การแก้ไขปัญหาการอัปเดตสำหรับ Microsoft Security Essentials

Microsoft Security Essentials ทำงานร่วมกับ Microsoft Update โดยอัตโมัติเพื่อให้แน่ใจว่าข้อกำหนดเกี่ยวกับไวรัสและสปายแวร์ของคุณจะทันสมัยอยู่เสมอ

อาการ 

ต่อไปนี้คือปัญหาทั่วไปที่เกิดขึ้นกับการอัปเดตอัตโนมัติ

  • คุณเห็นข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่แจ้งว่าการอัปเดตล้มเหลว
  • เมื่อคุณตรวจหาอัปเดต คุณได้รับข้อผิดพลาดแจ้งว่าไม่สามารถตรวจสอบ ดาวน์โหลด หรือติดตั้งข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับข้อกำหนดเกี่ยวกับไวรัสและสปายแวร์ได้
  • ถึงแม้ว่าคุณจะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แต่การอัปเดตยังคงล้มเหลว
  • การอัปเดตไม่ติดตั้งโดยอัตโนมัติตามกำหนดเวลาที่วางไว้

สาเหตุ 

สาเหตุที่พบบ่อยของปัญหาการอัปเดตนี้ คือมีปัญหาเกิดขึ้นกับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หากคุณกำลังออนไลน์อยู่ แสดงว่าปัญหาอาจมีสาเหตุมาจากการตั้งค่าใน Windows Internet Explorer ของคุณมีความขัดแย้งกัน 

การแก้ไขปัญหา 


ขั้นตอนที่ 1 รีเซ็ตการตั้งค่า Internet Explorer ของคุณใหม่

  1. ออกจากโปรแกรมที่เปิดอยู่ทั้งหมด รวมถึง Internet Explorer
  2. คลิก เริ่ม จากนั้นที่กล่อง เริ่มค้นหา ให้พิมพ์ inetcpl.cpl แล้วกด Enter
  3. ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต ให้คลิกแท็บ ขั้นสูง
  4. ที่ใต้การตั้งค่า รีเซ็ต Internet Explorer ให้คลิก รีเซ็ต จากนั้นคลิก รีเซ็น อีกครั้ง
  5. รอจนกว่าการตั้งค่า Internet Explorer จะรีเซ็ตเสร็จ แล้วคลิก ตกลง
  6. เปิด Internet Explorer
  7. เปิด Microsoft Security Essentials แล้วคลิกแท็บ อัปเดต จากนั้นคลิก อัปเดต หากปัญหายังคงมีอยู่ ให้ไปยังขั้นตอนถัดไป

ขั้นตอนที่ 2: ตั้ง Internet Explorer เป็นเว็บเบราว์เซอร์เริ่มต้น

  1. ออกจากโปรแกรมที่เปิดอยู่ทั้งหมด รวมถึง Internet Explorer
  2. คลิก เริ่ม จากนั้นที่กล่องเริ่มค้นหา ให้พิมพ์ inetcpl.cpl แล้วกด Enter
  3. ในกล่องโต้ตอบ ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต ให้คลิกแท็บ โปรแกรม
  4. ที่ใต้ เว็บเบราว์เซอร์เริ่มต้น ให้ ตั้งเป็นค่าเริ่มต้น คลิก ตกลง
  5. เปิด Microsoft Security Essentials คลิกแท็บ อัปเดต แล้วคลิก อัปเดต หากปัญหายังคงมีอยู่ ให้ไปยังขั้นตอนถัดไป

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบว่าวันที่และเวลาได้ตั้งค่าอย่างถูกต้องบนพีซีของคุณ

  1. เปิด Microsoft Security Essentials
  2. หากข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่คุณได้รับประกอบไปด้วยรหัส 0x80072f8f แสดงว่าปัญหานี้มีแนวโน้มว่าจะเกิดจากการตั้งค่าวันที่หรือเวลาที่ไม่ถูกต้องในพีซีของคุณ
  3. เมื่อต้องการรีเซ็ตการตั้งค่าวันที่และเวลาของพีซีของคุณ ให้ทำตามขั้นตอนใน แก้ไขทางลัดเดสก์ท็อปที่ไม่สมบูรณ์และงานบำรุงรักษาระบบทั่วไป

