วิธีการย้ายฐานข้อมูล DHCP จากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows NT Server 4.0, Windows 2000 หรือ Windows Server 2003 ไปยังคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Server 2003

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 325473 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

สรุป

บทความที่มีการอธิบายทีละขั้นตอนนี้อธิบายถึงวิธีการย้ายฐานข้อมูล Dynamic Host Configuration Protocol (DHCP) จากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Microsoft Windows NT Server 4.0, Microsoft Windows 2000 หรือ Microsoft Windows Server 2003 ไปยังคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Server 2003

หมายเหตุ คุณสามารถใช้อรรถประโยชน์สำรองข้อมูลของ Microsoft Windows (ntbackup.exe) เพื่อสำรองและคืนค่าฐานข้อมูล DHCP บนเซิร์ฟเวอร์เดี่ยว อย่าใช้อรรถประโยชน์สำรองข้อมูลเพื่อโยกย้ายหรือย้ายฐานข้อมูล DHCP จากเซิร์ฟเวอร์ DHCP หนึ่งไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่น

ส่งออกฐานข้อมูล DHCP จากเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Windows NT Server 4.0 หรือ Windows 2000

  1. หยุดบริการเซิร์ฟเวอร์ DHCP บนเซิร์ฟเวอร์:
    1. เข้าสู่ระบบของเซิร์ฟเวอร์ DHCP ต้นทางโดยใช้บัญชีผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ดูแลระบบเฉพาะที่
    2. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ cmd ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
    3. ที่พร้อมรับคำสั่ง ให้พิมพ์ net stop dhcpserver แล้วกด ENTER คุณจะได้รับข้อความ "บริการเซิร์ฟเวอร์ DHCP ของ Microsoft กำลังหยุดทำงาน บริการเซิร์ฟเวอร์ DHCP ของ Microsoft หยุดทำงานเรียบร้อยแล้ว"
    4. พิมพ์ exit แล้วกด ENTER
  2. กระชับฐานข้อมูล DHCP โดยใช้อรรถประโยชน์ JetPack:
    1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ cmd ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
    2. ที่พร้อมรับคำสั่ง ให้พิมพ์ cd %systemroot%\system32\dhcp แล้วกด ENTER
    3. พิมพ์ jetpack dhcp.mdb temp.mdb แล้วกด ENTER
    4. หลังจากกระชับฐานข้อมูลได้สำเร็จแล้ว ให้พิมพ์ exit และกด ENTER
  3. ส่งออกฐานข้อมูล DHCP โดยใช้อรรถประโยชน์นำเข้า/ส่งออก DHCP (Dhcpexim.exe) คุณสามารถขอรับอรรถประโยชน์นี้ได้จาก Windows 2000 Resource Kit Supplement 1 นอกจากนี้ คุณยังสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่อไปนี้ของ Microsoft เพื่อขอรับ Dhcpexim.exe:
    http://support.microsoft.com/kb/927229
    เมื่อต้องการส่งออกฐานข้อมูล:
    1. ติดตั้งอรรถประโยชน์ Dhcpexim.exe และเริ่มอรรถประโยชน์ Dhcpexim.exe
    2. ที่หน้าจอ ยินดีต้อนรับสู่เครื่องมือนำเข้า/ส่งออก DHCP ให้คลิก ส่งออกการกำหนดค่าบริการภายในเครื่องไปยังแฟ้ม แล้วคลิก ตกลง
    3. ในกล่อง ชื่อแฟ้ม ให้พิมพ์ชื่อแฟ้มของแฟ้มที่ส่งออก แล้วคลิก บันทึก ตัวอย่างเช่น พิมพ์ dhcpdatabase.txt
    4. คลิกขอบเขตที่คุณต้องการส่งออก คลิกเพื่อเลือกกล่องกาเครื่องหมาย ปิดใช้งานขอบเขตที่เลือกบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้อยู่ก่อนส่งออก แล้วคลิก ส่งออก
    5. คลิก ตกลง
  4. ปิดใช้งานบริการเซิร์ฟเวอร์ DHCP บนเซิร์ฟเวอร์ การปิดใช้งานบริการเซิร์ฟเวอร์ DHCP จะป้องกันไม่ให้บริการเริ่มทำงานหลังจากมีการโอนฐานข้อมูลแล้ว เมื่อต้องการปิดใช้งานบริการเซิร์ฟเวอร์ DHCP:
    1. คลิก เริ่ม ชี้ไปที่ การตั้งค่า คลิก แผงควบคุม แล้วคลิกสองครั้งที่ บริการ
    2. ในรายการ บริการ ให้คลิก เซิร์ฟเวอร์ DHCP ของ Microsoft คลิก เริ่มต้นระบบ คลิก ปิดใช้งาน แล้วคลิก ตกลง
    3. หากมีการเริ่มบริการ ให้คลิก หยุด และคลิก ใช่ เพื่อยืนยันการหยุดทำงานของบริการ
    4. คลิก ปิด เพื่อปิดกล่องโต้ตอบ บริการ
ข้อมูลสำคัญ Dhcpexim.exe จำเป็นต้องใช้ในการย้ายฐานข้อมูลให้สำเร็จจากเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Windows 2000 หรือ Windows NT 4.0 ไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Windows Server 2003 คำสั่ง Netsh สำหรับ DHCP ไม่มีอยู่ใน Windows NT 4.0

