วิธีการแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายใน Internet Explorer

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 936211 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

บทนำ

บทความนี้อธิบายวิธีการแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายใน Internet Explorer

ข้อมูลเพิ่มเติม

ขั้นตอนที่ 1. ใช้เครื่องมือบริการแก้ไขปัญหาอัตโนมัติของ Microsoft

คุณอาจลองใช้บริการแก้ไขปัญหาอัตโนมัติของ Microsoft เป็นขั้นแรกในการวินิจฉัยและซ่อมแซมปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายทั่วไปใน Internet Explorer คุณควรเรียกใช้ตัวแก้ไขปัญหาทั้งสองเพื่อดูว่าปัญหาของคุณได้รับการแก้ไขหรือไม่
ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
วินิฉัยและแก้ไขปัญหาบริการ Windows Firewall โดยอัตโนมัติปรับปรุงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยใน Internet Explorer
แก้ไขปัญหานี้
บริการแก้ไขปัญหาอัตโนมัติของ Microsoft: วินิจฉัยและแก้ไขปัญหาบริการ Windows Firewall โดยอัตโนมัติ
แก้ไขปัญหานี้
บริการแก้ไขปัญหาอัตโนมัติของ Microsoft: ปรับปรุงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยใน Internet Explorer
ถ้าตัวแก้ไขปัญหาอัตโนมัติเหล่านี้สามารถแก้ไขปัญหาของคุณได้ ถือว่าคุณเสร็จสิ้นขั้นตอนสำหรับบทความนี้แล้ว ถ้าตัวแก้ไขปัญหาไม่สามารถแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อของคุณได้ ให้ดำเนินการต่อไปในขั้นตอนที่ 2

ขั้นตอนที่ 2. ใช้เครื่องมือวินิจฉัยเครือข่าย

เครื่องมือวินิจฉัยเครือข่ายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Windows Vista ได้รับการออกแบบมาเพื่อทดสอบข้อผิดพลาดของการเชื่อมต่อเครือข่าย เครื่องมือวินิจฉัยเครือข่ายยังสามารถใช้เพื่อระบุว่าโปรแกรมที่เกี่ยวกับเครือข่ายทำงานอย่างถูกต้องหรือไม่ สำหรับการใช้เครื่องมือนี้แก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่าย ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้
  1. เปิด Internet Explorer แล้วพยายามเข้าถึงเว็บเพจที่ทำให้เกิดปัญหาในการเชื่อมต่อเครือข่าย
  2. ในเพจที่ปรากฏข้อความแสดงข้อผิดพลาดของ Internet Explorer ให้คลิกที่การเชื่อมโยง วินิจฉัยปัญหาการเชื่อมต่อ
เครื่องมือวินิจฉัยเครือข่ายจะทำงาน เมื่อเครื่องมือทำงานเสร็จสิ้น จะส่งการรายงานผลใดๆ ต่อไปนี้:
  • เครื่องมือไม่พบปัญหา
  • เครื่องมือพบปัญหา นอกจากนี้ เครื่องมือจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปในการแก้ไขปัญหา
หากคุณไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยการใช้เครื่องมือวินิจฉัยเครือข่าย คุณต้องแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง โดยไปที่ส่วน "แก้ไขปัญหาด้วยตนเอง"

ขั้นตอนที่ 3. แก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

วิธีที่ 1: ทดสอบเว็บไซต์ที่รู้อยู่แล้วว่าทำงานได้

เริ่มโปรแกรม Internet Explorer แล้วป้อนที่อยู่ใดๆ ต่อไปนี้ในแถบที่อยู่ด้านบนของหน้าต่างเบราว์เซอร์:
http://www.microsoft.com/thailand/
http://www.msn.com
https://login.live.com/login.srf?wa=wsignin1.0&rpsnv=11&ct=1285151694&rver=6.0.5285.0&wp=MBI&wreply=http:%2F%2Fmail.live.com%2Fdefault.aspx&lc=1029&id=64855&mkt=th-TH
หากคุณไม่พบปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายเมื่อคุณพิมพ์ที่อยู่ใดๆ เหล่านี้ลงในแถบที่อยู่ เราขอแนะนำให้คุณติดต่อเจ้าของเว็บไซต์ที่คุณพบปัญหานั้นๆ ซึ่งเว็บไซต์อาจจะปิดออฟไลน์ชั่วคราวหรือประสบปัญหาอื่นๆ ของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม หากคุณยังพบปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายอยู่เมื่อคุณพิมพ์ที่อยู่ใดๆ เหล่านี้ลงในแถบที่อยู่ อาจเป็นเพราะมีข้อขัดแย้งกับซอฟต์แวร์ที่ติดตั้งอยู่บนระบบ ในกรณีนี้ ไปที่วิธีที่ 2

