วิธีการแก้ปัญหาเมื่อคุณไม่สามารถล็อกอินเข้าใช้งาน MSN หรือเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ SSL ที่มีการรักษาความปลอดภัย (128 บิต) โดยใช้ Internet Explorer ใน Windows XP

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 813444 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

บทนำ

บทความนี้อธิบายถึงวิธีการแก้ปัญหาเมื่อคุณไม่สามารถเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ SSL Secured (128-บิต) (https://) ได้โดยใช้โปรแกรม Microsoft Internet Explorer ใน Windows XP

หมายเหตุ ค้นหา Microsoft Knowledge Base เพื่อดูข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่คุณต้องการทราบก่อนจะทำงานตามขั้นตอนต่อไปนี้ หากคุณได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดหรือลักษณะเฉพาะ ให้ค้นหาจาก Microsoft Knowledge Base โดยใช้ข้อความจากข้อความแสดงข้อผิดพลาดและคำอธิบายปัญหาหรือลักษณะความผิดพลาด การค้นหา Microsoft Knowledge Base แวะไปที่เว็บไซต์ต่อไปนี้ของ Microsoft:
http://support.microsoft.com/?ln=th
เพื่อแก้ปัญหาเมื่อคุณไม่สามารถเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ SSL Secured (128-บิต) ได้โดยใช้โปรแกรม Internet Explorer ให้ใช้วิธีการต่อไปนี้ตามลำดับที่แสดง หลังจากแต่ละวิธี ให้ลองใช้โปรแกรม Internet Explorer เพื่อเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ SSL Secured (128-บิต) และดูว่าสามารถแก้ปัญหาได้หรือไม่ หากคุณสามารถเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ SSL Secured (128-บิต) ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องทำตามวิธีการต่อไป แต่หากยังแก้ปัญหาไม่ได้ ให้ลองใช้วิธีการถัดไป



ข้อมูลเพิ่มเติม

ลบแฟ้มชั่วคราวของอินเตอร์เน็ต

การลบแฟ้มชั่วคราวของอินเตอร์เน็ต ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. เปิดโปรแกรม Internet Explorer
  2. ที่เมนู Tools คลิก Internet Options แล้วคลิกแท็บ General
  3. ที่ Temporary Internet files คลิก Delete Cookies
  4. คลิก OK เมื่อคุณได้รับการพรอมต์ให้ยืนยันการลบ
  5. คลิก Delete Files
  6. คลิก OK เมื่อคุณได้รับการพรอมต์ให้ยืนยันการลบ
  7. ใน Historyให้คลิก Clear History
  8. คลิก Yes เมื่อได้รับการแจ้งให้ลบข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ที่เคยแวะชม
  9. คลิก OK

กำหนดค่าการรักษาความปลอดภัย เนื้อหาและการตั้งค่าขั้นสูงใน Internet Explorer

เมื่อต้องการกำหนดค่าการรักษาความปลอดภัย เนื้อหาและการตั้งค่าขั้นสูงใน Internet Explorer ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. กำหนดค่าการรักษาความปลอดภัยสำหรับ Trusted sites zone ในโปรแกรม Internet Explorer โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
    1. ในโปรแกรม Internet Explorer ที่แถบเครื่องมือTools คลิก Internet Options แล้วคลิกแท็บ Security
    2. คลิกที่ Trusted Publishers และคลิกที่ Default Level
    3. เพิ่มเว็บไซต์ SSL Secured (128-บิต) ให้ Trusted sites zone โดยคลิก Sites พิมพ์ URL ของไซต์ในช่อง Add this Web site to the zone คลิก Add คลิก OKแล้วคลิก Apply
  2. ยกเลิกการเลือกสถานะ Secure Sockets Layer (SSL) และประวัติการใช้งาน AutoComplete โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
    1. คลิกแท็บ Content
    2. ใน Certificatesให้คลิก Clear SSL State
    3. คลิก OK เมื่อคุณได้รับข้อความว่าลบข้อมูลในแคช SSL เรียบร้อยแล้ว
    4. ใน Personal informationคลิก AutoComplete
    5. ใน Clear AutoComplete historyคลิก Clear Formsแล้วคลิก OK เมื่อคุณได้รับการแจ้งให้ยืนยันการทำงาน
    6. คลิก Clear Passwordsคลิก OK เมื่อคุณได้รับการแจ้งให้ลบรหัสผ่านที่บันทึกไว้ก่อนหน้าทั้งหมด แล้วคลิก OK สองครั้ง
  3. ตรวจดูว่าได้กำหนดค่า Internet Explorer ให้ใช้ SSL 2.0 และSSL 3.0 แล้ว โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
    1. คลิกแท็บ Advanced
    2. ใน Security ในช่อง Settings ให้เลือกช่องทำเครื่องหมาย Use SSL 2.0 and Use SSL 3.0 (หากยังไม่ได้เลือกไว้) แล้วคลิกOK

