วิธีปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติใน Windows

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 967715 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
การสนับสนุน Windows Vista Service Pack 1 (SP1) สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2011 หากต้องการขอรับโปรแกรมปรับปรุงความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องสำหรับ Windows โปรดตรวจสอบว่าคุณเรียกใช้ Windows Vista พร้อม Service Pack 2 (SP2) หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่หน้าเว็บของ Microsoft นี้: การสนับสนุน Windows บางรุ่นกำลังจะสิ้นสุดลง
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

สรุป

โปรแกรมปรับปรุงที่อธิบายในบทความนี้จะแก้ไขปัญหาการปิดใช้งานคุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติ ถ้าไม่มีโปรแกรมปรับปรุงนี้ จะไม่สามารถปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติสำหรับไดรฟ์เครือข่ายได้ นอกจากนี้ ฟังก์ชันเมนูลัดและคลิกสองครั้งของการทำงานอัตโนมัติจะไม่ถูกปิดใช้งาน แม้ว่าจะได้ทำตามขั้นตอนที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ปัญหานี้แก้ไขได้โดยโปรแกรมปรับปรุงที่อธิบายไว้ในบทความนี้ โปรแกรมปรับปรุงจะถูกแจกจ่ายไปยังระบบต่อไปนี้ผ่าน Windows Update และช่องทางแจกจ่ายโปรแกรมปรับปรุงอัตโนมัติ:
  • Microsoft Windows 2000
  • Windows XP Service Pack 2
  • Windows XP Service Pack 3
  • Windows Server 2003 Service Pack 1
  • Windows Server 2003 Service Pack 2
บทความนี้มีลิงก์ดาวน์โหลดสถานที่ที่ผู้ใช้สามารถขอโปรแกรมปรับปรุงนี้

ข้อมูลเพิ่มเติม

คุณต้องติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงต่างๆ เพื่อปิดใช้งานฟังก์ชันการทำงานอัตโนมัติอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่น Windows ที่คุณใช้งาน:
  • เมื่อต้องการปิดใช้งานฟังก์ชันการทำงานอัตโนมัติใน Windows Vista หรือ Windows Server 2008 คุณต้องติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงความปลอดภัย 950582 (จดหมายข่าวความปลอดภัย MS08-038)
  • เมื่อต้องการปิดใช้งานฟังก์ชันการทำงานอัตโนมัติใน Windows XP ใน Windows Server 2003 หรือ Windows 2000 คุณต้องติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงความปลอดภัย 950582, 967715 หรือ 953252

    หมายเหตุ โปรแกรมปรับปรุง 950582, 967715 และ 953252 ให้ฟังก์ชันการทำงานเหมือนกันสำหรับการทำงานอัตโนมัติ โปรแกรมปรับปรุง 953252 เปลี่ยนแพคเกจใหม่เป็นโปรแกรมปรับปรุงความปลอดภัย 950582 เพื่อให้โปรแกรมปรับปรุงความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับ Windows Vista และ Windows Server 2008

    ตารางต่อไปนี้แสดงโปรแกรมปรับปรุงทั้งสาม:
    ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
    โปรแกรมปรับปรุงความปลอดภัย 950582โปรแกรมปรับปรุง 953252โปรแกรมปรับปรุง 967715
    ระบบปฏิบัติการที่ใช้ได้Windows Vista และ Windows Server 2008Windows XP, Windows Server 2003 และ Windows 2000Windows XP, Windows Server 2003 และ Windows 2000
    มีโปรแกรมปรับปรุงความปลอดภัยใช่ ไม่ใช่ไม่ใช่
    มีฟังก์ชันการทำงานอัตโนมัติใช่ ใช่ ใช่
    วิธีส่งมอบWindows Update, Automatic Updates และศูนย์ดาวน์โหลด ศูนย์ดาวน์โหลด Windows Update, Automatic Updates และศูนย์ดาวน์โหลด
    รายละเอียดแพคเกจแพคเกจที่สร้างโดยใช้บทความหมายเลข 950582 ใน Microsoft Knowledge Base แพคเกจที่สร้างโดยใช้บทความหมายเลข 950582 ใน Microsoft Knowledge Base แพคเกจที่สร้างโดยใช้บทความหมายเลข 967715 ใน Microsoft Knowledge Base
    หลังจากติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงที่จำเป็นแล้ว คุณสามารถปิดใช้งานคุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติตามขั้นตอนในส่วนต่อไปนี้:
    • วิธีใช้การตั้งค่า Group Policy เพื่อปิดใช้งานคุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติทั้งหมด
    • วิธีการเลือกปิดใช้งานคุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติเฉพาะ
    • วิธีการตั้งค่าคีย์รีจิสทรี HonorAutorunSetting ด้วยตนเอง

วัตถุประสงค์ของการทำงานอัตโนมัติ

วัตถุประสงค์หลักของการทำงานอัตโนมัติคือ เพื่อให้ซอฟต์แวร์ตอบสนองการดำเนินการของฮาร์ดแวร์ที่เริ่มต้นบนคอมพิวเตอร์ การทำงานอัตโนมัติมีคุณลักษณะดังนี้:
  • คลิกสองครั้ง
  • เมนูบริบท
  • เล่นอัตโนมัติ
คุณลักษณะนี้เรียกชื่อตามสื่อแบบถอดได้หรือจากการใช้งานเครือข่ายร่วมกัน ในระหว่างเล่นอัตโนมัติ แฟ้ม Autorun.inf จากสื่อจะถูกแยกวิเคราะห์ แฟ้มนี้จะระบุคำสั่งที่ระบบทำงาน หลายบริษัทใช้ฟังก์ชันนี้เพื่อเริ่มโปรแกรมติดตั้ง