หมายเหตุ หากต้องใช้การกำหนดค่า (ไม่ใช่ฐานข้อมูล) เพียงอย่างเดียว ให้ใช้คำสั่งต่อไปนี้ (แทน Dhcpexim.exe) บนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Windows 2000 ที่คุณทำการส่งออก (ห้ามใช้ Dhcpexim.exe)
netsh dhcp dump >C:\dhcp.txt
โดย C:\dhcp.txt คือชื่อและเส้นทางของแฟ้มส่งออกที่คุณต้องการใช้

หมายเหตุ ตัวเลือกการส่งออกไม่มีอยู่ในคำสั่ง netsh บน Windows 2000 Server คำสั่ง netsh dhcp server dump และ netsh dhcp server import เข้ากันไม่ได้ หากคุณพยายามนำเข้าข้อมูลที่สร้างโดย netsh dhcp server dump > C:\dhcp.txt โดยใช้ netsh DHCP server import > C:\dhcp.txt คุณจะได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่อไปนี้บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Server 2003:
การร้องขอไม่ได้รับการสนับสนุน
คุณสามารถโยกย้ายแฟ้มกำหนดค่าที่ส่งออกไปยังเซิร์ฟเวอร์ Windows Server 2003 ใหม่ได้โดยใช้คำสั่งต่อไปนี้:
netsh exec c:\dhcp.txt
Dhcpexim.exe ไม่ได้รับการสนับสนุนใน Windows Server 2003 หากฐานข้อมูลถูกส่งออกบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows 2000 โดยการใช้ Dhcpexim.exe และคุณพยายามนำเข้าข้อมูลไปยัง Windows Server 2003 อรรถประโยชน์ Dhcpexim.exe จะจบการทำงาน และคุณจะได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่อไปนี้:
เกิดข้อผิดพลาดขึ้น มีความพยายามที่จะโหลดโปรแกรมที่มีรูปแบบที่ไม่ถูกต้อง
หากเกิดข้อผิดพลาดนี้ ให้ส่งออกข้อมูลจาก Windows 2000 โดยใช้ dhcpexim แล้วนำเข้าข้อมูลในสภาวะแวดล้อมของ Windows Server 2003 โดยใช้ netsh เซิร์ฟเวอร์ DHCP นำเข้า xyz.txt

ส่งออกฐานข้อมูล DHCP จากเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Microsoft Windows Server 2003

เมื่อต้องการย้ายฐานข้อมูลและการกำหนดค่า DHCP จากเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Windows Server 2003 ไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่นที่ใช้ Windows Server 2003:
  1. เข้าสู่ระบบของเซิร์ฟเวอร์ DHCP ต้นทางโดยใช้บัญชีผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ดูแลระบบภายใน
  2. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ cmd ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  3. พิมพ์ netsh dhcp server export C:\dhcp.txt all แล้วกด ENTER

หมายเหตุ คุณต้องมีสิทธิผู้ดูแลระบบภายในเพื่อส่งออกข้อมูล

ติดตั้งการบริการเซิร์ฟเวอร์ DHCP บนเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Windows Server 2003

