หมายเลขบทความ (Article ID): 908077 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
This article may contain a link to the Windows Installer Cleanup utility (MSICUU2.exe). If you were directed to this article to solve a problem by using the Windows Installer Cleanup utility, please contact your software manufacturer for installation support on the product, or see the following Microsoft Knowledge Base article for steps to troubleshoot uninstallation issues with products that use Windows Installer:

2438651 How to troubleshoot problems that may occur when you install, uninstall, or upgrade a program on a Windows-based computer
หมายเหตุ
บทความนี้อาจมีการเชื่อมโยงไปยังโปรแกรม Windows Installer Cleanup Utility (MSICUU2.exe) ถ้าระบบนำคุณไปยังบทความนี้เพื่อแก้ไขปัญหา โดยใช้โปรแกรม Windows Installer Cleanup Utility โปรดติดต่อผู้ผลิตซอฟต์แวร์เพื่อขอการสนับสนุนในการติดตั้งผลิตภัณฑ์ หรือดูบทความใน Microsoft Knowledge Base ต่อไปนี้เพื่อดูขั้นตอนการแก้ไขปัญหาการถอนการติดตั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Windows Installer:

ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

สรุป

คุณสามารถใช้วิธีการในบทความนี้เพื่อแก้ไขปัญหาการติดตั้งใน Microsoft .NET Framework เวอร์ชั่น 2.0 ได้ บทความนี้อธิบายการติดตั้งบน Microsoft Windows Server 2003, Windows 2000 Service Pack 3 (SP3) หรือ Windows XP Service Pack 2 (SP2) วิธีการที่อธิบายไว้ในบทความนี้ เริ่มต้นด้วยการลงทะเบียน Microsoft Windows Installer อีกครั้ง และการซ่อมแซม การลบและการติดตั้ง .NET Framework ใหม่ เมื่อต้องการใช้วิธีการนี้ คุณควรทำความคุ้นเคยกับ .NET Framework 2.0, Registry Editor และ Windows Installer นอกจากนี้ หนึ่งในวิธีการนี้กำหนดให้คุณต้องเปลี่ยนแปลงรีจิสทรีบนคอมพิวเตอร์ของคุณ

บทนำ

บทความนี้อธิบายวิธีแก้ไขปัญหาที่คุณอาจพบเมื่อติดตั้ง .NET Framework 2.0 แบบทีละขั้นตอน

เมื่อมีการลงทะเบียน Microsoft Windows Installer ในรีจิสทรี Windows ไม่ถูกต้อง โปรแกรมติดตั้ง .NET Framework 2.0 จะไม่สามารถเข้าใช้งานคอมโพเนนต์บางอย่างของ Windows Installer ได้ บทความนี้อธิบายวิธีแก้ไขปัญหานี้ด้วยการยกเลิกการลงทะเบียนและลงทะเบียน Windows Installer อีกครั้ง

คุณอาจไม่สามารถลบ .NET Framework 2.0 ได้ทั้งหมดโดยใช้เครื่องมือ Add/Remove Programs ใน Control Panel บทความนี้อธิบายวิธีแก้ไขปัญหานี้ด้วยการซ่อมแซม .NET Framework 2.0 หรือด้วยการลบ .NET Framework 2.0 ออกจากคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง และติดตั้ง .NET Framework 2.0 ใหม่

ข้อกำหนด

รายการต่อไปนี้สรุปฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ โครงสร้างเครือข่าย และ Service Pack ที่แนะนำให้คุณต้องมี:
  • Microsoft Windows Server 2003, Microsoft Windows 2000 Service Pack 3 (SP3) หรือ Microsoft Windows XP Service Pack 2 (SP2)
  • Microsoft .NET Framework 2.0
    เมื่อต้องการขอรับ Microsoft .NET Framework เวอร์ชั่น 2.0 แบบแจกจ่ายต่อได้ ให้ไปที่เว็บไซต์ Microsoft ต่อไปนี้: 
    http://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=6523
หมายเหตุ เมื่อต้องการแก้ไขปัญหาการติดตั้ง .NET Framework 2.0 คุณต้องใช้บัญชีที่อยู่ในกลุ่มผู้ดูแลระบบภายในบนคอมพิวเตอร์ที่เรียกใช้ .NET Framework 2.0

บทความนี้อนุมานว่าคุณคุ้นเคยกับหัวข้อต่อไปนี้:
  • Microsoft .NET Framework 2.0
  • Registry Editor
  • Windows Installer