ลักษณะการทำงานเริ่มต้นของการทำงานอัตโนมัติและการเล่นอัตโนมัติ

ลักษณะการทำงานเริ่มต้นของการเล่นอัตโนมัติในระบบที่ใช้ Windows XP

การเล่นอัตโนมัติจะเริ่มอ่านจากไดรฟ์ทันทีที่คุณใส่สื่อเข้าในไดรฟ์ แฟ้มติดตั้งของโปรแกรมและเพลงบนสื่อแบบเสียงจะเริ่มทำงานทันที ก่อนรุ่น Windows XP SP2 การเล่นอัตโนมัติจะถูกตั้งค่าเริ่มต้นปิดใช้งานในไดรฟ์แบบถอดได้ เช่น ฟลอปปี้ดิสก์ไดรฟ์ (แต่ไม่ใช่ไดรฟ์ซีดี) และไดรฟ์เครือข่าย ตั้งแต่รุ่น Windows XP SP2 เป็นต้นมา การเล่นอัตโนมัติถูกเปิดใช้งานสำหรับไดรฟ์แบบถอดได้ ซึ่งรวมถึงไดรฟ์ ZIP และอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ USB บางประเภท ถ้าคุณเปิดใช้การตั้งค่าเพื่อปิดใช้งานการเล่นอัตโนมัติ (ตามขั้นตอนที่อธิบายในบทความนี้ ) คุณสามารถปิดใช้งานการเล่นอัตโนมัติในไดรฟ์ซีดี ไดรฟ์สื่อแบบถอดได้ และไดรฟ์ทั้งหมด

หมายเหตุ การตั้งค่านี้จะปรากฏขึ้นทั้งในการกำหนดค่าคอมพิวเตอร์และโฟลเดอร์การกำหนดค่าผู้ใช้ หากการตั้งค่าเกิดความขัดแย้งกัน การตั้งค่าในการกำหนดค่าคอมพิวเตอร์จะมีความสำคัญกว่าการตั้งค่าใน การกำหนดค่าผู้ใช้

ลักษณะการทำงานเริ่มต้นสำหรับการทำงานอัตโนมัติ

คำสั่ง การทำงานอัตโนมัติ จะถูกเก็บไว้ในแฟ้ม Autorun.inf คำสั่งนี้ช่วยให้แอปพลิเคชันเริ่มทำงาน เริ่มโปรแกรมติดตั้งหรือเริ่มต้นงานรูทีนอื่นๆ ในรุ่น Windows ก่อนหน้า Windows Vista เมื่อใส่สื่อที่มีคำสั่ง การทำงานอัตโนมัติ ระบบจะสั่งงานโปรแกรมโดยอัตโนมัติโดยผู้ใช้ไม่ต้องดำเนินการใดๆ เนื่องจากอาจมีการสั่งงานโค้ดโดยที่ผู้ใช้ไม่ทราบหรือไม่ได้รับความยินยอม ผู้ใช้จึงต้องปิดใช้งานคุณลักษณะนี้เพื่อความปลอดภัย การตั้งค่าที่อธิบายไว้ในบทความนี้ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถปิดใช้งานความสามารถของการทำงานอัตโนมัติทั้งหมดแบบเลือกบางส่วนหรือแบบถาวร สำหรับระบบที่ใช้งาน Windows 2000, Windows XP, Windows Server 2003, Windows Vista และ Windows Server 2008

ลักษณะการทำงานเริ่มต้นใน Windows Vista และ Windows Server 2008 คือ แจ้งผู้ใช้ว่าจะเรียกใช้คำสั่ง การทำงานอัตโนมัติ หรือไม่ การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่านี้มีอธิบายในตอนท้ายของบทความนี้ ผู้ดูแลระบบสามารถปิดใช้งานคำสั่ง การทำงานอัตโนมัติ หรือย้อนกลับไปใช้ลักษณะการทำงานของ Windows รุ่นก่อน Windows Vista เพื่อสั่งคำสั่ง การทำงานอัตโนมัติ ได้ หากคุณลักษณะถูกกำหนดค่าให้ปิดใช้งานความสามารถของการทำงานอัตโนมัติ หรือถ้าไม่ได้กำหนดค่านโยบายนี้ไว้ Windows Vista และ Windows Server 2008 จะยังคงแจ้งผู้ใช้ว่าจะเรียกใช้งานคำสั่ง การทำงานอัตโนมัติ หรือไม่

ข้อกำหนดเบื้องต้นเพื่อปิดใช้งานความสามารถของการทำงานอัตโนมัติ

เมื่อต้องการปิดใช้งานความสามารถของการทำงานอัตโนมัติ คุณต้องติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงต่อไปนี้: หลังจากติดตั้งตามข้อกำหนดเบื้องต้นแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนนี้เพื่อปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติ

วิธีใช้การตั้งค่านโยบายกลุ่มเพื่อปิดใช้งานคุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติทั้งหมดใน Windows Server 2008 หรือ Windows Vista

ใช้วิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้:

วิธีที่ 1
  1. คลิก เริ่ม
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    ปุ่มเริ่ม
    พิมพ์ Gpedit.msc ในกล่อง เริ่มค้นหา แล้วกด ENTER

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    สิทธิ์การควบคุมบัญชีผู้ใช้
    หากคุณได้รับแจ้งให้ใส่รหัสผ่านผู้ดูแลระบบหรือยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่าน หรือคลิก อนุญาต
  2. ภายใต้ การกำหนดค่าคอมพิวเตอร์ ให้ขยาย แม่แบบการดูแล ขยาย คอมโพเนนต์ของ Windowsและคลิก นโยบายการเล่นอัตโนมัติ
  3. ในบานหน้าต่าง รายละเอียด ให้คลิกสองครั้งที่ ปิดการเล่นอัตโนมัติ
  4. คลิก เปิดใช้งาน แล้วเลือก ไดร์ฟทั้งหมด ในกล่อง ปิดการเล่นอัตโนมัติ เพื่อปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติบนไดร์ฟทั้งหมด
  5. เริ่มระบบคอมพิวเตอร์ใหม่
วิธีที่ 2
  1. คลิก เริ่ม
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    ปุ่มเริ่ม
    พิมพ์ Gpedit.msc ในกล่อง เริ่มค้นหา แล้วกด ENTER

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    สิทธิ์การควบคุมบัญชีผู้ใช้
    หากคุณได้รับแจ้งให้ใส่รหัสผ่านผู้ดูแลระบบหรือยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่าน หรือคลิก อนุญาต
  2. ภายใต้ การกำหนดค่าคอมพิวเตอร์ ให้ขยาย แม่แบบการดูแล ขยาย คอมโพเนนต์ของ Windowsและคลิก นโยบายการเล่นอัตโนมัติ
  3. ในบานหน้าต่าง รายละเอียด ให้คลิกสองครั้งที่ ลักษณะการทำงานเริ่มต้นสำหรับการทำงานอัตโนมัติ
  4. คลิก เปิดใช้งาน แล้วเลือก อย่าสั่งงานคำสั่งการทำงานอัตโนมัติใดๆ ในกล่อง ลักษณะการทำงานอัตโนมัติเริ่มต้น เพื่อปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติบนไดร์ฟทั้งหมด
  5. เริ่มระบบคอมพิวเตอร์ใหม่

วิธีใช้การตั้งค่านโยบายกลุ่มเพื่อปิดใช้งานคุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติทั้งหมดใน Windows Server 2003, Windows Vista และ Windows 2000

  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ Gpedit.msc ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  2. ภายใต้ การกำหนดค่าคอมพิวเตอร์ ให้ขยาย แม่แบบการดูแล และคลิก ระบบ
  3. ในบานหน้าต่าง การตั้งค่า คลิกขวาที่ ปิดการเล่นอัตโนมัติ แล้วคลิก คุณสมบัติ

    หมายเหตุ ใน Windows 2000 การตั้งค่านโยบายเรียกว่า ปิดใช้งานการเล่นอัตโนมัติ
  4. คลิก เปิดใช้งาน แล้วเลือก ไดร์ฟทั้งหมด ในกล่อง ปิดการเล่นอัตโนมัติ เพื่อปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติบนไดร์ฟทั้งหมด
  5. คลิก ตกลง เพื่อปิดกล่องโต้ตอบ ปิดคุณสมบัติการเล่นอัตโนมัติ
  6. เริ่มระบบคอมพิวเตอร์ใหม่

วิธีปิดใช้งานคุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติใน Windows 7 และระบบปฏิบัติการอื่นๆ

Windows 7, Windows Server 2008, Windows Vista, Windows Server 2003 หรือ Windows XP

แก้ไขปัญหาให้ฉัน
เมื่อต้องการปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติโดยอัตโนมัติ ให้คลิกลิงก์ แก้ไขปัญหาให้ฉัน จากนั้นคลิก เรียกใช้ ในกล่องโต้ตอบ ดาวน์โหลดแฟ้ม และปฏิบัติตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้างนี้
ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
ปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติเปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติ

แก้ไขปัญหานี้
Microsoft Fix it 50471

แก้ไขปัญหานี้
Microsoft Fix it 50475


หมายเหตุ
 ตัวช่วยสร้างนี้อาจมีในภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่การแก้ไขอัตโนมัตินี้ใช้ได้กับ Windows รุ่นภาษาอื่นๆ

หมายเหตุ หากคุณไม่ได้ใช้งานคอมพิวเตอร์เครื่องที่มีปัญหา คุณสามารถบันทึกการแก้ไขอัตโนมัตินี้ลงในแฟลชไดรฟ์หรือซีดี เพื่อเรียกใช้งานบนคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา


ให้ฉันแก้ไขด้วยตนเอง

สิ่งสำคัญ ส่วน วิธีการ หรืองานนี้ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับวิธีการปรับเปลี่ยนรีจิสทรี อย่างไรก็ตาม ปัญหาร้ายแรงอาจเกิดขึ้นหากคุณปรับเปลี่ยนรีจิสทรีไม่ถูกต้อง ดังนั้น โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ทำตามขั้นตอนนี้อย่างระมัดระวัง สำหรับการป้องกันเพิ่มเติม ให้สำรองรีจิสทรีก่อนทำการปรับเปลี่ยน เพื่อที่คุณจะสามารถคืนค่ารีจิสทรีได้หากมีปัญหาเกิดขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสำรองข้อมูลและคืนค่ารีจิสทรี โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
322756 วิธีการสำรองข้อมูลและคืนค่ารีจิสทรีใน Windows