ตรวจดูว่าการตั้งค่าวันที่และเวลาในคอมพิวเตอร์ถูกต้อง

เมื่อต้องการตรวจดูว่าการตั้งค่าวันที่และเวลาในคอมพิวเตอร์ถูกต้องหรือไม่ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิก Start แล้วคลิก Control Panel
  2. คลิก Date, Time, Language, and Regional Optionsแล้วคลิก Date and Time
  3. คลิกแท็บ Date & Time
  4. ตรวจดูให้แน่ใจว่าการตั้งค่าวันที่และเวลาได้รับการกำหนดให้ใช้วันที่และเวลาปัจจุบัน แล้วคลิก OK

ตรวจดูให้แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์ของคุณใช้การเข้ารหัสแบบ 128 บิต

เมื่อต้องการตรวจดูให้แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์ของคุณใช้การเข้ารหัสแบบ 128 บิตหรือไม่ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. เปิดโปรแกรม Internet Explorer
  2. ในเมนู Help ให้คลิกที่ About Internet Explorer
  3. ระดับการเข้ารหัสของคอมพิวเตอร์ของคุณจะปรากฏหลังคำว่า Cipher Strength ตรวจดูว่าค่า Cipher Strength ปรากฏเป็น 128-bit
  4. คลิก OK

ใช้ System Restore เพื่อเรียกคืนสภาวะก่อนหน้าให้คอมพิวเตอร์

คุณลักษณะ System Restore ใน Windows XP "บันทึก" แฟ้มสำคัญของระบบและโปรแกรมและบันทึกข้อมูลนี้ไว้เป็น restore points คุณสามารถใช้ restore points เหล่านี้เพื่อเรียกคืนสภาวะก่อนหน้าให้ Windows XP ได้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้ restore points เพื่อเรียกคืนสภาวะก่อนหน้าของ Windows XP โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
306084 วิธีเรียกคืนระบบปฏิบัติการสู่สภาวะเดิมใน Windows XP

ตรวจดูการกำหนดค่าไฟร์วอลล์หรือโปรแกรมป้องกันไวรัสอื่นๆ

ตรวจดูให้แน่ใจว่าไฟร์วอลล์หรือโปรแกรมป้องกันไวรัสอื่นๆ ที่ติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณได้รับการกำหนดค่าไว้ถูกต้องและไม่ป้องกันจากการเข้าใช้งานเว็บไซต์ที่มีการรักษาความปลอดภัยระดับสูง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูคู่มือผลิตภัณฑ์ หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการติดต่อตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์ของคุณ โปรดคลิกหมายเลขบทความที่เหมาะสมในรายการต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
65416 รายการข้อมูลการติดต่อตัวแทนจำหน่ายฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อื่นๆ จาก A-K (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)

60781 รายการข้อมูลการติดต่อตัวแทนจำหน่ายฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อื่นๆ จาก L-P (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)

60782 รายการข้อมูลการติดต่อตัวแทนจำหน่ายฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อื่นๆ จาก Q-Z (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)
Microsoft ให้รายละเอียดสำหรับการติดต่อกับบริษัทอื่นๆ ดังกล่าว เพื่อช่วยให้คุณสามารถขอรับความสนับสนุนทางเทคนิคได้ รายละเอียดสำหรับการติดต่อนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า Microsoft ไม่รับประกันเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลสำหรับการติดต่อกับบริษัทอื่นๆ เหล่านี้

ใช้เครื่องมือ System File Checker (Sfc.exe) เพื่อสแกนแฟ้มที่ได้รับการป้องกันโดย Windows File Protection (WFP)

ใช้ System File Checker โดยระบุพารามิเตอร์ /scannow เพื่อสแกนและตรวจสอบรุ่นของแฟ้มระบบที่ Windows File Protection ช่วยป้องกันทันที หาก System File Checker พบว่าแฟ้มต่างๆ เหล่านั้นถูกแทนที่ จะดึงเอารุ่นที่ถูกต้องของแฟ้มออกจากโฟลเดอร์แคช (Systemroot\System32\Dllcache) หรือจากแฟ้มติดตั้ง Windows แล้วแทนที่แฟ้มต่างๆ ที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ System File Checker ยังตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลในโฟลเดอร์แคชด้วย คุณต้องล็อกอินเป็นผู้ดูแลระบบหรือสมาชิกของกลุ่ม Administrators เพื่อใช้ System File Checker

การรัน System File Checker โดยใช้พารามิเตอร์ /scannow ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิกที่ Start และคลิกที่ Run
  2. ในช่อง Open ให้พิมพ์ cmd และคลิกที่ OK
  3. ที่พรอมต์คำสั่ง ให้พิมพ์ sfc /scannow แล้วกด ENTER
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ System File Checker โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
310747 คำอธิบายของ System File Checker (Sfc.exe) ของ Windows XP และ Windows Server 2003 (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)