เมื่อต้องการติดตั้งบริการเซิร์ฟเวอร์ DHCP บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Server 2003 ที่มีอยู่:
  1. คลิก เริ่ม คลิก แผงควบคุม แล้วคลิกสองครั้งที่ เพิ่มหรือเอาโปรแกรมออก
  2. คลิก เพิ่ม/เอาคอมโพเนนต์ของ Windows ออก
  3. ใน 'ตัวช่วยสร้างคอมโพเนนต์ของ Windows' คลิก บริการระบบเครือข่าย ในกล่อง คอมโพเนนต์ แล้วคลิก รายละเอียด
  4. คลิกเพื่อเลือกกล่องกาเครื่องหมาย Dynamic Host Configuration Protocol (DHCP) หากยังไม่ได้เลือกไว้ และคลิก ตกลง
  5. ใน 'ตัวช่วยสร้างคอมโพเนนต์ของ Windows' คลิก ถัดไป เพื่อติดตั้งคอมโพเนนต์ที่เลือกไว้ ใส่ซีดี Windows Server 2003 ลงในไดรฟ์ซีดีหรือดีวีดีที่คอมพิวเตอร์ของคุณ หากได้รับการพร้อมท์ให้ทำเช่นนั้น ติดตั้งสำเนาของเซิร์ฟเวอร์ DHCP และแฟ้มเครื่องมือไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณ
  6. เมื่อการติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ คลิก เสร็จสิ้น

นำเข้าฐานข้อมูล DHCP

หมายเหตุ คุณอาจได้รับข้อความ "การเข้าถึงถูกปฏิเสธ" ในระหว่างขั้นตอนนี้ หากคุณไม่ใช่สมาชิกของกลุ่มผู้ทำการสำรองข้อมูล หากคุณได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาด "ไม่สามารถตรวจสอบรุ่นเซิร์ฟเวอร์ DHCP ของเซิร์ฟเวอร์" โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริการเซิร์ฟเวอร์ DHCP ทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ และผู้ใช้ที่เข้าสู่ระบบเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ดูแลระบบภายใน

ข้อมูลสำคัญ ห้ามใช้ Dhcpexim.exe เพื่อนำเข้าฐานข้อมูล DHCP ใน Windows Server 2003 นอกจากนี้ หากเซิร์ฟเวอร์ Windows 2003 เป็นเซิร์ฟเวอร์เป้าหมายเป็นเซิร์ฟเวอร์สมาชิก และหากคุณวางแผนที่จะยกระดับเซิร์ฟเวอร์ไปเป็นตัวควบคุมโดเมน เราขอแนะนำให้คุณโยกย้ายฐานข้อมูล DHCP ก่อนทำการยกระดับเซิร์ฟเวอร์ไปเป็นตัวควบคุมโดเมน แม้ว่าคุณจะสามารถโยกย้ายฐานข้อมูล DHCP ไปยังตัวควบคุมโดเมน Windows 2003 ได้ แต่การโยกย้ายไปยังเซิร์ฟเวอร์สมาชิกจะทำได้ง่ายกว่า เนื่องจากการมีอยู่ของบัญชีผู้ดูแลระบบภายใน
  1. เข้าสู่ระบบในฐานะผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกโดยตรงของกลุ่มผู้ดูแลระบบภายใน บัญชีผู้ใช้ในกลุ่มที่เป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ดูแลระบบภายในจะไม่ทำงาน หากบัญชีผู้ดูแลระบบภายในไม่มีอยู่สำหรับตัวควบคุมโดเมน ให้เริ่มระบบของคอมพิวเตอร์ใหม่ใน 'โหมดคืนค่าบริการไดเรกทอรี' และใช้บัญชีผู้ดูแลเพื่อนำเข้าฐานข้อมูลดังที่จะอธิบายต่อไปในส่วนนี้
  2. คัดลอกแฟ้มฐานข้อมูล DHCP ที่ส่งออกไปยังฮาร์ดดิสก์ภายในเครื่องของคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Server 2003
  3. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริการ DHCP เริ่มทำงานบนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Server 2003
  4. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ cmd ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  5. ที่พร้อมรับคำสั่ง พิมพ์ netsh dhcp server import c:\dhcpdatabase.txt all แล้วกด ENTER โดย c:\dhcpdatabase.txt หมายถึงเส้นทางแบบเต็มและชื่อแฟ้มของฐานข้อมูลที่คุณคัดลอกไปยังเซิร์ฟเวอร์