หากต้องการปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติด้วยตัวคุณเองบนระบบปฏิบัติการที่ไม่รวม Gpedit.msc ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ regedit ในกล่อง เปิด แล้วคลิก ตกลง
  2. ค้นหาและคลิกที่รายการต่อไปนี้ในรีจิสทรี:
    HKEY_CURRENT_USER\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\policies\Explorer\NoDriveTypeAutorun
  3. คลิกขวาที่ NoDriveTypeAutoRun แล้วคลิก ปรับเปลี่ยน
  4. ในกล่อง ข้อมูลค่า พิมพ์ 0xFF เพื่อปิดใช้งานไดร์ฟทุกประเภท หรือเลือกปิดการใช้งานไดรฟ์เจาะจง ใช้ค่าที่แตกต่างตามที่อธิบายไว้ในส่วน "วิธีการเลือกปิดใช้งานคุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติแบบเจาะจง"
  5. คลิก ตกลง แล้วออกจาก Registry Editor
  6. เริ่มระบบคอมพิวเตอร์ใหม่

วิธีการเลือกปิดใช้งานคุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติเฉพาะ

เมื่อต้องการเลือกปิดใช้งานคุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติแบบเจาะจง คุณต้องเปลี่ยนรายการ NoDriveTypeAutoRun ในคีย์ย่อยของรีจิสทรีคีย์รายการใดรายการหนึ่งต่อไปนี้:
HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer\

HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\policies\Explorer\

ตารางต่อไปนี้แสดงการตั้งค่ารายการรีจิสทรี NoDriveTypeAutoRun
ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
ค่าความหมาย
0x1 หรือ 0x80ปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติบนไดรฟ์ซึ่งเป็นชนิดที่ไม่รู้จัก
0x4ปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติในไดรฟ์แบบถอดได้
0x8ปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติในไดรฟ์ถาวร
0x10ปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติในไดรฟ์เครือข่าย
0x20ปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติในไดรฟ์ซีดีรอม
0x40ปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติในดิสก์ RAM
0xFFปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติในไดรฟ์ทุกประเภท
ค่ารายการรีจิสทรี NoDriveTypeAutoRun กำหนดว่าจะปิดใช้งานฟังก์ชันการทำงานอัตโนมัติในไดรฟ์ใด ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติสำหรับไดรฟ์เครือข่ายเท่านั้น คุณต้องตั้งค่ารายการรีจิสทรี NoDriveTypeAutoRun ไปที่ 0x10

ถ้าคุณต้องการปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติสำหรับหลายไดร์ฟ คุณต้องใส่ค่าเลขฐานสิบหกที่ตรงกันกับค่า 0x10 ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติสำหรับไดรฟ์แบบถอดได้และไดรฟ์เครือข่าย คุณต้องใส่ 0x4 และ 0x10 เพื่อบวกเพิ่มค่าเลขฐานสิบหก 2 ค่าเพื่อกำหนดค่าที่จะใช้ 0x4 + 0x10 = 0x14 ในตัวอย่างนี้ คุณตั้งค่ารายการ NoDriveTypeAutoRun ไปที่ 0x14

ค่าเริ่มต้นของรายการรีจิสทรี NoDriveTypeAutoRun จะแตกต่างกันตามระบบปฏิบัติการที่ใช้ Windows ที่แตกต่างกัน ค่าเริ่มต้นนี้มีอยู่ในตารางต่อไปนี้
ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
ระบบปฏิบัติการค่าเริ่มต้น
Windows Server 2008 และ Windows Vista0x91
Windows Server 20030x95
Windows XP0x91
Windows 20000x95

รายการรีจิสทรีที่ใช้ควบคุมลักษณะการทำงานของโปรแกรมปรับปรุงปัจจุบัน

การแก้ไขทั้งหมดในโปรแกรมปรับปรุงปัจจุบันสำหรับ Windows XP และ Windows Server 2003 จะรวมอยู่ในรายการรีจิสทรี HonorAutorunSetting ในคีย์ย่อยต่อไปนี้:
HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\policies\Explorer\
ค่ารีจิสทรี
ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
ค่าประเภทข้อมูลช่วงค่าเริ่มต้น
HonorAutorunSettingREG_DWORD 0x0–0xFF 0x01

หมายเหตุ: สำหรับ Windows Server 2003 และ Windows XP การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของโปรแกรมปรับปรุงนี้ถูกควบคุมโดยรายการรีจิสทรี HonorAutorunSetting เพื่อให้คุณสามารถกลับไปใช้การกำหนดค่าก่อนหน้าได้ถ้าจำเป็น รายการนี้ไม่สามารถใช้ได้สำหรับผู้ใช้ Windows 2000, Windows Vista หรือ Windows Server 2008