วิธีที่ 2: ตรวจสอบการเชื่อมต่อเครือข่าย

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายเคเบิลที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ตหรือกับเครือข่ายในบ้านของคุณแน่นดีแล้ว นอกจากนี้ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเปิดใช้อุปกรณ์เครือข่ายที่คอมพิวเตอร์ของคุณและทำงานได้อย่างถูกต้อง จากนั้น ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ เพื่อตรวจสอบการเชื่อมต่อเครือข่ายตามความเหมาะสมกับสถานการณ์
ขั้นที่ 1: ตรวจสอบการเชื่อมต่อของโมเด็ม DSL ภายนอก เคเบิลโมเด็ม หรือโมเด็มผ่านสายโทรศัพท์

หากคุณใช้โมเด็มภายนอก ให้ตรวจสอบดังนี้
  1. ตรวจดูว่าสายเคเบิลเชื่อมต่อโมเด็มกับผนังอย่างแน่นหนา โดยมากแล้ว สายเคเบิลมักจะเชื่อมต่อกับหัวต่อโทรศัพท์หรือเต้าเสียบเคเบิล
  2. ตรวจดูว่าสายเคเบิลเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับโมเด็มอย่างแน่นหนาทั้งสองปลาย และหัวต่อแต่ละด้านของสายเคเบิลอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ในกรณีที่เป็นเคเบิลเครือข่าย เคเบิลเครือข่ายมีลักษณะคล้ายเคเบิลโทรศัพท์ แต่จะหนากว่าและหัวต่อแต่ละด้านจะใหญ่กว่า
  3. ถ้าใช้สาย USB เชื่อมต่อโมเด็มภายนอกกับคอมพิวเตอร์ คุณจะต้องทำการตรวจสอบเพิ่มเติม สาย USB จะมีหัวต่อที่ต่างกันในแต่ละปลายสาย ปลายด้านหนึ่งจะเป็นสี่เหลี่ยมแบน ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นลูกบาศก์ที่มีสลักเข้ามุมทั้งสองมุม สำหรับการตรวจสอบการเชื่อมต่อ USB ให้ลองทำดังนี้
    1. ถ้าโมเด็มเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์โดยใช้ฮับ USB ให้ลองข้ามฮับ USB คุณสามารถข้ามฮับ USB ด้วยการเสียบสายเคเบิลจากอุปกรณ์ลงในพอร์ต USB ตัวใดตัวหนึ่งของคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง
    2. หากโมเด็มเสียบอยู่ที่พอร์ตใดพอร์ตหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าของคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป ให้ลองเสียบสาย USB ลงในพอร์ตใดพอร์ตหนึ่งที่ด้านหลังคอมพิวเตอร์แทน คอมพิวเตอร์บางเครื่องให้พลังงานไม่เพียงพอแก่พอร์ต USB ด้านหน้า ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการเชื่อมต่อกับโมเด็ม
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบการเชื่อมต่ออุปกรณ์โมเด็มภายใน
หากโมเด็มที่ใช้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ สายเคเบิลที่ออกมาจากอุปกรณ์โมเด็มควรจะมีเพียงเส้นเดียว ตรวจดูว่าสายเคเบิลเชื่อมต่อโมเด็มกับเต้าเสียบผนังอย่างแน่นหนาในแต่ละด้าน โดยมากแล้ว สายเคเบิลมักจะเชื่อมต่อกับหัวต่อโทรศัพท์หรือเต้าเสียบสาย
ขั้นที่ 3: ตรวจสอบการเชื่อมต่อเครือข่ายภายในบ้าน
หากคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตผ่านทางเครือข่ายภายในบ้าน เราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบรายการต่อไปนี้ตามความเหมาะสมกับสถานการณ์
  • การเชื่อมต่อไร้สาย

    หากคอมพิวเตอร์ใช้การเชื่อมต่อไร้สายในเครือข่ายภายในบ้าน เราขอแนะนำให้คุณอ่านบทความต่อไปนี้บนเว็บไซต์ "บริการช่วยเหลือและวิธีการของ Windows Vista":
  • การเชื่อมต่อแบบใช้สาย

