คุณได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาด "Access is denied" เมื่อพยายามติดตั้ง Windows XP Service Pack 2 หรือ Windows Server 2003 Service Pack 1

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 873148 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้


ข้อมูลสำคัญ บทความนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขรีจิสทรี โปรดสำรองรีจิสทรีไว้ก่อนที่จะแก้ไข โปรดทำความเข้าใจกับการเรียกคืนรีจิสทรีในกรณีที่เกิดปัญหา สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับวิธีสำรองข้อมูล เรียกคืน และแก้ไขรีจิสทรี โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้ เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
256986 คำอธิบายของรีจิสตรีของ Microsoft Windows
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

อาการ

เมื่อคุณติดตั้ง Microsoft Windows XP Service Pack 2 (SP2) หรือ Microsoft Windows Server 2003 Service Pack 1 (SP1) คุณอาจพบปัญหาใดๆ ต่อไปนี้:
  • คุณไม่สามารถติดตั้งเซอร์วิสแพ็คได้
  • คุณได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่อไปนี้:
    Service Pack setup has failed. Access is denied
  • แฟ้ม Svcpack.log มีข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่อไปนี้:
    DoRegistryUpdates failed

สาเหตุ

ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อสิทธิ์สำหรับคีย์รีจิสทรีอย่างน้อยหนึ่งตัวถูกจำกัดโดยป้องกันการปรับปรุงของคีย์รีจิสทรีเหล่านั้น การไม่สามารถปรับปรุงคีย์รีจิสทรีได้อาจทำให้โปรแกรมติดตั้งล้มเหลว

การหลีกเลี่ยงปัญหา

คำเตือน อาจเกิดปัญหาร้ายแรง หากคุณแก้ไขรีจิสทรีไม่ถูกต้อง โดยใช้ Registry Editor หรือโดยใช้วิธีอื่น ซึ่งคุณอาจต้องติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ Microsoft ไม่อาจรับประกันได้ว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้ คุณต้องยอมรับความเสี่ยงในการแก้ไขรีจิสทรีด้วยตนเอง

หมายเหตุ คุณต้องเป็นสมาชิกของกลุ่มรักษาความปลอดภัยผู้ดูแลระบบเพื่อทำงานในขั้นตอนเหล่านี้

เมื่อต้องการหลีกเลี่ยงปัญหานี้ โปรดดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้

ขั้นที่ 1: ตรวจดูว่ามีความล้มเหลวในการปรับปรุงรีจิสทรี

  1. เปิดแฟ้ม Svcpack.log โดยค่าเริ่มต้น แฟ้มนี้จะอยู่ในโฟลเดอร์ C:\Windows เมื่อต้องการเปิดแฟ้ม Svcpack.log ให้คลิกStartคลิก Runพิมพ์%windir%\svcpack.logแล้วคลิกOK
  2. ที่เมนู Edit คลิก Find
  3. ในกล่องFind what ให้พิมพ์ DoRegistryUpdates failed แล้วคลิกที่ Find Next
  4. หากพบข้อความแสดงข้อผิดพลาด DoRegistryUpdates failed แสดงว่ามีปัญหาในการป้องกันไม่ให้ปรับปรุงรีจิสทรี ข้อความแสดงข้อผิดพลาดจะคล้ายกับตัวอย่างต่อไปนี้:
    xxxx.xxx: DoInstallation:DoRegistryUpdates failed.
    xxxx.xxx: Access is denied.
    xxxx.xxx: Message displayed to the user: Access is denied.
    หมายเหตุxxxx.xxx แสดงประทับเวลาของแต่ละรายการ

ขั้นที่ 2: ค้นหาคีย์รีจิสทรี

ทันทีที่คุณพบว่าเกิดความล้มเหลวในการปรับปรุงรีจิสทรี คุณต้องหาคีย์รีจิสทรีที่ถูกต้องเพื่อแก้ไขสิทธิ์และเปิดให้ Windows XP SP2 หรือ Windows Server 2003 SP1 ติดตั้งได้สำเร็จ โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. รวมข้อมูลรีจิสทรีในแฟ้ม Setupapi.log โดยการเปิดใช้การบันทึกล็อกแบบ verbose สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดใช้การบันทึกล็อกแบบ verbose โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
    906485 วิธีการเปิดใช้การบันทึกล็อกแบบ verbose ในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ Windows XP (ลิงค์นี้อาจเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาที่เป็นภาษาอังกฤษบางส่วน หรือทั้งหมด)
    หมายเหตุ โดยค่าเริ่มต้น คีย์รีจิสทรีจะไม่ได้รับการบันทึกไว้ในแฟ้ม Setupapi.log

