ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
การสนับสนุน
ลงชื่อเข้าใช้
วิธีการแก้ไขข้อผิดพลาด #N/A

วิธีการแก้ไขข้อผิดพลาด #N/A

โดยทั่วไป ข้อผิดพลาด #N/A จะระบุว่าสูตรไม่พบสิ่งที่ขอให้ค้นหา

วิธีแก้ไขยอดนิยม

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของข้อผิดพลาด #N/A จะเกี่ยวกับฟังก์ชัน VLOOKUP, HLOOKUP, LOOKUP หรือ MATCH ถ้าสูตรไม่สามารถค้นหาค่าอ้างอิงได้ ตัวอย่างเช่น ค่าการค้นหาของคุณไม่มีอยู่ในข้อมูลต้นฉบับ

ไม่มีค่าค้นหาอยู่  สูตรในเซลล์ E2 คือ =VLOOKUP(D2,$D$6:$E$8,2,FALSE)  ไม่พบค่า Banana ดังนั้น สูตรจะส่งกลับข้อผิดพลาด #N/A

ในกรณีนี้ จะไม่มี “Banana” แสดงอยู่ในตารางค้นหา ดังนั้น VLOOKUP จะส่งกลับคข้อผิดพลาด #N/A

วิธีการแก้ไข : ตรวจสอบให้แน่ใจว่าค่าการค้นหามีอยู่ในข้อมูลต้นฉบับ หรือใช้ตัวจัดการข้อผิดพลาด เช่น IFERROR ในสูตร ตัวอย่างเช่น =IFERROR(FORMULA(),0) ที่ระบุว่า:

  • =IF(สูตรของคุณประเมินเป็นข้อผิดพลาด แล้วแสดง 0 มิฉะนั้น จะแสดงผลลัพธ์ของสูตร)

คุณสามารถใช้ “” เพื่อไม่แสดงสิ่งใดเลย หรือแทนที่ข้อความของคุณเอง: =IFERROR(FORMULA(),”ข้อความแสดงข้อผิดพลาดที่นี่”)

ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไรในตอนนี้หรือคุณต้องต้องการการช่วยเหลือแบบใด คุณสามารถค้นหาคำถามที่คล้ายกันใน กระดานสนทนาชุมชนของ Excel หรือโพสต์คำถามของคุณเอง

ถ้าคุณต้องการไปต่อ รายการตรวจสอบต่อไปนี้จะให้ขั้นตอนการแก้ไขปัญหาชั่วคราวที่ช่วยตรวจสอบว่าสูตรของคุณมีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง

ค่าการค้นหาและข้อมูลต้นฉบับเป็นชนิดข้อมูลที่ต่างกัน ตัวอย่างเช่น คุณพยายามให้ VLOOKUP อ้างอิงตัวเลข แต่ข้อมูลต้นฉบับถูกจัดเก็บเป็นข้อความ

ชนิดของค่าไม่ถูกต้อง  ตัวอย่างแสดงสูตร VLOOKUP ที่ส่งกลับข้อผิดพลาด #N/A เนื่องจากรายการค้นหาถูกจัดรูปแบบเป็ฯตัวเลข แต่ตารางค้นหาถูกจัดรูปแบบเป็นข้อความ

วิธีการแก้ไข : ตรวจสอบให้แน่ใจว่าชนิดข้อมูลเหมือนกัน คุณสามารถตรวจสอบรูปแบบเซลล์โดยการเลือกเซลล์หรือช่วงของเซลล์ แล้วคลิกขวาแล้วเลือก จัดรูปแบบเซลล์>ตัวเลข(หรือกด Ctrl+1) แล้วเปลี่ยนรูปแบบตัวเลขถ้าจําเป็น

กล่องโต้ตอบจัดรูปแบบเซลล์กำลังแสดงแท็บตัวเลขและเลือกตัวเลือกข้อความไว้

เคล็ดลับ: ถ้าคุณต้องการบังคับการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของทั้งคอลัมน์ ก่อนอื่น ให้นำรูปแบบที่คุณต้องการไปใช้ จากนั้น คุณจะสามารถใช้ ข้อมูล > แปลงข้อความเป็นคอลัมน์ > เสร็จสิ้น

คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน TRIM เพื่อ เอาช่องว่างหน้าหรือต่อท้ายออก ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้ TRIM ซ้อนกันภายในฟังก์ชัน VLOOKUP เพื่อเอาช่องว่างหน้าออกจากชื่อใน A2:A7 และส่งกลับชื่อแผนก

การใช้ VLOOKUP กับตัดแต่งในสูตรอาร์เรย์เพื่อนำช่องว่างนำหน้า/ต่อท้ายออก  สูตรในเซลล์ E3 คือ {=VLOOKUP(D2,TRIM(A2:B7),2,FALSE)} และจำเป็นต้องใส่ด้วย CTRL+SHIFT+ENTER

=VLOOKUP(D2,TRIM(A2:B7),2,FALSE)