    หากคอมพิวเตอร์ใช้การเชื่อมต่อแบบใช้สาย (การเชื่อมต่อแบบนี้เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าการเชื่อมต่ออีเทอร์เน็ต) เราขอแนะนำให้คุณอ่านหัวข้อ "ไม่สามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายในบ้าน” ในบทความ “การแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต”:
    http://windows.microsoft.com/th-TH/windows-vista/Troubleshoot-network-connection-problems
    ถ้าคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำหนดค่าเครือข่ายเฉพาะ การกำหนดค่าฮาร์ดแวร์หรือการกำหนดค่าเครือข่าย เราขอแนะนำให้คุณติดต่อผู้ขายฮาร์ดแวร์เครือข่ายที่คุณใช้

    หมายเหตุ คุณอาจต้องติดต่อกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ของคุณเพื่อตรวจสอบการเชื่อมต่อ

วิธีที่ 4: ปัญหาอื่นๆ ในการเชื่อมต่อหรือที่เกี่ยวข้องกับเครือข่าย

สาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้ของปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายก็คือ เครือข่ายหรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่คุณกำลังใช้ทำงานออนไลน์กำลังมีปัญหา ซึ่งคุณสามารถทดสอบได้โดยการทำตามขั้นตอนการแก้ไขปัญหาดังนี้
ขั้นที่ 1 เริ่มการทำงานของโมเด็มหรือเราเตอร์ใหม่
เป็นไปได้ว่า ในบางครั้ง การตั้งค่า IP หรือการกำหนดค่าเครือข่ายที่คุณได้รับจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ไม่ถูกต้องหรือจำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนแปลง บางครั้ง การเชื่อมต่อระหว่างโมเด็มกับ ISP อาจกำลังมีปัญหา ในการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าโมเด็มหรือเราเตอร์ คุณจะต้องให้อุปกรณ์เริ่มทำงานใหม่ นอกจากนี้ การเริ่มทำงานใหม่ของอุปกรณ์ยังทำให้เกิดการเชื่อมต่อใหม่กับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ให้โมเด็มเริ่มทำงานใหม่ โดยใช้วิธีใดวิธีหนึ่งดังต่อไปนี้ ขึ้นอยู่กับชนิดโมเด็มของคุณ

โมเด็มภายนอก

เพื่อให้โมเด็มภายนอกเริ่มทำงานใหม่ ทำตามขั้นตอนดังนี้
  1. ถอดสายเคเบิลที่เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรือเราเตอร์กับโมเด็มออก ซึ่งอาจจะเป็นสาย USB หรือเคเบิลเครือข่าย
  2. ปิดโมเด็ม ถ้าโมเด็มไม่มีสวิตช์เปิดปิด ให้ถอดสายไฟออกจากด้านหลังของโมเด็มหรือถอดปลั๊กออกจากผนัง
  3. รอหลายๆ นาที แล้วจึงเปิดโมเด็ม เชื่อมต่อสายเคเบิลจากคอมพิวเตอร์หรือเราเตอร์เข้ากับโมเด็ม แล้วเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่
  4. ทดสอบการเชื่อมต่อของคุณใหม่อีกครั้ง เพื่อดูว่าคุณสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้
หากคุณยังคงประสบปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่าย ให้ไปที่ขั้นที่ 2

โมเด็มภายใน

ในการเริ่มทำงานใหม่ของโมเด็มภายใน คุณจะต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ หากคุณยังคงประสบปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายหลังจากที่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่แล้ว ให้ไปที่ขั้นที่ 2
ขั้นที่ 2 ตรวจสอบการตั้งค่าไฟร์วอลล์หรือเราเตอร์
หากคุณเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตโดยใช้เราเตอร์ อาจจะมีปัญหากับการตั้งค่าสำหรับการกำหนดค่า และจะต้องได้รับการเปลี่ยนแปลง การที่จะระบุว่าปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายเกิดจากการกำหนดค่าผิดหรือปัญหาของเราเตอร์ คุณจะต้องข้ามเราเตอร์และเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์โดยตรงกับโมเด็ม

