ตัวตรวจการสะกดไม่ตั้งค่าสถานะคำที่สะกดผิดใน Word 2010

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 970826 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

อาการ

อาการ 1

เมื่อคุณพิมพ์คำที่สะกดผิดใน Microsoft Office Word 2010 คำที่สะกดผิดนั้นไม่ถูกตั้งค่าสถานะโดยตัวตรวจสอบการสะกด

อาการ 2

เมื่อคุณคลิกปุ่ม การสะกด & ไวยากรณ์ ในกลุ่ม การพิสูจน์อักษร บนแท็บ ตรวจทาน ใน Word 2010 ข้อความใดข้อความหนึ่งต่อไปนี้ปรากฏขึ้น:
  • การตรวจสอบการสะกดและไวยากรณ์เสร็จสมบูรณ์
  • ไม่มีการติดตั้งเครื่องมือพิสูจน์อักษรสำหรับภาษาเริ่มต้น ให้ลองติดตั้งเครื่องมือพิสูจน์อักษรใหม่
อาการนี้เกิดขึ้นใน Microsoft Word รุ่นอื่นหรือไม่

หากต้องการดูข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหานี้ใน Microsoft Word รุ่นอื่น ให้คลิกหมายเลขบทความต่อไปนี้ เพื่อดูบทความใน Microsoft Knowledge Base:
2662392 ตัวตรวจการสะกดไม่ตั้งค่าสถานะคำที่สะกดผิดใน Word 2007

สาเหตุ

ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งต่อไปนี้:
  • ไม่มีการติดตั้งเครื่องมือพิสูจน์อักษร
  • Add-in ตัวตรวจการสะกด th-TH ถูกปิดใช้งาน
  • กล่องกาเครื่องหมาย ไม่ตรวจการสะกดหรือไวยากรณ์ ถูกเลือกไว้
  • ภาษาอื่นถูกตั้งค่าเป็นค่าเริ่มต้น
  • มีรายการต่อไปนี้อยู่ในรีจิสทรี:
    HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Shared Tools\ProofingTools\1.0\Override\en-US

การแก้ปัญหา

ขอแนะนำให้คุณปฏิบัติตามวิธีการที่ให้ไว้ในบทความนี้ตามลำดับอย่างไรก็ตาม หากคุณได้ทดลองหนึ่งในวิธีการดังกล่าวก่อนหน้านี้แล้วเพื่อแก้ไขปัญหานี้และไม่ประสบผลสำเร็จ คุณสามารถข้ามไปใช้อีกวิธีหนึ่งจากรายการได้อย่างรวดเร็ว:

วิธีที่ 1:ติดตั้งเครื่องมือพิสูจน์อักษร

  1. ออกจากโปรแกรมทั้งหมด
  2. คลิก เริ่ม จากนั้นคลิก แผงควบคุม
  3. ใน Windows Vista ให้คลิกสองครั้งที่ โปรแกรมและคุณลักษณะใน Windows รุ่นก่อนหน้า ให้คลิกสองครั้งที่ เพิ่มหรือเอาโปรแกรมออก
    ใน Windows 7 ภายใต้ โปรแกรม ให้คลิก ถอนการติดตั้งโปรแกรม
  4. คลิก Microsoft Office Edition จากนั้นคลิก เปลี่ยน

    หมายเหตุ ในขั้นตอนนี้และในขั้นตอนต่อไป ตัวยึด Edition จะแทน Microsoft Office รุ่นที่ติดตั้งบนคอมพิวเตอร์
  5. ในกล่องโต้ตอบ Microsoft Office รุ่น คลิก เพิ่มหรือเอาคุณลักษณะออก แล้วจึงคลิก ดำเนินการต่อ
  6. ขยาย คุณลักษณะที่ใช้ร่วมกันของ Office คลิกที่ไอคอนที่ด้านซ้ายของ เครื่องมือพิสูจน์อักษร แล้วคลิก เรียกใช้ทั้งหมดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ของฉัน

วิธีที่ 2:เปิดใช้งาน Add-in ตัวตรวจการสะกด th-TH

  1. คลิกแท็บ แฟ้ม แล้วคลิก ตัวเลือก
  2. ทางด้านซ้าย คลิก Add-In
  3. ที่ด้านล่างของกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของ Word ในส่วน จัดการ ให้เลือกลูกศรแบบหล่นลงและเปลี่ยนส่วนที่เลือกจาก COM Add-ins เป็น รายการที่ถูกปิดใช้งาน แล้วคลิก ไป
  4. ในกล่องโต้ตอบ รายการที่ถูกปิดใช้งาน ให้ค้นหาว่ามี ตัวตรวจการสะกด th-TH (nlsdata0009.dll) ในช่อง เลือกรายการที่ต้องการเปิดใช้งาน หรือไม่
  5. คลิก ตัวตรวจการสะกด th-TH (nlsdata0009.dll) ถ้าแสดงอยู่ในรายการ จากนั้นคลิก เปิดใช้งาน
  6. คลิก ปิด เพื่อออกจาก รายการที่ถูกปิดใช้งาน แล้วคลิก ตกลง เพื่อออกจาก ตัวเลือกของ Word

