วิธีการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มต้นหรือใช้งาน Word

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 921541 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
หากคุณคือลูกค้า Small Business ค้นหาแหล่งข้อมูลการแก้ไขปัญหาและการเรียนรู้เพิ่มเติมที่ไซต์ การสนับสนุนสำหรับ Small Business

บทความนี้เป็นภาครวมของบทความที่เสนอไว้ก่อนหน้าดังต่อไปนี้: 820919, 821713, 822908, 821715, 821716, 822127, 319299, 319153, 319154, 319155, 319156 และ 319157
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

สรุป

บทความนี้ได้อธิบายถึงวิธีการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มต้นหรือใช้งาน Microsoft Word 2010, Microsoft Office Word 2007 หรือ Microsoft Office Word 2003 วิธีการที่ได้อธิบายนี้จะสามารถช่วยให้คุณพิจารณาถึงสาเหตุของปัญหาจากโปรแกรม Word เมื่อคุณไม่สามารถทราบถึงต้นตอของปัญหาเมื่อใช้วิธีการอื่น

ก่อนที่คุณจะลองทำขั้นตอนเหล่านี้ โปรดเยี่ยมชมเว็บไวต์ของศูนย์แก้ไขปัญหาผลิตภัณฑ์ Microsoft Word เพื่อดูว่ามีข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงกับปัญหาของคุณหรือไม่:
การสนับสนุนสำหรับ Microsoft Word 2010 และ 2007


ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2683283
Note หากต้องการค้นหาบทความเกี่ยวกับปัญหาที่เฉพาะเจาะจง โปรดค้นหาจาก Microsoft Knowledge Base ที่: Microsoft Support Home

ข้อมูลเพิ่มเติม



แก้ไขปัญหาให้ฉัน

หากคุณกำลังใช้งาน Office Word 2007 หรือรุ่นที่ใหม่กว่า คุณสามารถใช้ Fix it เพื่อแก้ไขปัญหา
เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้โดยอัตโนมัติ ให้คลิกที่ปุ่มหรือการเชื่อมโยง Fix it ในกล่องโต้ตอบ ดาวน์โหลดแฟ้ม คลิก เรียกใช้ แล้วทำตามขั้นตอนต่างๆ ในตัวช่วยสร้าง Fix it


แก้ไขปัญหานี้
Microsoft Fix it 30017
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2683283
หมายเหตุ
  • ตัวช่วยสร้างนี้อาจมีเฉพาะในภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่การแก้ไขอัตโนมัติยังสามารถใช้ได้กับ Windows รุ่นภาษาอื่นด้วย
  • หากคุณไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา ให้บันทึกโซลูชัน Fix it ลงในแฟลชไดรฟ์หรือซีดี แล้วเรียกใช้บนคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา

ขั้นตอนที่ดำเนินการเองเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อคุณเริ่มหรือใช้ Word

ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2684263
ข้อสำคัญ หัวข้อ วิธีการหรืองานนี้มีขั้นตอนที่อธิบายวิธีแก้ไขรีจิสทรี อย่างไรก็ตาม อาจเกิดปัญหาร้ายแรงถ้าคุณปรับเปลี่ยนรีจิสทรีไม่ถูกต้อง ดังนั้น ต้องแน่ใจว่าคุณทำตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างระมัดระวัง เพื่อการปกป้องที่เพิ่มขึ้น ให้สำรองข้อมูลรีจิสทรีก่อนที่คุณจะปรับเปลี่ยน จากนั้น คุณสามารถคืนค่ารีจิสทรีถ้าเกิดปัญหา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสำรองข้อมูลและคืนค่ารีจิสทรี โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
322756 วิธีการสำรองข้อมูลและคืนค่ารีจิสทรีใน Windows
ลบคีย์ย่อยของรีจิสทรี Word Data

ลบรีจิสทรีคีย์ของตัวเลือก Word

เปลี่ยนชื่อแฟ้มแม่แบบส่วนกลาง Normal.dot หรือ Normal.dotm

ปิดใช้งาน Add-in ของโฟลเดอร์ Startup

ลบรีจิสทรีคีย์ของ COM add-ins

ตรวจสอบว่า COM add-in ใดในโปรแกรมที่เป็นสาเหตุของปัญหา

ตัวเลือกฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft Support

หากคุณไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ คุณสามารถใช้ Microsoft Support เพื่อค้นหา Microsoft Knowledge Base และทรัพยากรด้านเทคนิคอื่นๆ เพื่อหาคำตอบที่ถูกต้อง คุณยังสามารถกำหนดไซต์เองได้เพื่อควบคุมการค้นหาของคุณ เมื่อต้องเริ่มการค้นหา ไปเว็บไซต์ฝ่ายสนับสนุนของ Microsoft: Microsoft Support Home

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 921541 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 4 เมษายน 2556 - Revision: 7.0
ใช้กับ
  • Microsoft Office Word 2003
  • Microsoft Office Word 2007
  • Microsoft Word 2010
Keywords: 
kbexpertisebeginner kbregistry kbaddin kbhowtomaster kbfixme kbmsifixme KB921541

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com