หมายเหตุ: 24 กันยายน 2018 - สูตรอาร์เรย์แบบไดนามิก - ถ้าคุณมี Microsoft 365 เวอร์ชันปัจจุบันและอยู่ในแชนเนลการเผยแพร่ Insider ที่เร็วก่อนใคร คุณจะสามารถป้อนสูตรในเซลล์ด้านบนซ้ายของช่วงผลลัพธ์ แล้วกด Enter เพื่อยืนยันสูตรเป็นสูตรอาร์เรย์แบบไดนามิกได้ มิฉะนั้น ต้องใส่สูตรเป็นสูตรอาร์เรย์ดั้งเดิม โดยเลือกช่วงผลลัพธ์ ป้อนสูตรในเซลล์ด้านบนซ้ายของช่วงผลลัพธ์ แล้วกด Ctrl + Shift + Enter เพื่อยืนยัน Excel จะแทรกวงเล็บปีกกาที่จุดเริ่มต้นและส่วนท้ายของสูตรให้คุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสูตรอาร์เรย์ ดูที่ คำแนะนำและตัวอย่างของสูตรอาร์เรย์

ตามค่าเริ่มต้น ฟังก์ชันที่ค้นหาข้อมูลในตารางต้องถูกเรียงลำดับตามลำดับน้อยไปหามาก อย่างไรก็ตาม ฟังก์ชันเวิร์กชีต VLOOKUP และ HLOOKUP จะมีอาร์กิวเมนต์ range_lookup ที่แนะนำฟังก์ชันในการค้นหาค่าที่ตรงกัน แม้ว่าจะไม่ได้จัดเรียงตาราง เมื่อต้องการค้นหาค่าที่ตรงกัน ให้ตั้งค่าอาร์กิวเมนต์ range_lookup เป็น FALSE โปรดทราบว่าการใช้ TRUE ที่บอกให้ฟังก์ชันค้นหาค่าที่ตรงกันโดยประมาณ นอกจากอาจทำให้ได้ผลลัพธ์ #N/A แล้ว ยังอาจส่งกลับผลลัพธ์ที่ผิดพลาดตามที่เห็นในตัวอย่างต่อไปนี้

ตัวอย่างของการใช้ VLOOKUP กับอาร์กิวเมนต์ TRUE range_lookup สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ผิดพลาด

ในตัวอย่างนี้ "Banana" จะส่งกลับข้อผิดพลาด #N/A "แพร์" จะส่งกลับราคาที่ไม่ถูกต้อง สาเหตุมาจากการใช้อาร์กิวเมนต์ TRUE ซึ่งบอกให้ VLOOKUP ค้นหาค่าที่ตรงกันโดยประมาณแทนค่าที่ตรงกันทั้งหมด ค่าที่ใกล้เคียงของ "Banana" และ "Pear" มาก่อน "Peach" ตามตัวอักษร ในกรณีนี้ การใช้ VLOOKUP กับอาร์กิวเมนต์ FALSE จะส่งกลับราคาที่ถูกต้องของ "แพร์" แต่ "Banana" จะยังคงมีผลเป็นข้อผิดพลาด #N/A เนื่องจากไม่มี "Banana" ที่สอดคล้องกันในรายการค้นหา

ถ้าคุณกำลังใช้ฟังก์ชัน MATCH ให้ลองเปลี่ยนค่าของอาร์กิวเมนต์ match_type เพื่อระบุลำดับการจัดเรียงของตาราง เมื่อต้องการหาข้อมูลที่ตรงกันทุกประการ ให้ตั้งค่าอาร์กิวเมนต์ match_type เป็น 0 (ศูนย์)

เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้ ดูให้แน่ใจว่าช่วงที่อ้างอิงโดยสูตรอาร์เรย์มีจำนวนแถวและคอลัมน์เท่ากันกับช่วงของเซลล์ที่มีสูตรอาร์เรย์ หรือใส่สูตรอาร์เรย์ลงในเซลล์ที่น้อยลงหรือมากขึ้นเพื่อให้ตรงกับการอ้างอิงช่วงในสูตร

ในตัวอย่างนี้ เซลล์ E2 มีช่วงการอ้างอิงที่ไม่ตรงกัน:

ตัวอย่างสูตรอาร์เรย์ที่มีการอ้างอิงช่วงที่ไม่ตรงกันจะทำให้เกิดข้อผิดพลาด #N/A  สูตรในเซลล์ E2 คือ {=SUM(IF(A2:A11=D2,B2:B5))} และต้องใส่ด้วย CTRL+SHIFT+ENTER

=SUM(IF(A2:A11=D2,B2:B5))

เมื่อต้องการให้สูตรคำนวณอย่างถูกต้อง จะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทั้งสองช่วงแสดงแถว 2 – 11

=SUM(IF(A2:A11=D2,B2:B11))