    หลังจากคุณเปิดใช้การบันทึกล็อกแบบ verbose แล้ว ติดตั้ง Windows XP SP2 หรือ Windows Server 2003 SP1 อีกครั้งเพื่อบันทึกคีย์รีจิสทรี
  2. เปิดแฟ้ม Setupapi.log โดยค่าเริ่มต้น แฟ้มนี้จะอยู่ในโฟลเดอร์ C:\Windows เมื่อต้องการเปิดแฟ้ม Setupapi.log ให้คลิกStartคลิก Runพิมพ์%windir%\setupapi.logแล้วคลิกOK
  3. กดปุ่ม CTRL+END เพื่อเลื่อนไปยังจุดสิ้นสุดของแฟ้ม Setupapi.log
  4. ที่เมนู Edit คลิก Find
  5. ในกล่อง Find what ให้พิมพ์ Error 5: Access is denied ใน Directionคลิก Upแล้วคลิก Find Next

    รายการที่พบในแฟ้ม Setupapi.log ควรจะคล้ายกับตัวอย่างต่อไปนี้:
    #-007 Deleting registry key HKCR\vnd.ms.radio
    #E033 Error 5: Access is denied.
    หมายเหตุ บรรทัดก่อนรายการ "Access is denied" ระบุคีย์รีจิสทรีในคำถาม ในกรณีนี้ HKCR คือชุดรีจิสทรีที่มีป้ายชื่อว่า "HKEY_CLASSES_ROOT." "vnd.ms.radio" คือคีย์ย่อยตัวหนึ่งที่อยู่ใต้ชุดรีจิสทรี

ขั้นที่ 3: ตั้งค่าสิทธิ์ของรีจิสทรีใหม่

ทันทีที่คุณทราบว่าคีย์ย่อยของรีจิสทรีมีสิทธิ์ที่ไม่ถูกต้อง ให้ปรับปรุงสิทธิ์นั้นๆ ให้คีย์ย่อยทันที

เมื่อต้องการปรับปรุงสิทธิ์ให้คีย์ย่อยของรีจิสทรี ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิกที่ Start คลิก Run พิมพ์ regedit แล้วคลิก OKเพื่อเริ่มต้น Registry Editor
  2. ค้นหาและคลิกขวาที่คีย์ย่อยของรีจิสทรีที่คุณบันทึกไว้ในขั้นที่ 2d แล้วคลิกPermissions
  3. ในGroup or user namesคลิก Administrators
  4. ใน Permissions for Administratorsตรวจดูให้แน่ใจว่าได้เลือกกล่องกาเครื่องหมาย Allow ของรายการต่อไปนี้แล้ว:
    • Full Control
    • Read
  5. คลิก Apply และคลิก OK
  6. ในเมนู File ให้คลิกที่ Exit เพื่อออกจาก Registry Editor
ปัญหาเรื่องสิทธิ์ต่างๆ ในคีย์ย่อยของรีจิสทรีได้รับการแก้ไขแล้ว และ Windows XP SP2 หรือ Windows Server 2003 SP1 ควรจะติดตั้งได้สำเร็จ หากคุณยังพบปัญหาเพิ่มเติมเมื่อพยายามติดตั้ง Windows XP SP2 หรือ Windows Server 2003 SP1 ให้ทำซ้ำตามขั้นตอนต่างๆ ที่จำเป็น

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 873148 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 30 พฤศจิกายน 2549 - Revision: 5.2
ใช้กับ
  • Microsoft Windows XP Service Pack 2 เมื่อใช้กับ:
    • Microsoft Windows XP Home Edition
    • Microsoft Windows XP Professional Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Service Pack 1 เมื่อใช้กับ:
    • Microsoft Windows Server 2003 Standard Edition
    • Microsoft Windows Server 2003 Datacenter Edition
    • Microsoft Windows Server 2003 Enterprise Edition
    • Microsoft Windows Server 2003 Web Edition
    • Microsoft Windows Server 2003, Datacenter Edition for Itanium-Based Systems
    • Microsoft Windows Server 2003, Enterprise Edition for Itanium-based Systems
  • Microsoft Windows Server 2003, Standard x64 Edition
  • Microsoft Windows Server 2003, Datacenter x64 Edition
  • Microsoft Windows Server 2003, Enterprise x64 Edition
Keywords: 
kberrmsg kbtshoot kbnofix kbperformance kbappcompatibility kbupgrade kbsetup kbprb kbmaintenance KB873148

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com