ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก
การสนับสนุน
ลงชื่อเข้าใช้
สูตรและฟังก์ชัน

COUNTIF (ฟังก์ชัน COUNTIF)

COUNTIF (ฟังก์ชัน COUNTIF)

ใช้ COUNTIF ซึ่งเป็นหนึ่งใน ฟังก์ชันทางสถิติ เพื่อนับจำนวนของเซลล์ที่ตรงตามเกณฑ์ ตัวอย่างเช่น เมื่อต้องการนับจำนวนครั้งที่เมืองแต่ละเมืองปรากฏในรายการลูกค้า

ในรูปแบบที่ง่ายที่สุด COUNTIF จะระบุว่า:

  • =COUNTIF(คุณต้องการค้นหาที่ใด คุณต้องการค้นหาอะไร)

ตัวอย่างเช่น

  • =COUNTIF(A2:A5,"London")

  • =COUNTIF(A2:A5,A4)

เบราว์เซอร์ของคุณไม่สนับสนุนวิดีโอ

COUNTIF(range, criteria)

ชื่ออาร์กิวเมนต์

คำอธิบาย

ช่วง    (จำเป็น)

กลุ่มของเซลล์ที่คุณต้องการนับ ช่วง สามารถประกอบด้วยตัวเลข อาร์เรย์ ช่วงที่มีชื่อ หรือการอ้างอิงที่มีตัวเลข ในขณะที่ค่าว่างและข้อความจะถูกละเว้น

เรียนรู้วิธีเลือกช่วงในเวิร์กชีต

เกณฑ์    (จำเป็น)

ตัวเลข นิพจน์ การอ้างอิงเซลล์ หรือสตริงข้อความที่ใช้กำหนดเซลล์ที่จะถูกนับรวมด้วย

ตัวอย่างเช่น คุณสามารถใช้ตัวเลข เช่น 32, การเปรียบเทียบ เช่น ">32", เซลล์ เช่น B4 หรือคำ เช่น "apples"

COUNTIF จะใช้เกณฑ์เดียวเท่านั้น ถ้าคุณต้องการใช้หลายเกณฑ์ ให้ใช้ COUNTIFS

ตัวอย่าง

เมื่อต้องการใช้ตัวอย่างเหล่านี้ใน Excel ให้คัดลอกข้อมูลในตารางด้านล่าง แล้ววางลงในเซลล์ A1 ของเวิร์กชีตใหม่

ข้อมูล

ข้อมูล

apples

32

oranges

54

peaches

75

apples

86

สูตร

คำอธิบาย

=COUNTIF(A2:A5,"apples")

นับจำนวนเซลล์ที่มี apples ในเซลล์ A2 ถึง A5 ผลลัพธ์คือ 2

=COUNTIF(A2:A5,A4)

นับจำนวนเซลล์ที่มี peaches (ค่าใน A4) ในเซลล์ A2 ถึง A5 ผลลัพธ์คือ 1

=COUNTIF(A2:A5,A2)+COUNTIF(A2:A5,A3)

นับจํานวน apples (ค่าใน A2) และ oranges (ค่าใน A3) ในเซลล์ A2 ถึง A5 ผลลัพธ์ที่ได้คือ 3 สูตรนี้ใช้ COUNTIF สองครั้งเพื่อระบุเกณฑ์หลายเกณฑ์ หนึ่งเกณฑ์ต่อนิพจน์ คุณยังสามารถใช้ฟังก์ชันCOUNTIFS

=COUNTIF(B2:B5,">55")

นับจำนวนเซลล์ที่มีค่ามากกว่า 55 ในเซลล์ B2 ถึง B5 ผลลัพธ์คือ 2

=COUNTIF(B2:B5,"<>"&B4)