ข้อควรระวัง การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของคุณโดยตรงเข้ากับอินเทอร์เน็ตอาจมีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตี เพื่อป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์ถูกโจมตี ตรวจดูให้แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์ของคุณมีการติดตั้งและเปิดใช้ไฟร์วอลล์ สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับ Windows Firewall ที่รวมอยู่ใน Windows Vista โปรดดูหัวข้อ "Windows Firewall"

Windows Firewall

Windows Vista ประกอบด้วยไฟร์วอลล์ซึ่งเรียกว่า Windows Firewall ซึ่ง Windows Firewall จะถูกเปิดใช้งานตามค่าเริ่มต้น อย่างไรก็ตาม คุณยังต้องตรวจสอบว่า Windows Firewall ถูกเปิดใช้งาน ก่อนที่จะเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ต ในการตรวจสอบว่า Windows Firewall ถูกเปิดใช้งาน ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก แผงควบคุม
  2. พิมพ์ security ในกล่องค้นหาที่มุมขวาบนของแผงควบคุม
  3. คลิกไอคอนหรือการเชื่อมโยงสำหรับ Security Center ในผลลัพธ์การค้นหาที่ปรากฏขึ้น คุณจะเห็นแถบสี่แถบที่ชื่อ ไฟร์วอลล์, การปรับปรุงอัตโนมัติ, การป้องกันมัลแวร์ และ การกำหนดค่าความปลอดภัยอื่นๆ ในหน้าต่างที่ปรากฏขึ้น
  4. คลิกปุ่มลูกศรขวาบนแถบ ไฟร์วอลล์ เพื่อขยายแถบ แถบที่ขยายจะแสดงตัวเลือกตัวใดตัวหนึ่งในสามตัวดังนี้
    1. ถ้าแถบไฟร์วอลล์มีสีเขียว แสดงว่าไฟร์วอลล์ถูกเปิดใช้งาน
    2. ถ้าแถบไฟร์วอลล์มีสีแดง คุณอาจจะเห็นข้อความที่แสดงว่า Windows Firewall ปิดอยู่ เมื่อต้องการเปิด Windows Firewall และทำให้แถบ ไฟร์วอลล์ ใน Security Center เปลี่ยนเป็นสีเขียว คลิก เปิดเดี๋ยวนี้
    3. ถ้าแถบไฟร์วอลล์มีสีแดงและข้อความอธิบายปัญหากับโปรแกรมไฟร์วอลล์ของบริษัทอื่น เราขอแนะนำให้คุณยกเลิกการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์จากเครือข่าย แล้วติดต่อผู้ขายโปรแกรมไฟร์วอลล์สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีเปิดโปรแกรมไฟร์วอลล์ของบริษัทอื่น
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Windows Firewall ใน Windows Vista โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ "บริการช่วยเหลือและวิธีการของ Windows Vista":
  • หากต้องการอ่านบทความ "ไฟร์วอลล์: คำถามที่ถามบ่อย" โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่อไปนี้ของ Microsoft:
    http://windowshelp.microsoft.com/Windows/en-US/Help/33307acf-0698-41ba-b014-ea0a2eb8d0a81033.mspx
  • หากต้องการอ่านบทความ "อะไรคือไฟร์วอลล์?" โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่อไปนี้ของ Microsoft:
    http://windows.microsoft.com/th-TH/windows-vista/What-is-a-firewall
  • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Windows Firewall อ่านบทความ "Windows Firewall: การเชื่อมโยงที่แนะนำ" ที่เว็บไซต์ต่อไปนี้ของ Microsoft:
    http://windows.microsoft.com/th-TH/windows-vista/Windows-Firewall-recommended-links
  • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง Windows Firewall และ Windows Security Center ใน Windows Vista ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้ เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
    929462 คำอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง Windows Firewall และ Windows Security Center ใน Windows Vista
หลังจากที่คุณเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับโมเด็มโดยตรงแล้ว ให้ทดสอบ Internet Explorer ถ้าคุณสามารถเข้าถึงเว็บไซต์ที่คุณเคยเข้าถึงได้มาก่อน ติดต่อผู้ผลิตเราเตอร์เพื่อขอความช่วยเหลือในการกำหนดค่าอุปกรณ์ ถ้าคุณยังไม่สามารถเว็บไซต์ใดๆ ได้เลย ให้ไปที่ขั้นที่ 3
ขั้นที่ 3 ตรวจสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์
ในการที่โมเด็มหรือการ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายจะทำงานได้อย่างถูกต้องบน Windows Vista อุปกรณ์นั้นจะต้องเข้ากันได้กับ Windows Vista นอกจากนี้ ยังต้องมีโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ที่ Windows Vista สามารถใช้ได้เพื่อสื่อสารกับอุปกรณ์นั้น เพื่อดูว่าโมเด็มหรือการ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายที่ใช้กันได้กับ Windows Vista คุณจะต้องระบุก่อนว่าคุณมีการ์ดรุ่นใดในคอมพิวเตอร์ โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิก เริ่ม, พิมพ์ device manager ในกล่อง การค้นหา แล้วกด ENTER
  2. คลิกรายการสำหรับ ตัวจัดการอุปกรณ์ ที่ปรากฏขึ้นในผลลัพธ์การค้นหา
  3. ขยายรายการสำหรับชนิดอุปกรณ์ที่กำลังมองหา ตัวอย่างเช่น ขยาย การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย

    หมายเหตุ ชนิดของอุปกรณ์ที่คุณมองหาจะถูกกำหนดด้วยวิธีที่คุณเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับอินเทอร์เน็ต ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตด้วยการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สาย คุณจะต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับการ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้สาย และคุณจะต้องขยาย การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย
  4. ให้สังเกตรายการที่ปรากฏขึ้นภายใต้ การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย
  5. เริ่ม Internet Explorer ในคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง
  6. พิมพ์ที่อยู่ต่อไปนี้ แล้วกด ENTER:
    http://whql.microsoft.com/hcl/
  7. ค้นหาการ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายที่คุณสังเกตไว้ในขั้นที่ 4 ข้อมูลที่มีอยู่บนเว็บไซต์นี้จะบอกให้ทราบว่าการ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายของคุณเข้ากันได้กับ Windows Vista หรือไม่
ถ้าคุณไม่สามารถระบุชนิดโมเด็มหรือการ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายที่มีอยู่ในคอมพิวเตอร์ของคุณ หรือถ้าอุปกรณ์แสดงว่ากำลังมีปัญหา เราขอแนะนำให้คุณติดต่อ OEM หรือผู้ขายฮาร์ดแวร์ที่คุณซื้อการ์ดดังกล่าว

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ โปรดไปที่เว็บไซต์ต่อไปนี้:
http://support.microsoft.com/gp/vendors/en-us
ถ้าอุปกรณ์ที่กำลังมองหาเป็นโมเด็ม DSL ภายในหรือเคเบิลโมเด็มภายใน เราขอแนะนำให้คุณติดต่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตที่ให้โมเด็มนั้นมา ปัญหาที่คุณอาจพบได้มีดังนี้
  • ไม่มีโมเด็มหรือการ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายใน ตัวจัดการอุปกรณ์
  • โมเด็มหรือการ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายแสดงเป็น อุปกรณ์ที่ไม่รู้จัก หรือแสดงด้วยชื่อทั่วไปเช่น Ethernet Adapter หรือ PCI Simple Communications Controller
  • โมเด็มหรือการ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายมีเครื่องหมาย X สีแดงหรือเครื่องหมายตกใจสีเหลือง
หากคุณยังคงประสบปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายหลังจากที่ตรวจสอบแล้วว่าโมเด็มหรือการ์ดเชื่อมต่อเครือข่ายเข้ากันได้กับ Windows Vista และมีการติดตั้งโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ล่าสุด ให้ไปที่ขั้นที่ 4
ขั้นที่ 4 สร้างจุดคืนค่าของระบบก่อนที่จะเริ่มต้นโปรโตคอล Winsock ใหม่
ข้อสำคัญ ก่อนที่คุณจะทำตามขั้นตอนที่อธิบายไว้ในหัวข้อ "เริ่มต้นโปรโตคอล Winsock ใหม่" เราขอแนะนำให้คุณใช้เครื่องมือ System Restore ใน Windows Vista เพื่อสร้างจุดคืนค่าบนคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะทำให้คอมพิวเตอร์ย้อนกลับไปสู่จุดก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เกิดปัญหาใหม่