    หมายเหตุ เมื่อคุณพยายามส่งออกฐานข้อมูล DHCP จากตัวควบคุมโดเมน Windows 2000 ไปยังเซิร์ฟเวอร์สมาชิก Windows Server 2003 ของโดเมน คุณอาจได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่อไปนี้:
    เกิดข้อผิดพลาดในการเตรียมใช้งานและการอ่านการกำหนดค่าบริการ - การเข้าถึงถูกปฏิเสธ
    หมายเหตุ คุณต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบภายในเพื่อนำเข้าข้อมูล
  6. เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้ ให้เพิ่มคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ DHCP ของ Windows Server 2003 ลงในกลุ่มผู้ดูแลระบบ DHCP ที่ระดับองค์กร
  7. หากข้อความแสดงข้อผิดพลาด "การเข้าถึงถูกปฏิเสธ" ปรากฏขึ้นหลังจากที่คุณเพิ่มคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์ DHCP ของ Windows Server 2003 ไปยังกลุ่มผู้ดูแลระบบ DHCP ที่ระดับองค์กร ซึ่งได้กล่าวไว้แล้วในขั้นที่ 4 ให้ตรวจสอบว่าบัญชีผู้ใช้ที่ใช้นำเข้า อยู่ในกลุ่มผู้ดูแลระบบภายในหรือไม่ หากบัญชีผู้ใช้ดังกล่าวไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ ให้เพิ่มบัญชีผู้ใช้ลงในกลุ่ม หรือเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ดูแลระบบภายในเพื่อทำให้การนำเข้าเสร็จสมบูรณ์

    หมายเหตุ หากคำสั่ง DHCP IMPORT หรือ EXPORT ล้มเหลวสำหรับผู้ใช้ที่ไม่ใช่สมาชิกโดยตรงของกลุ่มผู้ดูแลระบบภายใน คุณต้องใช้โปรแกรมแก้ไขด่วนต่อไปนี้บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Server 2003:

    833167 แพคเกจโปรแกรมปรับปรุง Volume Shadow Copy Service (VSS) มีพร้อมใช้งานกับ Windows Server 2003
  8. หลังจากที่คุณได้รับข้อความว่าการดำเนินคำสั่งเสร็จสมบูรณ์แล้ว ให้ออกจากพร้อมรับคำสั่ง

อนุญาตเซิร์ฟเวอร์ DHCP

  1. คลิก เริ่ม ชี้ไปที่ โปรแกรมทั้งหมด เลือก เครื่องมือในการดูแล แล้วคลิก DHCP

    หมายเหตุ คุณจะต้องเข้าสู่ระบบเซิร์ฟเวอร์โดยใช้บัญชีผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ดูแลระบบ ในโดเมน Active Directory คุณต้องเข้าสู่ระบบเซิร์ฟเวอร์โดยใช้บัญชีผู้ใช้ที่เป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ดูแลระบบองค์กร
  2. ในทรีคอนโซลของ DHCP Snap-in ให้ขยายเซิร์ฟเวอร์ DHCP ใหม่ หากมีลูกศรสีแดงปรากฏที่มุมขวาล่างของวัตถุเซิร์ฟเวอร์ แสดงว่าเซิร์ฟเวอร์ยังไม่ได้รับอนุญาต
  3. คลิกขวาที่วัตถุเซิร์ฟเวอร์ แล้วคลิก อนุญาต
  4. หลังจากนั้นสักครู่ ให้คลิกขวาที่เซิร์ฟเวอร์อีกครั้ง แล้วคลิก ฟื้นฟู ปรากฏลูกศรสีเขียวที่แสดงว่าเซิร์ฟเวอร์ DHCP ได้รับอนุญาตแล้ว

ข้อมูลอ้างอิง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดคลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
323416 วิธีการติดตั้งและกำหนดค่าเซิร์ฟเวอร์ DHCP ใน Workgroup ใน Windows Server 2003 (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)
130642 วิธีการย้ายฐานข้อมูล DHCP จากเซิร์ฟเวอร์หนึ่งไปยังเซิร์ฟเวอร์อื่นใน Windows NT 4.0 และใน Windows 2000 (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)
890480 ข้อความแสดงข้อผิดพลาด "การเข้าถึงถูกปฏิเสธ" ปรากฏขึ้นเมื่อคุณใช้คำสั่ง "netsh dhcp server import" เพื่อนำเข้าฐานข้อมูล DHCP จากคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows NT Server 4.0 ไปยังคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows Server 2003 (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 325473 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 12 มิถุนายน 2550 - Revision: 19.5
ใช้กับ
  • Microsoft Windows Server 2003 Datacenter Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Enterprise Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Standard Edition
  • Microsoft Windows Server 2003, Datacenter Edition for Itanium-Based Systems
  • Microsoft Windows Server 2003, Enterprise Edition for Itanium-based Systems
  • Microsoft Windows NT Server 4.0 Standard Edition
  • Microsoft Windows 2000 Server
Keywords: 
kbhowtomaster kbnetwork KB325473

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com