ยกเลิกการลงทะเบียนและลงทะเบียน Windows Installer ใหม่

วิธีนี้สามารถแก้ไขปัญหาได้โดยส่วนใหญ่ นอกจากนี้ วิธีนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อโปรแกรมที่ติดตั้งในปัจจุบันที่ใช้ Windows Installer
  1. ยกเลิกการลงทะเบียน Windows Installer โดยคลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msiexec /unregister ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  2. ลงทะเบียน Windows Installer อีกครั้ง โดยคลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msiexec /register ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง

ซ่อมแซม .NET Framework 2.0

วิธีการซ่อมแซม .NET Framework มี 3 วิธีดังนี้

ใช้คำสั่งซ่อมแซมบนแฟ้มแคช Windows Installer

เมื่อต้องการซ่อมแซม .NET Framework 2.0 โดยใช้แฟ้มแคช Windows Installer ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ installer ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  2. ในเมนู มุมมอง ใน Windows Installer คลิก รายละเอียด คลิกขวาที่ส่วนหัวคอลัมน์ ชื่อ แล้วคลิก ข้อคิดเห็น
  3. คลิกขวาที่แฟ้ม Windows Installer ที่ถูกแคชที่มีข้อคิดเห็น Microsoft .NET Framework 2.0 RTL x86 enu แล้วคลิก ซ่อมแซม
  4. หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการซ่อมแซม ให้ออกจาก Windows Installer

เรียกใช้ .NET Framework 2.0 แบบแจกจ่ายต่อได้ที่พร้อมท์คำสั่ง

เมื่อต้องการซ่อมแซม .NET Framework 2.0 โดยใช้พร้อมท์คำสั่ง ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. ค้นหาแฟ้ม Dotnetfx.exe ที่คุณใช้เพื่อติดตั้ง .NET Framework 2.0 โดยใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งต่อไปนี้:
    • ถ้าคุณติดตั้ง .NET Framework 2.0 จากซีดีหรือจากดีวีดี DVD ให้ใส่ดิสก์ติดตั้งในไดรฟ์ซีดีหรือไดรฟ์ดีวีดี
    • ถ้าคุณติดตั้ง .NET Framework 2.0 จากฮาร์ดดิสก์ ให้ดาวน์โหลดโปรแกรมติดตั้ง .NET Framework 2.0 ลงในฮาร์ดดิสก์
    • ถ้าคุณติดตั้ง .NET Framework 2.0 จากไดรฟ์เครือข่าย ให้เชื่อมต่อไดรฟ์เครือข่ายอีกครั้ง
  2. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ cmd ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  3. ที่พร้อมท์คำสั่ง ให้เรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้:
    %InstallationPath%\dotnetfx.exe /t:%temp% /c:"msiexec.exe /fvecms %temp%\netfx.msi"
หมายเหตุ %InstallationPath% เป็นตัวยึดสำหรับพาธของแฟ้ม Dotnetfx.exe ที่คุณค้นหาในขั้นตอนที่ 1

ลบและติดตั้ง .NET Framework 2.0 ใหม่ด้วยตนเอง

ข้อสำคัญ หัวข้อ วิธีการหรืองานนี้มีขั้นตอนที่อธิบายวิธีแก้ไขรีจิสทรี อย่างไรก็ตาม อาจเกิดปัญหาร้ายแรงหากคุณแก้ไขรีจิสทรีไม่ถูกต้อง ดังนั้น ตรวจสอบว่าคุณได้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้อย่างระมัดระวัง เพื่อเพิ่มการป้องกัน ให้สำรองข้อมูลรีจิสทรีก่อนแก้ไข หากเกิดข้อผิดพลาด คุณสามารถคืนค่ารีจิสทรีได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสำรองข้อมูลและคืนค่ารีจิสทรี โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้ เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
322756 วิธีสำรองข้อมูลและคืนค่ารีจิสทรีใน Windows