เมื่อคุณติดตั้งโปรแกรมปรับปรุง 967715 คีย์รีจิสทรี HonorAutorunSetting จะถูกสร้างขึ้นเฉพาะในรีจิสทรีไฮฟ์ HKEY_LOCAL_MACHINE รีจิสทรีคีย์มีค่าเริ่มต้น 0x1 ค่าเริ่มต้นนี้เปิดใช้งานฟังก์ชันการทำงานในโปรแกรมปรับปรุงปัจจุบัน ก่อนติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงปัจจุบัน รีจิสทรีคีย์นี้จะไม่มีในระบบ คุณสามารถขอรับลักษณะการทำงานอัตโนมัติในแพคเกจเบื้องต้นได้ โดยตั้งค่ารีจิสทรีคีย์เป็น 0 ด้วยตนเอง โดยพิมพ์ 0 แทน 1 ในขั้นตอนที่ 6 ของขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อตั้งค่ารีจิสทรีคีย์ด้วยตนเอง HonorAutorunSetting จะถูกอ่านจากรีจิสทรีไฮฟ์ HKEY_LOCAL_MACHINE เสมอ แม้ว่ารายการ HonorAutorunSetting จะกำหนดค่าไว้ในรีจิสทรีไฮฟ์ HKEY_CURRENT_USER ด้วย

วิธีตั้งค่ารีจิสทรีคีย์ HonorAutorunSetting ด้วยตนเอง

Windows Server 2003 และ Windows XP

  1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก เรียกใช้
  2. ในกล่อง เปิด ให้พิมพ์ regedit แล้วคลิก ตกลง
  3. ค้นหาและคลิกคีย์ย่อยของรีจิสทรีต่อไปนี้:
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\policies\Explorer\
  4. คลิกขวาที่บานหน้าต่างด้านขวา ชี้ไปที่ สร้าง แล้วคลิก ค่า DWORD
  5. พิมพ์ HonorAutorunSetting แล้วกด ENTER
  6. ในกล่อง ข้อมูลค่า ให้พิมพ์ 1 คลิก Hexadecimal (ถ้าไม่ได้เลือกไว้) จากนั้นให้คลิก ตกลง
  7. ออกจาก Registry Editor
  8. เริ่มระบบใหม่อีกครั้งเพื่อใช้การตั้งค่า

วิธีป้องกันไม่ให้แฟ้ม Autorun.inf ถูกสร้างขึ้นบนการใช้งานร่วมกัน

เพื่อป้องกันไม่ให้คุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติถูกเรียกใช้งาน และเพื่อไม่ให้โปรแกรมใดๆ เขียนแฟ้ม Autoun.inf ไปยังไดรฟ์เครือข่ายที่แมปไว้ ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. ลบแฟ้ม Autorun.inf ใดๆ จากรากของไดรฟ์เครือข่ายที่แมปไว้
  2. อย่าให้ผู้ใดมีสิทธิสร้างรากของไดรฟ์เครือข่ายที่แมปไว้
หมายเหตุ หลังจากที่ดำเนินการตามขั้นตอนนี้แล้ว คุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติไม่สามารถใช้ได้จากไดรฟ์เครือข่าย

วิธีป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล USB

บทความ Microsoft Knowledge Base ต่อไปนี้มีวิธีการสองข้อในการป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล USB:
823732 ฉันจะป้องกันผู้ใช้จากการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เก็บข้อมูล USB ได้อย่างไร
หมายเหตุ หลังจากที่คุณใช้ขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งนี้บนระบบ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล USB จะไม่ทำงานบนระบบอีกต่อไป

คำถามที่ถามบ่อย

โปรแกรมปรับปรุงนี้จะเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าการทำงานอัตโนมัติปัจจุบันของฉันหรือไม่
ไม่ โปรแกรมปรับปรุงจะไม่เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าการทำงานอัตโนมัติปัจจุบันในระบบของคุณ แต่โปรแกรมปรับปรุงให้ผู้ใช้บังคับใช้การตั้งค่าการทำงานอัตโนมัติอย่างถูกต้อง

หลังจากติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงแล้ว จะมีการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ผู้ใช้หรือไม่
หลังจากติดตั้งโปรแกรมปรับปรุง 967715 คุณอาจสังเกตเห็นว่าคุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติสำหรับไดรฟ์เครือข่ายจะไม่ทำงานอีกต่อไป เนื่องจากโดยค่าเริ่มต้นแล้ว การทำงานอัตโนมัติในไดรฟ์เครือข่ายถูกตั้งค่าให้ปิดใช้งานในรีจิสทรี หลังจากติดตั้งโปรแกรมปรับปรุง รีจิสทรีคีย์ที่ตั้งค่าไว้เมื่อปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติในไดรฟ์เครือข่ายจะถูกบังคับใช้ได้ทั้งหมด ฟังก์ชันนี้เป็นพังก์ชันเดียวที่เปลี่ยนแปลงทันทีหลังติดตั้งโปรแกรมปรับปรุง หากผู้ใช้ปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติสำหรับไดรฟ์อื่นๆ ก่อนโปรแกรม พวกเขาอาจสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในลักษณะการทำงานคลิกสองครั้งและเมนูบริบทหลังปรับปรุง

นี่เป็นปัญหาของการรักษาความปลอดภัยที่ Microsoft จำเป็นต้องออกโปรแกรมปรับปรุงความปลอดภัยใช่หรือไม่
ไม่ใช่ การปิดใช้งานคุณลักษณะการทำงานอัตโนมัติเป็นตัวเลือกการกำหนดค่า ซึ่งลูกค้าสามารถตัดสินใจปรับใช้ได้เอง โปรแกรมปรับปรุง 967715 จะแก้ไขปัญหาที่เกิดกับฟังก์ชันการทำงานอัตโนมัติเท่านั้น

ทำไมฉันจึงถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังโปรแกรมปรับปรุง 967715 ทั้งๆ ที่ฉันต้องการโปรแกรมปรับปรุง 953252
โปรแกรมปรับปรุง 953252 และโปรแกรมปรับปรุง 967715 มีการปรับปรุงที่เหมือนกัน แตกต่างกันเฉพาะช่องทางการส่งมอบเท่านั้น โปรแกรมปรับปรุง 953252 รีลีสเฉพาะในศูนย์ดาวน์โหลดเท่านั้น ขณะที่โปรแกรมปรับปรุง 967715 รีลีสใน Windows Update, Automatic Updates และศูนย์ดาวน์โหลด เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนของข้อมูลเดียวกัน คุณจึงถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังโปรแกรมปรับปรุง 967715 ซึ่งมีข้อมูลล่าสุดทั้งหมดเกี่ยวกับการปรับปรุงนี้

ถ้าฉันติดตั้งโปรแกรมปรับปรุง 950582 หรือโปรแกรมปรับปรุง 953252 บนคอมพิวเตอร์ของฉัน ฉันจะได้รับการเสนอให้ใช้โปรแกรมปรับปรุง 967715 ด้วยหรือไม่
ไม่ โปรแกรมปรับปรุง 967715 เป็นการปรับปรุงเดียวกับที่ได้รีลีสโปรแกรมปรับปรุง 953252 แต่รวมไว้ในโปรแกรมปรับปรุง 950582 ดังนั้น ถ้าเพิ่มหรือลบโปรแกรม แสดงว่ามีการติดตั้งโปรแกรมปรับปรุง 950582 หรือโปรแกรมปรับปรุง 953252 ไว้แล้ว คุณไม่จำเป็นต้องใช้โปรแกรมปรับปรุง 967715 และไม่มีการเสนอโดย Windows Update หรือ Automatic Updates

โปรแกรมปรับปรุงนี้ปิดความสามารถในการทำงานอัตโนมัติหรือไม่
ไม่ โปรแกรมปรับปรุงที่ทำงานอย่างถูกต้อง จะเก็บค่ารีจิสทรีคีย์ที่ปิดใช้งานความสามารถของการทำงานอัตโนมัติอย่างถูกต้อง โปรแกรมปรับปรุงนี้ไม่เปลี่ยนค่ารีจิสทรีคีย์ และจะยังคงเก็บค่าที่ตั้งค่าไว้ก่อนติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงนี้ หากค่ารีจิสทรีไม่ได้ถูกตั้งค่าไว้ก่อนที่คุณจะติดตั้งโปรแกรมปรับปรุง การตั้งค่ารีจิสทรีคีย์จะต้องตั้งค่าอย่างถูกต้องเพื่อปิดใช้งานความสามารถของการทำงานอัตโนมัติ

มีโปรแกรมปรับปรุง Windows Vista และ Windows Server 2008 หรือไม่
โปรแกรมปรับปรุง Windows Vista และ Windows Server 2008 รีลีสมาพร้อมกับโปรแกรมปรับปรุงความปลอดภัย ในโปรแกรมปรับปรุงความปลอดภัย 950582 (จดหมายข่าวความปลอดภัย MS08- 038) เพื่อใช้ประโยชน์จากการตั้งค่ารีจิสทรีคีย์ที่ปิดใช้งานการทำงานอัตโนมัติ ลูกค้าที่ใช้งานระบบ Windows Vista หรือ Windows Server 2008 ต้องติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงความปลอดภัย 950582

ปัญหาที่ทราบเกี่ยวกับการปรับปรุงความปลอดภัยนี้

  • มีการนำเสนอโปรแกรมปรับปรุง 967715 หลายครั้ง

    มีการนำเสนอโปรแกรมปรับปรุง 967715 ถ้าไม่มีการตั้งค่ารีจีสทรี HonorAutorunSetting ที่อธิบายไว้ในบทความนี้ในรีจิสทรีไฮฟ์ ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้ หากโปรแกรมอื่นๆ ที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ ปิดกั้นไม่ให้โปรแกรมปรับปรุงเขียนรายการรีจิสทรี ซอฟต์แวร์ดังกล่าวอาจปิดกั้นโปรแกรมปรับปรุงในระหว่างติดตั้งการปรับปรุง หรืออาจลบรายการรีจิสทรีหลังจากคอมพิวเตอร์เริ่มระบบใหม่

    เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ให้ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงในเซฟโหมด โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
    1. ดาวน์โหลดโปรแกรมปรับปรุง โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
      1. ไปที่เว็บไซต์ Microsoft Download:
        http://www.microsoft.com/downloads
      2. ในกล่อง ค้นหาดาวน์โหลด ให้พิมพ์หมายเลขบทความ Knowledge Base ที่อธิบายโปรแกรมปรับปรุง แล้วคลิก ไป
      3. ดาวน์โหลดโปรแกรมปรับปรุง แล้วบันทึกไปยังเดสก์ท็อป
    2. ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุง โดยให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
      1. คลิกสองครั้งที่แฟ้มที่ดาวน์โหลดเพื่อติดตั้ง

