไว้ในที่ปลอดภัย ชุด ASR มีข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดค่าระบบที่อาจถูกใช้และทำความเสียหายให้กับระบบของคุณ
  • ถ้าคุณสำรองคลัสเตอร์เซิร์ฟเวอร์ ให้เรียกใช้ตัวช่วยสร้างการกู้คืนระบบอัตโนมัติบนโหนดทั้งหมดของคลัสเตอร์ และตรวจสอบว่าบริการคลัสเตอร์กำลังทำงานเมื่อคุณเริ่มการสำรอง ASR ตรวจสอบว่าโหนดใดโหนดหนึ่งที่คุณเรียกใช้ตัวช่วยสร้างการเตรียมการกู้คืนระบบอัตโนมัติแสดงเป็นเจ้าของทรัพยากร quorum ขณะที่ตัวช่วยสร้างกำลังทำงาน
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีซ่อมแซมการติดตั้ง Windows ของคุณ

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding start collapsed
คุณอาจสามารถซ่อมแซมการติดตั้ง Windows Server 2003 ที่เสียหายได้โดยเรียกใช้โปรแกรมติดตั้ง Windows จากซีดี Windows

เมื่อต้องการซ่อมแซมการติดตั้ง Windows ของคุณ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. ใส่ซีดี Windows Server 2003 ในไดรฟ์ซีดีหรือไดรฟ์ดีวีดี
  2. ถ้าซีดี Windows แสดงเมนู คุณต้องการทำอะไร ให้คลิก ออก
  3. ปิดคอมพิวเตอร์ของคุณ รอสิบวินาทีแล้วเปิดคอมพิวเตอร์ของคุณอีกครั้ง
  4. ถ้าคุณได้รับพร้อมท์ให้เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์จากซีด ให้ดำเนินการตามคำแนะนำ

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2683283
    หมายเหตุ คุณต้องสามารถเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณจากซีดีรอม Windows Server 2003 เพื่อเรียกใช้การตั้งค่า Windows ไดรฟ์ซีดีหรือดีวีดีต้องถูกกำหนดค่าให้ดำเนินการนี้ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีกำหนดค่าคอมพิวเตอร์ของคุณให้เริ่มจากไดรฟ์ซีดีหรือดีวีดี ให้ดูที่เอกสารประกอบที่รวมอยู่กับคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือติดต่อผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ของคุณ
  5. หลังจากที่การตั้งค่าเริ่มต้น กด Enter เพื่อดำเนินการกระบวนการติดตั้ง
  6. กด ENTER เพื่อเลือกตัวเลือก ติดตั้ง Windows เดี๋ยวนี้ กด ENTER ไม่เลือกตัวเลือก คอนโซลการกู้คืน
  7. กด F8 เพื่อยอมรับข้อตกลงการใช้งาน

    โปรแกรมติดตั้งจะค้นหาการติดตั้ง Windows ก่อนหน้านี้
    • ถ้าโปรแกรมติดตั้งไม่พบการติดตั้ง Windows Server 2003 ก่อนหน้านี้ คุณอาจประสบปัญหาฮาร์ดแวร์ใช้งานไม่ได้

      ฮาร์ดแวร์ใช้งานไม่ได้ไม่อยู่ในขอบเขตเนื้อหาของบทความนี้่ ดูที่ผู้เชี่ยวชาญฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์เพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือลองใช้ตัวแก้ไขปัญหาฮาร์ดแวร์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวแก้ไขปัญหาฮาร์ดแวร์ ให้ดูที่หัวข้อวิธีใช้ Windows Server 2003 "การใช้ตัวแก้ไขปัญหา"
    • ถ้าการติดตั้งไม่พบการติดตั้งก่อนหน้านี้ของ Windows Server 2003 คุณอาจได้รับข้อความต่อไปนี้:
      ถ้าการติดตั้ง Windows Server 2003 ต่อไปนี้เสียหาย การติดตั้งจะพยายามซ่อมแซม ใช้ลูกศรขึ้นลงเพื่อเลือกการติดตั้ง ในการซ่อมแซมการติดตั้งที่เลือก ให้กด R หากต้องการทำต่อโดยไม่ซ่อมแซม ให้กด ESC
      เลือกการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows Server 2003 ที่เหมาะสมแล้วกด R เพื่อพยายามซ่อมแซม
    • ทำตามคำแนะนำเพื่อซ่อมแซมการติดตั้ง

      ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
      2683283
      หมายเหตุ
      • คุณอาจต้องเปลี่ยนลำดับไดรฟ์บูตในการตั้งค่า BIOS เพื่อเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณจากซีดี Windows Server 2003 ติดต่อผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมในเอกสารประกอบของผู้ผลิตของคุณ
      • ถ้าคุณไม่สามารถเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์จากซีดี Windows Server 2003 คุณอาจมีไดรฟ์ซีดีหรือไดรฟ์ดีวีดีที่ใช้งานไม่ได้หรือประสบปัญหาฮาร์ดแวร์ใช้งานไม่ได้

        ฮาร์ดแวร์ใช้งานไม่ได้ไม่อยู่ในขอบเขตเนื้อหาของบทความนี้ ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์เพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือลองใช้ตัวแก้ไขปัญหาฮาร์ดแวร์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวแก้ไขปัญหาฮาร์ดแวร์ ให้ดูที่หัวข้อวิธีใช้ Windows Server 2003 "การใช้ตัวแก้ไขปัญหา"
      • หลังจากซ่อมแซม Windows Server 2003 ของคุณ คุณอาจได้รับพร้อมท์ให้เปิดใช้งานสำเนา Windows Server 2003 ของคุณ
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
assets folding end collapsed

วิธีใช้เว็บไซต์การสนับสนุนของ Microsoft เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหา

ถ้าคุณไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้หลังจากทำตามขั้นตอนในบทความนี้ คุณสามารถใช้เว็บไซต์การสนับสนุนของ Microsoft เพื่อค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาของคุณ รายการต่อไปนี้อธิบายบางบริการที่มีในเว็บไซต์การสนับสนุนของ Microsoft:

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 325375 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 27 มิถุนายน 2556 - Revision: 8.0
ใช้กับ
  • Microsoft Windows Server 2003 Datacenter Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Enterprise Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Standard Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Web Edition
  • Microsoft Windows Server 2003, Enterprise x64 Edition
  • Microsoft Windows Small Business Server 2003 Standard Edition
  • Microsoft Windows Small Business Server 2003 Premium Edition
Keywords: 
kbmgmtservices kbenv kbhowtomaster KB325375

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com