วิธีที่ 3:เปิดใช้งานการตรวจสอบการสะกดขณะพิมพ์

  1. คลิกแท็บ แฟ้ม แล้วเลือก ตัวเลือก
  2. ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกของ Word เลือก การพิสูจน์อักษร
  3. ตรวจสอบว่าได้เปิดใช้งาน การตรวจสอบการสะกดขณะพิมพ์ ในส่วน เมื่อแก้ไขการสะกดและไวยากรณ์ใน Word
  4. ตรวจสอบว่าได้ล้างกล่องกาเครื่องหมายในส่วน ข้อยกเว้นสำหรับ
  5. คลิก ตกลง เพื่อบันทึกและออกจาก ตัวเลือกของ Word

วิธีที่ 4:เลือกภาษาที่ต้องการ และล้างกล่องกาเครื่องหมาย "ไม่ตรวจการสะกดหรือไวยากรณ์"

  1. เลือกทั้งเอกสาร Word
  2. บนแท็บ ตรวจทาน คลิก ภาษา แล้วคลิก พิสูจน์อักษรภาษา
  3. คลิกภาษาที่คุณต้องการแล้วคลิก ตกลง
  4. ถ้ามีเครื่องหมายถูกในกล่องกาเครื่องหมาย ไม่ตรวจการสะกดหรือไวยากรณ์ ให้คลิกเพื่อล้างกล่องกาเครื่องหมาย
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
2670151



วิธีที่ 5:ใช้ แก้ไขปัญหา เพื่อปรับเปลี่ยนรีจิสทรี

สิ่งสำคัญ บทความนี้มีข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการปรับเปลี่ยนรีจิสทรีตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้สำรองรีจิสทรีก่อนที่จะปรับเปลี่ยนรีจิสทรีตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณรู้วิธีการคืนค่ารีจิสทรีหากเกิดปัญหาขึ้นสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสำรองข้อมูล คืนค่า และปรับเปลี่ยนรีจิสทรี ให้คลิกการเชื่อมโยงต่อไปนี้เพื่อดูบทความ Windows ออนไลน์:เมื่อคุณต้องการให้เราลบรีจิสทรีคีย์ที่เกี่ยวข้องออกจากรีจิสทรี ให้ไปที่ส่วน "แก้ไขปัญหาให้ฉัน"ถ้าคุณต้องการแก้ไขปัญหานี้ด้วยตนเอง โปรดไปที่หัวข้อ "ให้ฉันแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง"

แก้ไขปัญหาให้ฉัน

เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้โดยอัตโนมัติ ให้คลิกที่ปุ่มหรือการเชื่อมโยง แก้ไขปัญหาจากนั้นคลิก เรียกใช้ ในกล่องโต้ตอบ ดาวน์โหลดแฟ้ม และปฏิบัติตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้าง แก้ไขปัญหา

แก้ปัญหานี้
Microsoft Fix it 50546

หมายเหตุ
  • ตัวช่วยสร้างนี้อาจมีเฉพาะภาษาอังกฤษอย่างไรก็ตาม การแก้ไขอัตโนมัติจะใช้งานได้กับ Windows รุ่นภาษาอื่นด้วย
  • ถ้าคุณไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องที่มีปัญหา คุณสามารถบันทึกการแก้ไขไปยังแฟลชไดรฟ์หรือซีดี จากนั้นเรียกใช้บนคอมพิวเตอร์ที่มีปัญหา

จากนั้นไปที่หัวข้อ "วิธีนี้แก้ไขปัญหาได้หรือไม่"



ให้ฉันแก้ไขปัญหาเอง

เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้ด้วยตนเอง โปรดดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. คลิกที่ เริ่ม แล้วคลิก เรียกใช้
  2. ในกล่องเปิด พิมพ์ REGEDIT แล้ว กด Enter
  3. ค้นหาและคลิกขวาที่รีจิสทรีซับคีย์ต่อไปนี้:
    HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Shared Tools\Proofing Tools\1.0\Override
  4. คลิก ลบ
  5. ออกจาก Registry Editor
  6. ออก จากนั้นเริ่มการทำงานของ Word ใหม่

วิธีนี้แก้ไขปัญหาได้หรือไม่

  • ตรวจสอบว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วหรือไม่ถ้าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว คุณดำเนินการส่วนนี้เสร็จสิ้นแล้วถ้าปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข คุณสามารถ ติดต่อฝ่ายสนับสนุน
  • เรายินดีรับคำติชมของคุณหากต้องการแสดงคำติชมหรือรายงานปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการแก้ไขนี้ คุณสามารถฝากความคิดเห็นไว้ในบล็อก "แก้ไขปัญหาให้ฉัน" หรือส่ง ข้อความอีเมล ถึงเรา

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 970826 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 26 มกราคม 2555 - Revision: 7.0
ใช้กับ
  • Microsoft Word 2010
Keywords: 
kbrapidpub kbnomt kbfixme kbmsifixme consumeroff2010track KB970826

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com