ตรวจดูให้แน่ใจว่าได้เริ่มเซอร์วิส Microsoft Cryptographic Services แล้ว

เมื่อต้องการตรวจดูให้แน่ใจว่าได้เริ่มเซอร์วิส Microsoft Cryptographic Services แล้วหรือไม่ หรือเพื่อเริ่มต้นหากยังไม่ได้เริ่มเซอร์วิสดังกล่าว ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิกที่ Start และคลิกที่ Run
  2. ในช่อง Open ให้พิมพ์ cmd และคลิกที่ OK
  3. ที่พรอมต์คำสั่ง ให้พิมพ์ net start cryptsvc แล้วกด ENTER
  4. พิมพ์ exit เพื่อออกจากพรอมต์คำสั่ง

รีจิสเตอร์แฟ้ม .dll ใหม่

รีจิสเตอร์แฟ้ม .dll ต่อไปนี้ใหม่:
Softpub.dll
Wintrust.dll
Initpki.dll
Dssenh.dll
Rsaenh.dll
Gpkcsp.dll
Sccbase.dll
Slbcsp.dll
Cryptdlg.dll
เมื่อต้องการรีจิสเตอร์แฟ้มเหล่านี้ใหม่ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิกที่ Start และคลิกที่ Run
  2. ในช่อง Open ให้พิมพ์ cmd และคลิกที่ OK
  3. ที่พรอมต์คำสั่ง ให้พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ แล้วกด ENTER หลังคำสั่งแต่ละคำสั่ง:
    regsvr32 softpub.dll
    regsvr32 wintrust.dll
    regsvr32 initpki.dll
    regsvr32 dssenh.dll
    regsvr32 rsaenh.dll
    regsvr32 gpkcsp.dll
    regsvr32 sccbase.dll
    regsvr32 slbcsp.dll
    regsvr32 cryptdlg.dll
  4. คลิก OK เมื่อคุณได้รับข้อความว่า DllRegisterServer ในFileName สำเร็จแล้ว
  5. พิมพ์ exit

สร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ใหม่

คุณอาจไม่สามารถค้นหาเว็บไซต์ SSL Secured (128-บิต) ได้หากโปรไฟล์ผู้ใช้ Windows ของคุณเสียหาย เมื่อต้องการแก้ปัญหา ให้ล็อกอินเข้าสู่คอมพิวเตอร์เป็นผู้ใช้คนอื่นแล้วลองพยายามเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ SSL Secured (128-บิต) หากคุณสามารถเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ SSL Secured (128-บิต) ได้เมื่อล็อกอินด้วยผู้ใช้อื่น โปรไฟล์ผู้ใช้ของคุณอาจได้รับความเสียหาย เมื่อต้องการแก้ไขปัญหา ให้สำรองข้อมูลและการตั้งค่าต่างๆ ที่ต้องการจากโปรไฟล์ของคุณ (เช่น โฟลเดอร์ My Documents และ Favorites) แล้วลบโปรไฟล์ที่เสียหาย

เมื่อต้องการลบโปรไฟล์ผู้ใช้ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ล็อกอินเข้าสู่คอมพิวเตอร์ โดยเป็นผู้ดูแลระบบหรือสมาชิกของกลุ่ม Administrators
  2. คลิก Start แล้วคลิก Control Panel
  3. คลิก Performance and Maintenanceแล้วคลิก System
  4. คลิกที่แท็บ Advanced และใน User Profilesให้คลิก Settings
  5. ในรายชื่อ Profiles stored on this computer คลิกโปรไฟล์ผู้ใช้ที่ต้องการลบ แล้วคลิก Delete
  6. คลิก Yes เมื่อคุณได้รับการพรอมต์ให้ยืนยันการลบ
  7. คลิก OK สองครั้ง แล้วปิดโปรแกรม Control Panel
  8. ล็อกเอาต์จากคอมพิวเตอร์ในฐานะ Administrator แล้วล็อกอินเป็นผู้ใช้ใหม่

    Windows จะสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ใหม่ให้กับผู้ใช้นั้น
หมายเหตุ หรือคุณอาจต้องการสร้างผู้ใช้ใหม่ แล้วคัดลอกข้อมูลจากโปรไฟล์เก่าไปยังโปรไฟล์ของผู้ใช้ใหม่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานนี้ โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
811151 วิธีการคัดลอกข้อมูลจากโปรไฟล์ผู้ใช้ที่เสียหายไปยังโปรไฟล์ใหม่

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 813444 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 14 กันยายน 2549 - Revision: 2.6
ใช้กับ
  • Microsoft Windows XP Professional Edition
  • Microsoft Windows XP Home Edition
Keywords: 
kbpubtypekc kbtshoot kbhowtomaster kbhowto kbenv KB813444

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com