ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
การสนับสนุน
ลงชื่อเข้าใช้

วิธีแก้ไขข้อผิดพลาด #REF!

ข้อผิดพลาด #REF! จะแสดงเมื่อสูตรอ้างอิงไปยังเซลล์ที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยที่สุดเมื่อเซลล์ที่ถูกอ้างอิงโดยสูตรถูกลบหรือวางบนเซลล์นั้น

ตัวอย่างเช่น - ข้อผิดพลาด #REF! เกิดจากการลบคอลัมน์

ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้สูตร =SUM(B2,C2,D2) ในคอลัมน์ E

สูตรที่ใช้การอ้างอิงเซลล์ที่ไม่เหมาะสม เช่น =SUM(B2,C2,D2) สามารถก่อให้เกิดข้อผิดพลาด #REF! ถ้าลบคอลัมน์

ถ้าคุณต้องลบคอลัมน์ B, C หรือ D จะทําให้เกิด#REF! ข้อผิดพลาด ในกรณีนี้ เราจะลบคอลัมน์ C (ยอดขาย 2007) และสูตรจะอ่าน=SUM(B2,#REF!,C2) เมื่อคุณใช้การอ้างอิงเซลล์แบบตายตัวเช่นนี้ (ซึ่งคุณอ้างอิงแต่ละเซลล์ โดยคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค) และลบแถวหรือคอลัมน์ที่อ้างอิง Excel ไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้นจึงส่งกลับ#REF! ข้อผิดพลาด นี่คือเหตุผลหลักว่าเหตุใดจึงไม่ควรใช้การอ้างอิงเซลล์ที่ชัดเจนในฟังก์ชัน

ตัวอย่างของข้อผิดพลาด #REF! ที่มีเหตุมาจากการลบคอลัมน์

วิธีแก้ไข

  • ถ้าคุณบังเอิญลบแถวหรือคอลัมน์ คุณสามารถคลิกปุ่มเลิกทำบนแถบเครื่องมือด่วนได้ทันที (หรือกด CTRL+Z) เพื่อคืนค่า

  • ปรับสูตรเพื่อให้ใช้การอ้างอิงช่วงแทนแต่ละเซลล์ เช่น=SUM(B2:D2) ตอนนี้คุณสามารถลบคอลัมน์ใดๆ ภายในช่วงผลรวมและ Excel จะปรับสูตรโดยอัตโนมัติ คุณยังสามารถใช้ =SUM(B2:B5) เป็นผลรวมของแถวได้

ตัวอย่างเช่น - VLOOKUP ที่มีการอ้างอิงช่วงที่ไม่ถูกต้อง

ในตัวอย่างต่อไปนี้ =VLOOKUP(A8,A2:D5,5,FALSE) จะส่งกลับข้อผิดพลาด #REF! เนื่องจากกำลังค้นหาค่าเพื่อส่งกลับจากคอลัมน์ 5 แต่ช่วงการอ้างอิงคือ A:D ซึ่งมีเพียง 4 คอลัมน์เท่านั้น

ตัวอย่างของสูตร VLOOKUP ที่มีช่วงที่ไม่ถูกต้อง  สูตรคือ =VLOOKU(A8,A2:D5,5,FALSE)  ไม่มีคอลัมน์ที่ห้าในช่วง VLOOKUP 5 จึงก่อให้เกิดข้อผิดพลาด #REF!

วิธีแก้ไข

ปรับช่วงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือลดค่าการค้นหาคอลัมน์ให้ตรงกับช่วงการอ้างอิง =VLOOKUP(A8,A2:E5,5,FALSE) จะเป็นช่วงการอ้างอิงที่ถูกต้อง เช่นเดียวกับ =VLOOKUP(A8,A2:D5,4,FALSE)

ตัวอย่างเช่น - INDEX ที่มีการอ้างอิงแถวหรือคอลัมน์ที่ไม่ถูกต้อง

ในตัวยอ่างนี้ สูตร =INDEX(B2:E5,5,5) ส่งกลับข้อผิดพลาด #REF! เนื่องจากช่วง INDEX มี 4 แถวคูณ 4 คอลัมน์ แต่สูตรกำลังขอให้ส่งกลับสิ่งที่อยู่ในแถวที่ 5 และคอลัมน์ที่ 5