นับจำนวนเซลล์ที่มีค่าไม่เท่ากับ 75 ในเซลล์ B2 ถึง B5 เครื่องหมาย และ (&) จะผสานกับตัวดำเนินการเปรียบเทียบ ไม่เท่ากับ (<>) และค่าใน B4 เพื่ออ่าน =COUNTIF(B2:B5,"<>75") ผลลัพธ์คือ 3

=COUNTIF(B2:B5,">=32")-COUNTIF(B2:B5,">85")

นับจำนวนเซลล์ที่มีค่ามากกว่า (>) หรือเท่ากับ (=) 32 และน้อยกว่า (<) หรือเท่ากับ (=) 85 ในเซลล์ B2 ถึง B5 ผลลัพธ์คือ 3

=COUNTIF(A2:A5,"*")

นับจำนวนเซลล์ที่มีข้อความใดๆ ก็ตามที่อยู่ในเซลล์ A2 ถึง A5 เครื่องหมายดอกจัน (*) จะถูกใช้เพื่อจับคู่ค่าที่ตรงกับอักขระใดๆ ผลลัพธ์คือ 4

=COUNTIF(A2:A5,"?????es")

นับจำนวนเซลล์ที่มี 7 อักขระพอดี และลงท้ายด้วยตัวอักษร “es” ในเซลล์ A2 ถึง A5 โดยเครื่องหมายคำถาม (?) ถูกใช้เป็นอักขระตัวแทนเพื่อให้ตรงกับอักขระแต่ละตัว ผลลัพธ์คือ 2

ปัญหาทั่วไป

ปัญหา

สิ่งที่ผิดพลาด

ค่าที่ส่งกลับสำหรับสตริงที่ยาวเกินไปไม่ถูกต้อง

ฟังก์ชัน COUNTIF จะส่งกลับผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้องเมื่อคุณใช้จับคู่สตริงที่ยาวกว่า 255 อักขระ

เมื่อต้องการจับคู่สตริงที่มีความยาวมากกว่า 255 อักขระ ให้ใช้ฟังก์ชัน CONCATENATE หรือใช้ตัวดำเนินการ & เรียงต่อกัน ตัวอย่างเช่น =COUNTIF(A2:A5,"สตริงยาว"&"สตริงยาวอื่น")

ไม่มีค่าส่งกลับเมื่อคุณคาดว่าจะมี

ตรวจสอบให้แน่ใจว่า คุณใส่อาร์กิวเมนต์ เกณฑ์ ในเครื่องหมายอัญประกาศ

สูตร COUNTIF ได้รับข้อผิดพลาด #VALUE! เมื่ออ้างถึงเวิร์กชีตอื่น

ข้อผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเมื่อสูตรที่มีฟังก์ชันอ้างอิงไปยังเซลล์หรือช่วงในเวิร์กบุ๊กที่ปิดและเซลล์ถูกคํานวณ ต้องเปิดเวิร์กบุ๊กอื่นเพื่อให้ฟีเจอร์นี้ได้ผล

หลักปฏิบัติที่ดีที่สุด

ให้ทำสิ่งนี้

สาเหตุ

โปรดทราบว่า COUNTIF จะไม่คำนึงถึงตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็กในสตริงข้อความ

เกณฑ์ จะไม่ตรงตามตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวอย่างเช่น สตริง "apples" และสตริง "APPLES" จะตรงกับเซลล์เดียวกัน

ใช้อักขระตัวแทน

คุณสามารถใช้อักขระตัวแทน เช่น เครื่องหมายคำถาม (?) และดอกจัน (*) ใน เกณฑ์ ได้ เครื่องหมายคำถามใช้แทนอักขระหนึ่งตัว ส่วนดอกจันใช้แทนอักขระหลายตัวติดกัน ถ้าคุณต้องการค้นหาเครื่องหมายคำถามหรือดอกจันจริงๆ ให้พิมพ์ เครื่องหมายตัวหนอน (~) ไว้หน้าอักขระ