        หากคุณได้รับพร้อมท์ให้เริ่มระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ ให้ดำเนินการดังกล่าว
      2. ไปที่เว็บไซต์ Windows Update หรือ Microsoft Update เพื่อตรวจสอบว่าโปรแกรมปรับปรุงได้รับการเสนออีกครั้งหรือไม่ ถ้าคุณได้รับการเสนอโปรแกรมปรับปรุงอีกครั้ง ให้ดำเนินการต่อไปในขั้นตอนถัดไป
    3. ติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงในเซฟโหมด เซฟโหมดจะปิดใช้งานกระบวนการและบริการส่วนใหญ่ที่ทำงานอยู่ บริการดังกล่าวรวมถึงบริการ Windows Update ด้วย การติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงในเซฟโหมดเป็นการทดสอบอย่างเร็ว เพื่อบอกว่าโปรแกรมประยุกต์หรือกระบวนการรบกวนการติดตั้งหรือไม่ เมื่อต้องการติดตั้งโปรแกรมปรับปรุงในเซฟโหมด ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
      1. เริ่มระบบคอมพิวเตอร์ใหม่
      2. ในขณะที่คอมพิวเตอร์เริ่มทำงาน ให้กดแป้น F8
      3. ใช้ปุ่มลูกศรเลือก เซฟโหมด แล้วกด Enter
      4. คลิกสองครั้งที่แฟ้มที่คุณดาวน์โหลดในขั้นตอนที่ 1 เพื่อติดตั้งแฟ้ม
      5. เมื่อติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ เริ่มระบบคอมพิวเตอร์ใหม่
      6. ไปที่เว็บไซต์ Windows Update หรือ Microsoft Update เพื่อตรวจสอบว่ามีการเสนอโปรแกรมปรับปรุงหรือไม่ หรือรอจนกระทั่งการปรับปรุงอัตโนมัติทำงานอีกครั้ง

ข้อมูลแฟ้ม

การปรับปรุงซอฟต์แวร์รุ่นภาษาอังกฤษ (สหรัฐอเมริกา) จะติดตั้งแฟ้มที่มีแอตทริบิวต์ ซึ่งจะปรากฏในตารางต่อไปนี้ วันที่และเวลาของแฟ้มเหล่านี้แสดงในรูปแบบเวลามาตรฐานสากล (UTC) วันที่และเวลาสำหรับแฟ้มเหล่านี้ในคอมพิวเตอร์จะปรากฏตามเวลาท้องถิ่น โดยมีการปรับเวลาตามฤดูกาล (DST) นอกจากนี้ วันที่และเวลาอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อคุณดำเนินการบางอย่างในแฟ้ม

ข้อมูลแฟ้ม Windows 2000

สำหรับรุ่นทั้งหมดที่สนับสนุนของ Microsoft Windows 2000 Service Pack 4

ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
File NameVersionDateTimeSizeFolder
shell32.dll5.0.3900.715515-Apr-200823:132,362,640

ข้อมูลแฟ้ม Windows XP และ Windows Server 2003

  • แฟ้มที่ใช้ในเวลาใดเวลาหนึ่ง (RTM, SPn) และสาขาบริการ (QFE, GDR) จะปรากฏในคอลัมน์ "ความต้องการพิเศษ" และ "สาขาบริการ"
  • สาขาบริการ GDR มีเฉพาะโปรแกรมแก้ไขด่วนที่เผยแพร่ เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญและปัญหาที่พบอย่างแพร่หลายเท่านั้น สาขาบริการ QFE มีโปรแกรมแก้ไขด่วนเพิ่มเติมจากการแก้ไขที่เผยแพร่ทั่วไป
  • นอกจากแฟ้มที่ปรากฏในตารางนี้ โปรแกรมปรับปรุงซอฟต์แวร์นี้จะติดตั้งแฟ้มแค็ตตาล็อกการรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง (KBnumber.cat) ซึ่งลงชื่อด้วยลายเซ็นดิจิทัลของ Microsoft

สำหรับ Windows XP รุ่น 86 ที่สนับสนุนทั้งหมด

ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
File NameVersionDateTimeSizeFolder
shell32.dll6.0.2900.340202-Jul-200823:468,454,656SP2GDR
shell32.dll6.0.2900.340202-Jul-200823:338,460,800SP2QFE
xpsp3res.dll5.1.2600.331414-Feb-200819:36351,744SP2QFE
shell32.dll6.0.2900.562217-Jun-200805:328,461,312SP3GDR
shell32.dll6.0.2900.562217-Jun-200805:348,461,824SP3QFE

สำหรับ Windows Server 2003 และ Windows XP Professional x64 Edition รุ่นที่ใช้ x64 ที่รองรับทั้งหมด

ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
File NameVersionDateTimeSizeCPUFolder
shell32.dll6.0.3790.315810-Feb-200902:1210,502,144X64SP1GDR
wshell32.dll6.0.3790.315810-Feb-200902:138,384,000X86SP1GDR\wow
shell32.dll6.0.3790.315810-Feb-200902:1210,506,240X64SP1QFE
w03a2409.dll5.2.3790.309010-Feb-200902:1230,208X64SP1QFE
wshell32.dll6.0.3790.315810-Feb-200902:128,386,560X86SP1QFE\wow
ww03a2409.dll5.2.3790.309010-Feb-200902:1229,696X86SP1QFE\wow
shell32.dll6.0.3790.431510-Feb-200902:2110,508,288X64SP2GDR
wshell32.dll6.0.3790.431510-Feb-200902:228,360,960X86SP2GDR\wow
shell32.dll6.0.3790.431510-Feb-200902:1210,508,800X64SP2QFE
wshell32.dll6.0.3790.431510-Feb-200902:138,361,472X86SP2QFE\wow