สิ่งสำคัญ ขั้นตอนนี้อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของคุณ คำเตือน ขั้นตอนเหล่านี้อาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายของคุณมีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตี จากผู้ใช้ที่ประสงค์ร้ายหรือซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย เช่น ไวรัส ขอแนะนำให้ใช้ขั้นตอนที่อธิบายในบทความนี้ เพื่อเปิดใช้งานโปรแกรมตามที่ออกแบบมา หรือเพื่อใช้ความสามารถต่างๆ ของโปรแกรมตามที่กำหนดไว้ ก่อนที่คุณจะเปลี่ยนแปลง ขอแนะนำให้คุณประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้ขั้นตอนนี้ในสภาพแวดล้อมของคุณ หากคุณเลือกที่จะใช้ขั้นตอนนี้ ให้ใช้ขั้นตอนเพิ่มเติมที่เหมาะสมเพื่อช่วยปกป้องระบบของคุณ ขอแนะนำให้คุณใช้ขั้นตอนนี้เมื่อคุณจำเป็นต้องใช้ขั้นตอนนี้จริงๆ เท่านั้น
  1. ลบ .NET Framework 2.0 ออกจากแคช Windows Installer:
    1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ installer ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
    2. ในเมนู มุมมอง ใน Windows Installer ให้คลิก รายละเอียด
    3. คลิกขวาที่ส่วนหัวคอลัมน์ ชื่อ แล้วคลิก ข้อคิดเห็น
    4. คลิกขวาที่แฟ้ม Windows Installer ที่ถูกแคชที่มีข้อคิดเห็น Microsoft .NET Framework 2.0 RTL x86 enu แล้วคลิก ถอนการติดตั้ง
    5. หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการถอนการติดตั้ง ให้ออกจาก Windows Installer
  2. ลบรายการต่อไปนี้ออกจากคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง หมายเหตุ รายการเหล่านี้อาจไม่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขปัจจุบันของการติดตั้ง .NET Framework
    • โฟลเดอร์ URTTemp
    • แฟ้ม Mscoree.dll
    • โฟลเดอร์ v2.0.50727
    โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
    1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ system32 ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง เนื้อหาในโฟลเดอร์ System32 จะปรากฏใน Windows Explorer
    2. ค้นหาและลบโฟลเดอร์ URTTemp
    3. ค้นหาและลบแฟ้ม mscoree.dll

      หมายเหตุ ถ้าติดตั้ง .NET Framework 1.1 หรือ .NET Framework 1.0 บนคอมพิวเตอร์ และคุณไม่ได้ต้องการติดตั้ง .NET Framework 2.0 ใหม่ คุณต้องซ่อมแซม .NET Framework 1.1 หรือ .NET Framework 1.0 สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่หัวข้อ "ซ่อมแซม .NET Framework" ในบทความ Microsoft Knowledge Base ต่อไปนี้:
      824643 วิธีแก้ไขปัญหาการติดตั้ง Microsoft .NET Framework 1.1 ใน Windows XP หรือใน Windows 2000
    4. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ microsoft.net ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง เนื้อหาในโฟลเดอร์ Microsoft.NET จะปรากฏใน Windows Explorer
    5. ในโฟลเดอร์ Microsoft.NET ให้คลิกสองครั้งที่โฟลเดอร์ Framework
    6. ในโฟลเดอร์ Framework ให้ลบโฟลเดอร์ v2.0.50727
    7. ปิดโฟลเดอร์ Framework
  3. ลบคีย์รีจิสทรีที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง
    1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ regedit ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง เพื่อเริ่ม Registry Editor
    2. ใน Registry Editor ค้นหาแล้วลบคีย์รีจิสทรีต่อไปนี้

      หมายเหตุ รีจิสทรีเหล่านี้อาจไม่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขปัจจุบันของการติดตั้ง .NET Framework
      • HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\NET Framework Setup\NDP\v2.0.50727
      • HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\.NETFramework\policy\v2.0
    3. ออกจาก 'Registry Editor'
  4. ใช้โปรแกรม Windows Installer CleanUp Utility (Msizap.exe) ลบข้อมูล Windows Installer ออกจากรีจิสทรี คอมโพเนนต์ (Msizap.exe) ของ Windows Installer Software Development Kit มีรวมอยู่ใน Microsoft Windows Software Development Kit (SDK)

    คุณสามารถดาวน์โหลดแฟ้มต่อไปนี้ได้จาก Microsoft Download Center:
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    ดาวน์โหลด
    ดาวน์โหลดแพคเกจโปรแกรม Windows Installer CleanUp Utility (Msicuu2.exe) เดี๋ยวนี้
    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีดาวน์โหลดแฟ้มสนับสนุนของ Microsoft ให้คลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
    119591 วิธีขอรับแฟ้มสนับสนุนของ Microsoft จากบริการออนไลน์
    Microsoft สแกนแฟ้มนี้เพื่อป้องกันไวรัสแล้ว Microsoft ใช้ซอฟต์แวร์ตรวจสอบไวรัสล่าสุดที่มีบริการ ณ วันที่มีการติดประกาศแฟ้มนั้น แฟ้มดังกล่าวถูกเก็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ที่เพิ่มการรักษาความปลอดภัย ซึ่งช่วยป้องกันการเปลี่ยนแปลงแฟ้มโดยไม่ได้รับอนุญาต