สร้างจุดคืนค่าของระบบ

สำหรับการสร้างจุดคืนค่าของระบบด้วย System Restore ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
  1. คลิก เริ่ม คลิกขวา คอมพิวเตอร์ แล้วคลิก คุณสมบัติ
  2. คลิก การป้องกันระบบ ในบานหน้าต่างงาน หากคุณถูกถามให้ระบุรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบหรือให้ยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่าน หรือคลิก ดำเนินการต่อ
  3. คลิก สร้าง ที่มุมขวาล่างของกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติของระบบ
  4. พิมพ์ชื่อที่เหมาะสมในกล่องโต้ตอบ คุณสมบัติของระบบ ตัวอย่างเช่น พิมพ์ คอมพิวเตอร์ก่อนการเปลี่ยนแปลงของเครือข่าย แล้วคลิก สร้าง
  5. ในทันทีที่จุดคืนค่าถูกสร้างเรียบร้อยแล้ว ข้อความเตือนต่อไปนี้จะถูกแสดงขึ้น
    จุดคืนค่าถูกสร้างขึ้นเรียบร้อยแล้ว
  6. คลิก ตกลง สองครั้ง
เริ่มต้นโปรโตคอล Winsock ใหม่

สาเหตุที่เป็นไปได้อีกประการหนึ่งของปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายคือ การกำหนดค่าผิดหรือความเสียหายของโปรโตคอล Winsock บนคอมพิวเตอร์ โปรโตคอลนี้ใช้โดย Windows ในการสื่อสารกับคอมพิวเตอร์อื่นและเข้าถึงทรัพยากรบนอินเทอร์เน็ต เช่น อีเมลและเว็บไซต์ ถ้ามีปัญหากับ Winsock, Windows Vista จะไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อีก

ข้อควรระวัง โปรแกรมที่เข้าใช้งานหรือตรวจสอบอินเทอร์เน็ต เช่น โปรแกรมป้องกันไวรัส โปรแกรมไฟร์วอลล์หรือไคลเอนต์พร็อกซี่ อาจได้รับผลกระทบในทางลบ เมื่อคุณเริ่มการกำหนดค่าโปรโตคอล Winsock ใหม่ หากคุณมีโปรแกรมที่ทำงานไม่ถูกต้องหลังจากที่ทำตามขั้นตอนเหล่านี้ คุณอาจต้องยกเลิกการติดตั้งและติดตั้งโปรแกรมใหม่เพื่อคืนการทำงาน หรือคุณอาจต้องซ่อมแซมโปรแกรมโดยใช้โปรแกรมติดตั้งของโปรแกรมประยุกต์

หลังจากสร้างจุดคืนค่าสำเร็จแล้ว ให้เปลี่ยนการกำหนดค่าโปรโตคอล Winsock กลับสู่การตั้งค่าเริ่มต้น ถ้าต้องการให้เราตั้งค่าการกำหนดค่าโปรโตคอล Winsock ใหม่ให้กับคุณ ไปที่ส่วน "แก้ไขปัญหาให้ฉัน" ถ้าคุณต้องการทำด้วยตนเอง ให้ไปที่ส่วน "ให้ฉันแก้ปัญหาเอง"

วิธีที่ 5: การแก้ปัญหาอัตโนมัติใน Windows 7

การใช้ตัวแก้ไขปัญหาของ Windows 7
ตามค่าเริ่มต้น Windows 7 รวมถึงตัวแก้ไขปัญหาต่อไปนี้ของ Internet Explorer สำหรับการติดตั้งใหม่
  • Internet Explorer Performance
  • Internet Explorer Safety
เรียกใช้ตัวแก้ไขปัญหาของ Internet Explorer
  1. ออกจากโปรแกรมทั้งหมด
  2. คลิก เริ่ม แล้วคลิก แผงควบคุม
  3. คลิก ค้นหาและแก้ไขปัญหา ภายใต้ ระบบและความปลอดภัย
  4. คลิก ดูทั้งหมด ในบานหน้าต่าง งาน
  5. คลิก Internet Explorer Performance
  6. คลิก ถัดไป ในหน้าต่างใหม่
    หมายเหตุ ตัวแก้ไขปัญหาทำงานและแก้ไขปัญหาที่ได้รับการระบุทั้งหมดอย่างอัตโนมัติ
  7. คลิก ปิด

แก้ไขปัญหาให้ฉัน

ในการตั้งค่าการกำหนดค่าโปรโตคอล Winsock ใหม่โดยอัตโนมัติ คลิกการเชื่อมโยง แก้ไขปัญหานี้ คลิก เรียกใช้ ในกล่องโต้ตอบ ดาวน์โหลดแฟ้ม และปฏิบัติตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้าง แก้ไขปัญหา