ตัวอย่างของสูตร INDEX ที่มีการอ้างอิงช่วงที่ไม่ถูกต้อง  สูตรคือ =INDEX(B2:E5,5,5) แต่ช่วงจะมีเพียง 4 แถว 4 คอลัมน์เท่านั้น

วิธีแก้ไข

ปรับการอ้างอิงแถวหรือคอลัมน์เพื่อให้การอ้างอิงเหล่านั้นอยู่ภายในช่วงการค้นหา INDEX =INDEX(B2:E5,4,4) จะส่งกลับผลลัพธ์ที่ถูกต้อง

ตัวอย่างเช่น – การอ้างอิงเวิร์กบุ๊กที่ปิดอยู่ด้วย INDIRECT

ในตัวอย่างต่อไปนี้ ฟังก์ชัน INDIRECT จะพยายามอ้างอิงเวิร์กบุ๊กที่ปิดอยู่ ซึ่งก่อให้เกิดข้อผิดพลาด #REF!

ตัวอย่างของข้อผิดพลาด #REF! ที่มีเหตุมาจาก INDIRECT ที่อ้างอิงเวิร์กบุ๊กแบบปิด

วิธีแก้ไข

เปิดเวิร์กบุ๊กที่อ้างอิง คุณจะพบข้อผิดพลาดเดียวกันถ้าคุณอ้างอิงเวิร์กบุ๊กที่ปิดอยู่ด้วย ฟังก์ชันอาร์เรย์แบบไดนามิก

ปัญหา OLE

ถ้าคุณใช้ลิงก์ Object Linking and Embedding (OLE) ที่กำลังส่งกลับข้อผิดพลาด #REF! จากนั้น เริ่มโปรแกรมที่ลิงก์กำลังเรียกใช้

หมายเหตุ: OLE คือเทคโนโลยีที่คุณสามารถใช้เพื่อแชร์ข้อมูลระหว่างโปรแกรม

ปัญหา DDE

ถ้าคุณใช้หัวข้อ Dynamic Data Exchange (DDE) ที่กำลังส่งกลับข้อผิดพลาด #REF! ก่อนอื่น ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้อ้างอิงหัวข้อที่ถูกต้อง ถ้าคุณยังคงได้รับ#REF! ให้ตรวจสอบการตั้งค่าศูนย์ความเชื่อถือของคุณเกี่ยวกับเนื้อหาภายนอกตามที่ได้จัดเค้าร่างในการบล็อกหรือยกเลิกการบล็อกเนื้อหาภายนอกในเอกสาร Office

หมายเหตุ: Dynamic Data Exchange (DDE)คือโพรโตคอลที่สร้างไว้เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโปรแกรมที่ใช้ Microsoft Windows

ปัญหาเกี่ยวกับแมโคร

ถ้าแมโครใส่ฟังก์ชันบนเวิร์กชีตที่อ้างอิงไปยังเซลล์ที่อยู่เหนือฟังก์ชัน และเซลล์ที่มีฟังก์ชันอยู่ในแถวที่ 1 ฟังก์ชันจะ#REF! เนื่องจากไม่มีเซลล์อยู่เหนือแถวที่ 1 ตรวจสอบฟังก์ชันเพื่อดูว่าอาร์กิวเมนต์อ้างอิงไปยังเซลล์หรือช่วงของเซลล์ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ ซึ่งอาจต้องแก้ไขแมโครใน Visual Basic Editor (VBE) เพื่อเข้าบัญชีสถานการณ์นั้น

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมไหม

คุณสามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญใน Excel Tech Community ขอความช่วยเหลือใน Answers community หรือแนะนำฟีเจอร์ใหม่หรือการปรับปรุงบน Excel User Voice

ดูเพิ่มเติม

ภาพรวมของสูตรใน Excel

วิธีการหลีกเลี่ยงสูตรที่ใช้งานไม่ได้

ตรวจหาข้อผิดพลาดในสูตร

ฟังก์ชันของ Excel (เรียงลำดับตามตัวอักษร)

ฟังก์ชันของ Excel (เรียงตามประเภท)

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่

ขยายทักษะ Office ของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×