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้ เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
    290301 คำอธิบายโปรแกรม Windows Installer CleanUp Utility
    เมื่อต้องการลบข้อมูล Windows Installer จากรีจิสทรี ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
    1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ cmd ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
    2. ที่พร้อมท์คำสั่ง ค้นหาไดเรกทอรีที่มี Windows Installer CleanUp Utility แล้วเรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้:
      Msizap TP {7131646D-CD3C-40F4-97B9-CD9E4E6262EF}
    3. เริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ใหม่
  5. ปิดใช้งานโปรแกรมป้องกันไวรัสและโปรแกรมไฟร์วอลล์ทั้งหมดที่คุณติดตั้งไว้บนคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรม System Configuration Utility (Msconfig.exe) เพื่อเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณแบบคลีนใหม่ จากนั้นปิดใช้งานบริการใดๆ ที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้

    เมื่อคุณใช้โปรแกรม System Configuration Utility ในโหมดวิเคราะห์ ให้เปิดใช้งาน Windows Installer Service บนแท็บ บริการ

    เมื่อต้องการเริ่มโปรแกรม System Configuration Utility ให้คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ msconfig ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  6. ลบเนื้อหาของโฟลเดอร์ Temp:
    1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ %Temp% ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง เนื้อหาในโฟลเดอร์ Temp จะปรากฏใน Windows Explorer
    2. ในโฟลเดอร์ Temp คลิก เลือกทั้งหมด บนเมนู แก้ไข
    3. บนเมนู แฟ้ม คลิก ลบ

      หมายเหตุ ลบแฟ้มและโฟลเดอร์ให้มากที่สุดจากโฟลเดอร์ Temp
  7. ติดตั้ง .NET Framework 2.0 ใหม่ เมื่อต้องการขอรับแพคเกจ Microsoft .NET Framework เวอร์ชั่น 2.0 แบบแจกจ่ายได้ ให้ไปที่เว็บไซต์ Microsoft ต่อไปนี้: 
    http://www.microsoft.com/en-us/download/details.aspx?id=6523
    หมายเหตุ หากคุณไม่ต้องการติดตั้ง .NET Framework 2.0 ใหม่ และมี .NET Framework 1.1 หรือ .NET Framework 1.0 ติดตั้งอยู่บนคอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว คุณต้องซ่อมแซม .NET Framework 1.1 หรือ .NET Framework 1.0 คุณต้องซ่อมแซมการติดตั้งนี้เพื่อแทนที่แฟ้ม Mscoree.dll และโฟลเดอร์ URTTemp

ข้อมูลอ้างอิง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ไปที่เว็บไซต์ Microsoft Developer Network (MSDN) ต่อไปนี้:
Registry Editor
http://msdn.microsoft.com/th-th/library/x6kd89c5(vs.71).aspx

Windows Installer
http://msdn.microsoft.com/th-th/library/aa372866.aspx

คำถามที่ถามบ่อย
http://msdn.microsoft.com/th-th/vstudio/aa496123

เวอร์ชั่น การทำงานเข้ากันได้ และการทำงานพร้อมกันใน.NET Framework
http://msdn.microsoft.com/th-th/vstudio/aa497340.aspx

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 908077 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 31 ตุลาคม 2555 - Revision: 4.0
ใช้กับ
  • Microsoft .NET Framework 3.5
  • Microsoft .NET Framework 3.0
  • Microsoft .NET Framework 2.0 เมื่อใช้กับ:
    • Microsoft Windows Server 2003, Enterprise x64 Edition
    • Microsoft Windows Server 2003 Datacenter Edition
    • Microsoft Windows Server 2003, Datacenter Edition for Itanium-Based Systems
    • Microsoft Windows Server 2003, Datacenter x64 Edition
    • Microsoft Windows Server 2003 Enterprise Edition
    • Microsoft Windows Server 2003, Enterprise Edition for Itanium-based Systems
    • Microsoft Windows Server 2003 Standard Edition
    • Microsoft Windows Server 2003, Standard x64 Edition
    • Microsoft Windows 2000 Professional Edition
    • Microsoft Windows 2000 Server
    • Microsoft Windows 2000 Advanced Server
    • Microsoft Windows XP Professional Edition
    • Microsoft Windows XP Home Edition
Keywords: 
kbmsicuu2 kbresolve kbsweptvs2008 kbtshoot kbhowtomaster KB908077

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com