ตัวอย่างเช่น =COUNTIF(A2:A5,"apple?") จะค้นหาอินสแตนซ์ทั้งหมดของ "apple" โดยอักษรตัวสุดท้ายสามารถแตกต่างกันได้

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลของคุณไม่มีอักขระที่ผิด

เมื่อนับค่าข้อความ ตรวจสอบให้แน่ใจว่า ข้อมูลไม่มีช่องว่างอยู่ข้างหน้า ไม่มีช่องว่างอยู่ข้างหลัง ไม่มีการใช้เครื่องหมายอัญประกาศแบบตรงและแบบโค้ง และไม่มีการใช้อักขระที่ไม่สามารถพิมพ์ออกมาได้ ถ้ามีกรณีเหล่านี้ ฟังก์ชัน COUNTIF อาจส่งกลับค่าที่ไม่คาดคิด

ลองใช้ ฟังก์ชัน CLEAN หรือ ฟังก์ชัน TRIM

โปรดใช้ช่วงที่มีชื่อเพื่อความสะดวก

COUNTIF สนับสนุนช่วงที่มีชื่อในสูตร (เช่น =COUNTIF(ผลไม้,">=32")-COUNTIF(ผลไม้,">85") ช่วงที่มีชื่ออาจอยู่ในเวิร์กชีตปัจจุบัน เวิร์กชีตอื่นในเวิร์กบุ๊กเดียวกัน หรือจากเวิร์กบุ๊กอื่น เมื่อต้องการอ้างอิงจากเวิร์กบุ๊กอื่น เวิร์กบุ๊กที่สองต้องเปิดอยู่ด้วย

หมายเหตุ: ฟังก์ชัน COUNTIF จะไม่นับเซลล์ตามพื้นหลังของเซลล์หรือสีฟอนต์ อย่างไรก็ตาม Excel สนับสนุนฟังก์ชันUser-Defined (UDFs) โดยใช้การดําเนินการ Microsoft Visual Basic for Applications (VBA) บนเซลล์ที่ยึดตามพื้นหลังหรือสีฟอนต์ นี่คือตัวอย่างวิธีที่คุณสามารถนับจํานวนเซลล์ด้วยสีของเซลล์ที่ระบุโดยใช้ VBA

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมไหม

คุณสามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญใน Excel Tech Community ขอความช่วยเหลือใน Answers community หรือแนะนำฟีเจอร์ใหม่หรือการปรับปรุงบน Excel User Voiceได้เสมอ

ดูเพิ่มเติม

เมื่อต้องการนับเซลล์ที่ไม่ว่าง ให้ใช้ฟังก์ชัน COUNTA

เมื่อต้องการนับเซลล์โดยใช้หลายเกณฑ์ ให้ใช้ฟังก์ชัน COUNTIFS

ดูวิดีโอเกี่ยวกับวิธีการใช้ฟังก์ชัน COUNTIFS

ฟังก์ชัน SUMIF จะรวมเฉพาะค่าที่ตรงกับเกณฑ์เพียงเกณฑ์เดียวเท่านั้น

ฟังก์ชัน SUMIFS จะรวมเฉพาะค่าที่ตรงกับเกณฑ์หลายเกณฑ์

ฟังก์ชัน IFS (Microsoft 365, Excel 2016 และใหม่กว่า)

ใช้ฟังก์ชัน TRIM เพื่อเอาช่องว่างแนวหน้าและต่อท้ายออกจากเซลล์

การใช้ฟังก์ชัน CLEAN เพื่อเอาอักขระที่ไม่พิมพ์ออกจากเซลล์

ภาพรวมของสูตรใน Excel

วิธีการหลีกเลี่ยงสูตรที่ใช้งานไม่ได้

ตรวจหาข้อผิดพลาดในสูตร

ฟังก์ชันทางสถิติ

ฟังก์ชัน Excel (เรียงลำดับตามตัวอักษร)

ฟังก์ชัน Excel (ตามประเภท)

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่

ขยายทักษะ Office ของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×