สำหรับ Windows Server 2003 รุ่น 86 ที่สนับสนุนทั้งหมด

ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
File NameVersionDateTimeSizeFolder
shell32.dll6.0.3790.315817-Jun-200807:138,384,000SP1GDR
shell32.dll6.0.3790.315817-Jun-200807:428,386,560SP1QFE
w03a2409.dll5.2.3790.309013-Feb-200820:1129,696SP1QFE
shell32.dll6.0.3790.431517-Jun-200806:388,360,960SP2GDR
shell32.dll6.0.3790.431517-Jun-200807:228,361,472SP2QFE

สำหรับ Windows Server 2003 รุ่น IA-64 ที่สนับสนุนทั้งหมด

ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
File NameVersionDateTimeSizeCPUFolder
shell32.dll6.0.3790.315810-Feb-200902:1213,238,272IA-64SP1GDR
wshell32.dll6.0.3790.315810-Feb-200902:128,384,000X86SP1GDR\wow
shell32.dll6.0.3790.315810-Feb-200902:1213,243,904IA-64SP1QFE
w03a2409.dll5.2.3790.309010-Feb-200902:1228,672IA-64SP1QFE
wshell32.dll6.0.3790.315810-Feb-200902:128,386,560X86SP1QFE\wow
ww03a2409.dll5.2.3790.309010-Feb-200902:1229,696X86SP1QFE\wow
shell32.dll6.0.3790.431510-Feb-200901:5313,244,928IA-64SP2GDR
wshell32.dll6.0.3790.431510-Feb-200901:548,360,960X86SP2GDR\wow
shell32.dll6.0.3790.431510-Feb-200902:1213,246,464IA-64SP2QFE
wshell32.dll6.0.3790.431510-Feb-200902:138,361,472X86SP2QFE\wow

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 967715 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 2 ตุลาคม 2556 - Revision: 3.0
ใช้กับ
  • Windows Server 2008 Datacenter without Hyper-V
  • Windows Server 2008 Enterprise without Hyper-V
  • Windows Server 2008 for Itanium-Based Systems
  • Windows Server 2008 Standard without Hyper-V
  • Windows Server 2008 Datacenter
  • Windows Server 2008 Enterprise
  • Windows Server 2008 Standard
  • Windows Web Server 2008
  • Windows Vista Service Pack 1 เมื่อใช้กับ:
    • Windows Vista Business
    • Windows Vista Enterprise
    • Windows Vista Home Basic
    • Windows Vista Home Premium
    • Windows Vista Starter
    • Windows Vista Ultimate
    • Windows Vista Enterprise 64-bit edition
    • Windows Vista Home Basic 64-bit edition
    • Windows Vista Home Premium 64-bit edition
    • Windows Vista Ultimate 64-bit edition
    • Windows Vista Business 64-bit edition
  • Windows Vista Business
  • Windows Vista Enterprise
  • Windows Vista Home Basic
  • Windows Vista Home Premium
  • Windows Vista Starter
  • Windows Vista Ultimate
  • Windows Vista Enterprise 64-bit edition
  • Windows Vista Home Basic 64-bit edition
  • Windows Vista Home Premium 64-bit edition
  • Windows Vista Ultimate 64-bit edition
  • Windows Vista Business 64-bit edition
  • Microsoft Windows XP Professional x64 Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Service Pack 2 เมื่อใช้กับ:
    • Microsoft Windows Server 2003 Standard Edition
    • Microsoft Windows Server 2003 Enterprise Edition
    • Microsoft Windows Server 2003 Web Edition
    • Microsoft Windows Server 2003 Datacenter Edition
    • Microsoft Windows Server 2003, Standard x64 Edition
    • Microsoft Windows Server 2003, Enterprise x64 Edition
    • Microsoft Windows Server 2003, Datacenter x64 Edition
    • Microsoft Windows Server 2003, Enterprise Edition for Itanium-based Systems
    • Microsoft Windows Server 2003, Datacenter Edition for Itanium-Based Systems
    • Microsoft Windows XP Professional x64 Edition
  • Microsoft Windows Server 2003 Service Pack 1 เมื่อใช้กับ:
    • Microsoft Windows Server 2003 Standard Edition
    • Microsoft Windows Server 2003 Enterprise Edition
    • Microsoft Windows Server 2003 Web Edition
    • Microsoft Windows Server 2003 Datacenter Edition
    • Microsoft Windows Server 2003, Standard x64 Edition
    • Microsoft Windows Server 2003, Enterprise x64 Edition
    • Microsoft Windows Server 2003, Datacenter x64 Edition
    • Microsoft Windows Server 2003, Enterprise Edition for Itanium-based Systems
    • Microsoft Windows Server 2003, Datacenter Edition for Itanium-Based Systems
  • Microsoft Windows XP Service Pack 2 เมื่อใช้กับ:
    • Microsoft Windows XP Professional Edition
    • Microsoft Windows XP Home Edition
    • Microsoft Windows XP Tablet PC Edition
  • Microsoft Windows XP Service Pack 3 เมื่อใช้กับ:
    • Microsoft Windows XP Home Edition
    • Microsoft Windows XP Professional Edition
Keywords: 
atdownload kbbug kbexpertiseinter kbfix kbpubtypekc kbsecbulletin kbsecurity kbsecvulnerability kbsurveynew kbfixme kbmsifixme KB967715

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com