หมายเหตุ: 24 กันยายน 2018 - สูตรอาร์เรย์แบบไดนามิก - ถ้าคุณมี Microsoft 365 เวอร์ชันปัจจุบันและอยู่ในแชนเนลการเผยแพร่ Insider ที่เร็วก่อนใคร คุณจะสามารถป้อนสูตรในเซลล์ด้านบนซ้ายของช่วงผลลัพธ์ แล้วกด Enter เพื่อยืนยันสูตรเป็นสูตรอาร์เรย์แบบไดนามิกได้ มิฉะนั้น ต้องใส่สูตรเป็นสูตรอาร์เรย์ดั้งเดิม โดยเลือกช่วงผลลัพธ์ ป้อนสูตรในเซลล์ด้านบนซ้ายของช่วงผลลัพธ์ แล้วกด Ctrl + Shift + Enter เพื่อยืนยัน Excel จะแทรกวงเล็บปีกกาที่จุดเริ่มต้นและส่วนท้ายของสูตรให้คุณ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสูตรอาร์เรย์ ดูที่ คำแนะนำและตัวอย่างของสูตรอาร์เรย์

ตัวอย่างของ #N/A ที่ใส่ลงในเซลล์ ที่ป้องกันไม่ให้คำนวณสูตร SUM ได้อย่างถูกต้อง

ในกรณีนี้ พฤษภาคม-ธันวาคมมีค่า #N/A ดังนั้น จึงไม่สามารถคำนวณผลรวมได้และส่งกลับข้อผิดพลาด #N/A

เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้ ให้ตรวจสอบไวยากรณ์ของสูตรของฟังก์ชันที่คุณกำลังใช้ และใส่อาร์กิวเมนต์ที่จำเป็นทั้งหมดในสูตรที่ส่งกลับข้อผิดพลาด ซึ่งอาจต้องเข้าไปที่ Visual Basic Editor (VBE) เพื่อตรวจสอบฟังก์ชัน คุณสามารถเข้าถึง VBE จากแท็บนักพัฒนา หรือ ALT+F11

เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้ ให้ตรวจสอบว่าเวิร์กบุ๊กที่มีฟังก์ชันที่ผู้ใช้กำหนดเปิดอยู่ และฟังก์ชันนั้นทำงานอย่างถูกต้อง

เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้ ให้ตรวจสอบว่าอาร์กิวเมนต์ในฟังก์ชันนั้นถูกต้อง และถูกใช้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้ ให้กด Alt+Ctrl+F9 เพื่อคำนวณแผ่นงานใหม่

คุณสามารถใช้ตัวช่วยสร้างฟังก์ชันเพื่อช่วยถ้าคุณไม่แน่ใจเกี่ยวกับอาร์กิวเมนต์ที่เหมาะสม เลือกเซลล์ที่มีสูตรในคําถาม จากนั้นไปที่ แท็บ สูตรบน Ribbon แล้วกด แทรกฟังก์ชัน

ปุ่มแทรกฟังก์ชัน

Excel จะโหลดตัวช่วยสร้างให้คุณโดยอัตโนมัติ:

ตัวอย่างของกล่องโต้ตอบตัวช่วยสร้างสูตร

เมื่อคุณคลิกแต่ละอาร์กิวเมนต์ Excel จะให้ข้อมูลที่เหมาะสมสำหรับแต่ละรายการ

#N/A จะมีประโยชน์! หลักปฏิบัติทั่วไปในการใช้ #N/A เมื่อใช้ข้อมูลเช่นตัวอย่างต่อไปนี้ของแผนภูมิ เนื่องจาก#N/A จะไม่ลงจุดบนแผนภูมิ ต่อไปนี้คือตัวอย่างของลักษณะของแผนภูมิที่มีค่า 0 และ 0 #N/A

ตัวอย่างของแผนภูมิเส้นที่ลงจุดค่า 0

ในตัวอย่างก่อนหน้า คุณจะเห็นว่าค่า 0 ได้ลงจุดและแสดงเป็นเส้นแนวราบที่ด้านล่างของแผนภูมิ จากนั้นจะแสดงผลรวม ในตัวอย่างต่อไปนี้ คุณจะเห็นค่า 0 ถูกแทนที่ด้วย #N/A

ตัวอย่างของแผนภูมิเส้นที่ไม่ได้ลงจุดค่า #N/A

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อผิดพลาด #NA ที่ปรากฏในฟังก์ชันที่เจาะจง ดูได้ที่หัวข้อด้านล่าง:

ด้านบนของหน้า

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมไหม

คุณสามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญใน Excel Tech Community ขอความช่วยเหลือใน Answers community หรือแนะนำฟีเจอร์ใหม่หรือการปรับปรุงบน Excel User Voice

ดูเพิ่มเติม

แปลงตัวเลขที่เก็บเป็นข้อความให้เป็นตัวเลข

ฟังก์ชัน VLOOKUP

ฟังก์ชัน HLOOKUP

ฟังก์ชัน LOOKUP

ฟังก์ชัน MATCH

ภาพรวมของสูตรใน Excel

วิธีการหลีกเลี่ยงสูตรที่ใช้งานไม่ได้

ตรวจหาข้อผิดพลาดในสูตร

แป้นพิมพ์ลัดใน Excel

ฟังก์ชัน Excel ทั้งหมด (เรียงล>บตัวอักษร)

ฟังก์ชัน Excel ทั้งหมด (ตามประเภท)

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่

ขยายทักษะ Office ของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×