Fix this problem
Microsoft Fix it 50203


หมายเหตุ
  • โซลูชัน Fix it ทำงานไม่ได้บน Windows 7 ถ้าคุณทำงานบนคอมพิวเตอร์ที่ทำงานบนรุ่นใดๆ ของ Windows 7 โปรดทำตามวิธีที่ 4 ในหัวข้อที่ผ่านมา
  • ตัวช่วยสร้างนี้อาจมีเฉพาะภาษาอังกฤษ แต่การแก้ไขปัญหาแบบอัตโนมัติจะทำงานใน Windows รุ่นที่ใช้ภาษาอื่นเช่นกัน
  • ถ้าคุณไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องที่ประสบปัญหา คุณสามารถบันทึกการแก้ไขอัตโนมัติไปยังแฟลชไดรฟ์หรือแผ่นซีดี จากนั้นเรียกใช้บนคอมพิวเตอร์ที่ประสบปัญหา


จากนั้น ให้ไปที่ส่วน "แก้ไขปัญหาได้หรือไม่?"

ให้ฉันแก้ไขด้วยตนเอง

โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
  1. คลิก เริ่ม แล้วพิมพ์ cmd ในกล่อง เริ่มค้นหา
  2. คลิกขวาที่รายการ cmd ที่ปรากฏในผลลัพธ์การค้นหา แล้วคลิก เรียกใช้ในฐานะผู้ดูแลระบบ หากคุณถูกถามให้ระบุรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบหรือให้ยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่าน หรือคลิก ดำเนินการต่อ
  3. ที่พรอมต์คำสั่ง ให้พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ แล้วกด ENTER:
    netsh winsock reset
    จากนั้น คุณจะเห็นข้อความดังนี้:
    ตั้งค่า Winsock Catalog ใหม่เรียบร้อยแล้ว คุณจะต้องเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่เพื่อให้การตั้งค่าใหม่เสร็จสิ้น
  4. รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
หมายเหตุ ถ้าคุณได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาด “การเข้าถึงถูกปฏิเสธ” แทนที่จะเป็นข้อความที่ระบุในขั้นที่ 3 พรอมต์คำสั่งจะไม่ได้รับการประเมินอย่างถูกต้อง ในกรณีนี้ ให้ปิดหน้าต่าง พรอมต์คำสั่ง แล้วทำขั้นตอน 1 ถึง 3 อีกครั้ง ตรวจดูให้แน่ใจว่าคุณทำขั้นตอนที่ 2 อย่างถูกต้อง

สามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่?

ทดสอบ Internet Explorer อีกครั้ง เพื่อดูว่ายังมีปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายอยู่อีกหรือไม่ หากคุณยังคงประสบปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่าย ให้ตรวจสอบเนื้อหาของแฟ้ม Hosts

ตรวจสอบเนื้อหาของแฟ้ม Hosts
แฟ้ม Hosts ใช้โดย TCP/IP เพื่อให้วิธีเชื่อมโยงที่อยู่อินเทอร์เน็ตเข้ากับที่อยู่ IP ในขณะที่แฟ้มดังกล่าวมีการใช้ที่ถูกต้องหลายอย่าง ซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายอย่างเช่นมัลแวร์และสปายแวร์ อาจใช้แฟ้มนี้ด้วยจุดมุ่งหมายที่น่าเคลือบแคลงใจ จุดประสงค์ของซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตรายในรายการที่มีอยู่ในแฟ้ม Hosts คือการห้ามไม่ให้คุณเข้าถึงเว็บไซต์บางแห่งได้ ตัวอย่างเช่น คุณอาจถูกห้ามเข้าถึงเว็บไซต์ที่คุณสามารถปรับปรุงลายเซ็นของโปรแกรมป้องกันไวรัสหรือที่ที่คุณเข้าถึงโปรแกรมปรับปรุงได้ ซึ่งอาจทำให้คอมพิวเตอร์อยู่ในสภาะเสี่ยง นอกจากนี้ คุณยังไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือใดๆ ที่คุณอาจใช้เพื่อแก้ไขปัญหาได้อีกด้วย

หมายเหตุ ในบางกรณี อาจต้องเพิ่มรายการที่ถูกต้องโดยผู้ดูแลระบบ หรือไม่คุณอาจเพิ่มรายการเหล่านี้ด้วยตนเอง ถ้าคุณเปลี่ยนชื่อแฟ้ม Hosts การเชื่อมโยงในแฟ้มนั้นจะทำงานไม่ได้อีก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อผู้ดูแลระบบหรือผู้ดูแลเครือข่าย