ขั้นตอนที่ 4 เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์ Software Distribution บนพีซีของคุณ

  1. หยุดบริการอัปเดตอัตโนมัติ
    1. คลิก เริ่ม คลิก เรียกใช้ พิมพ์ services.msc แล้วคลิก ตกลง
    2. คลิกขวาที่บริการ อัปเดตอัตโนมัติ จากนั้น คลิก หยุด
    3. ย่อ Snap-in ของบริการให้เล็กที่สุด
  2. หากข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่คุณได้รับประกอบไปด้วยรหัส 0x80072f8f แสดงว่าปัญหานี้มีแนวโน้มว่าจะเกิดจากการตั้งค่าวันที่หรือเวลาที่ไม่ถูกต้องในพีซีของคุณ
  3. เปลี่ยนชื่อของไดเรกทอรี SoftwareDistribution ให้เป็นดังต่อไปนี้
    1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก เรียกใช้ ชนิด cmd จากนั้นคลิก ตกลง
    2. พิมพ์ cd %windir% แล้วกด Enter
    3. พิมพ์ ren SoftwareDistribution SDTemp แล้วกด Enter
    4. พิมพ์ exit แล้วกด Enter
  4. เริ่มบริการอัปเดตอัตโนมัติดังต่อไปนี้
    1. ขยาย Snap-in ของบริการให้ใหญ่ที่สุด
    2. คลิกขวาที่บริการ อัปเดตอัตโนมัติ จากนั้น คลิก เริ่ม
    3. ปิดหน้าต่าง Snap-in ของบริการ

ขั้นตอนที่ 5 รีเซ็ตเครื่องมือการอัปเดตโปรแกรมป้องกันไวรัสของ Microsoft บนพีซีของคุณ

  1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก โปรแกรมทั้งหมด ต่อด้วยคลิก เบ็ดเตล็ด คลิกขวาที่ พร้อมท์คำสั่ง จากนั้นเลือก เรียกใช้ในฐานะผู้ดูแล
  2. ในหน้าต่าง พร้อมท์คำสั่ง ให้พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้แล้วกด Enter ท้ายแต่ละคำสั่ง:
    • Cd\
    • Cd program files\microsoft security essentials
    • Mpcmdrun –removedefinitions –all
    • Exit
  3. รีสตาร์ตพีซีของคุณ
  4. เปิด Microsoft Security Essentials แล้วคลิกแท็บ อัปเดต จากนั้นคลิก อัปเดต หากปัญหายังคงมีอยู่ ให้ไปยังขั้นตอนถัดไป

ขั้นตอนที่ 6: ติดตั้งข้อมูลอัปเดตข้อกำหนดเกี่ยวกับไวรัสและสปายแวร์ด้วยตนเอง

  • หากคุณกำลังใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows แบบ 32 บิต คุณสามารถดาวน์โหลดอัปเดตล่าสุดได้ด้วยตนเองที่ http://go.microsoft.com/fwlink/?LinkID=87342
  • หากคุณกำลังใช้งานระบบปฏิบัติการ Windows แบบ 64 บิต คุณสามารถดาวน์โหลดอัปเดตล่าสุดได้ด้วยตนเองที่ http://go.microsoft.com/fwlink/?LinkID=87341
คลิก เรียกใช้ อัปเดตล่าสุดได้รับการติดตั้งลงในพีซีของคุณด้วยตนเองแล้ว

ขั้นตอนที่ 7: ติดต่อบริการสนับสนุน

หากขั้นตอนไม่สามารถแก้ปัญหา ให้ติดต่อฝ่ายสนับสนุน สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู ฝ่ายสนับสนุนลูกค้า





คุณสมบัติ

รหัสบทความ: 17451 - การตรวจสอบครั้งสุดท้าย: 14 ก.ย. 2016 - ฉบับแก้ไข: 2

คำติชม