SUBSTITUTE (ฟังก์ชัน SUBSTITUTE)

บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับไวยากรณ์ของสูตรและการใช้ฟังก์ชัน SUBSTITUTE ใน Microsoft Excel

คำอธิบาย

แทนที่ค่า old_text ด้วย new_text ในสตริงข้อความ ให้ใช้ฟังก์ชัน SUBSTITUTE เมื่อคุณต้องการแทนที่ข้อความที่ระบุในสตริงข้อความ และใช้ฟังก์ชัน REPLACE เมื่อคุณต้องการแทนที่ข้อความใดๆ ที่ปรากฏในตำแหน่งที่ตั้งที่ระบุในสตริงข้อความ

ไวยากรณ์

SUBSTITUTE(text, old_text, new_text, [instance_num])

ไวยากรณ์ของฟังก์ชัน SUBSTITUTE มีอาร์กิวเมนต์ดังนี้

  • Text    (ต้องระบุ) คือข้อความหรือการอ้างอิงเซลล์ที่มีข้อความที่คุณต้องการแทนที่อักขระ

  • Old_text    (ต้องระบุ) คือข้อความที่คุณต้องการแทนที่

  • New_text    (ต้องระบุ) คือข้อความที่คุณต้องการนำมาแทนที่ old_text

  • Instance_num    (ระบุหรือไม่ก็ได้) คือการระบุว่า old_text ใดที่คุณต้องการแทนที่ด้วย new_text ถ้าคุณระบุ instance_num จะมีการแทนที่เฉพาะ old_text ที่ระบุไว้เท่านั้น มิฉะนั้น old_text ทุกส่วนของข้อความจะถูกเปลี่ยนเป็น new_text

ตัวอย่าง

คัดลอกข้อมูลตัวอย่างในตารางต่อไปนี้ และวางในเซลล์ A1 ของเวิร์กชีต Excel ใหม่ เพื่อให้สูตรแสดงผลลัพธ์ ให้เลือกสูตร กด F2 แล้วกด Enter ถ้าต้องการ คุณสามารถปรับความกว้างของคอลัมน์เพื่อดูข้อมูลทั้งหมด

ข้อมูล

Sales Data

<

Quarter 1, 2008

<

Quarter 1, 2011

<

สูตร

คำอธิบาย (ผลลัพธ์)

ผลลัพธ์

=SUBSTITUTE(A2, "Sales", "Cost")

เอา Cost ไปแทนที่ Sales (Cost Data)

Cost Data

=SUBSTITUTE(A3, "1", "2", 1)

แทนที่ "1" ตัวแรกด้วย "2" (Quarter 2, 2008)

Quarter 2, 2008

=SUBSTITUTE(A4, "1", "2", 3)

แทนที่ "1" ตัวที่สามด้วย "2" (Quarter 1, 2012)

Quarter 1, 2012

ดูเพิ่มเติม

ฟังก์ชัน REPLACE, REPLACEB

TRIM (ฟังก์ชัน TRIM)

ก้าวล้ำหน้าไปกับ Microsoft 365

ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่

ขยายทักษะ Office ของคุณ
สำรวจการฝึกอบรม
รับฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร
เข้าร่วม Office Insider

ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ!

ขอขอบคุณสำหรับคำติชมของคุณ! เราคิดว่าอาจเป็นประโยชน์ที่จะให้คุณได้ติดต่อกับหนึ่งในตัวแทนฝ่ายสนับสนุน Office ของเรา

×