การที่จะระบุว่าปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เกิดขึ้นจากรายการที่อยู่ในแฟ้ม Hosts หรือไม่ คุณจะต้องค้นหา แล้วเปลี่ยนชื่อแฟ้มดังกล่าว เพื่อให้รายการที่มีอยู่จะไม่ถูกใช้อีก
เมื่อต้องการให้เราตั้งค่าแฟ้ม Hosts ใหม่เพื่อให้กลับมาเป็นค่าเริ่มต้นให้คุณ โปรดไปที่ส่วน "แก้ไขปัญหาให้ฉัน" เมื่อต้องการตั้งค่าแฟ้ม Hosts ใหม่เพื่อให้กลับมาเป็นค่าเริ่มต้นด้วยตัวคุณเอง โปรดไปที่ส่วน "ให้ฉันแก้ไขปัญหาเอง"
แก้ไขปัญหาให้ฉัน
เมื่อต้องการตั้งค่าแฟ้ม Hosts ใหม่เพื่อให้กลับมาเป็นค่าเริ่มต้นโดยอัตโนมัติ ให้คลิกที่ปุ่มหรือการเชื่อมโยง แก้ไขปัญหา คลิก เรียกใช้ ในกล่องโต้ตอบ ดาวน์โหลดแฟ้ม และปฏิบัติตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้าง แก้ไขปัญหา


Fix this problem
Microsoft Fix it 50267



หมายเหตุ ตัวช่วยสร้างนี้อาจมีเฉพาะในภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่การแก้ไขอัตโนมัติยังสามารถใช้ได้กับ Windows รุ่นภาษาอื่นด้วย

หมายเหตุ หากคุณไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องที่มีปัญหา ให้บันทึก Fix it solution ในแฟลชไดรฟ์หรือซีดี แล้วเรียกใช้งานบนคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา

จากนั้น ให้ไปที่ท้ายส่วน "แก้ไขปัญหาได้หรือไม่" ที่ด้านล่าง

ให้ฉันแก้ไขด้วยตนเอง

เมื่อต้องการตั้งค่าแฟ้ม Hosts ใหม่ให้กลับมาเป็นค่าเริ่มต้นด้วยตัวเอง โปรดดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้
  1. คลิก เริ่ม พิมพ์ drivers ในกล่อง เริ่มการค้นหา แล้วกด ENTER
  2. คลิกรายการสำหรับ โปรแกรมควบคุม ที่แสดงในผลลัพธ์การค้นหา ไอคอนถัดจาก โปรแกรมควบคุม จะเป็นโฟลเดอร์
  3. หน้าต่างที่แสดงขึ้นจะแสดง โปรแกรมควบคุม> Windows >system32 ในแถบที่อยู่ที่ด้านบน คลิกสองครั้งที่โฟลเดอร์ etc
  4. ค้นหาและคลิกขวาแฟ้ม hosts แล้วคลิก เปลี่ยนชื่อ
  5. พิมพ์ oldhosts แล้วกด ENTER ถ้าคุณได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่อไปนี้ ให้คลิก ดำเนินการต่อ:
    คุณจะต้องยืนยันการดำเนินการนี้
    หากคุณถูกถามให้ระบุรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบหรือให้ยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่าน หรือคลิก ดำเนินการต่อ
  6. เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงมีผล
  7. ทดสอบ Internet Explorer
ตรวจสอบว่าการกำหนดค่าของโปรโตคอล Winsock และแฟ้ม HOSTS ถูกตั้งค่าใหม่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น คุณก็เสร็จสิ้นส่วนนี้แล้ว หากโปรโตคอล Winsock หรือแฟ้ม HOSTS ไม่ถูกตั้งค่าใหม่ คุณสามารถติดต่อฝ่ายสนับสนุน

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 936211 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 1 สิงหาคม 2554 - Revision: 6.0
ใช้กับ
Keywords: 
kbexpertiseadvanced kbsurveynew kbmsifixme kbfixme kbexpertiseinter kbnetworkcard kbbrowse kbmodem kbnetworkconnectivity kbnetwork_ispspecific kbnetwork_routerissues kbnetwork_checkcables kbadapter kbhowto kbmatsfixme KB936211

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com