แก้ไขข้อผิดพลาดของ Windows Update

คำแนะนำแบบเป็นขั้นตอนนี้มีการทำงานอย่างไร

คำแนะนำแบบเป็นขั้นตอนนี้แสดงขั้นตอนในการแก้ไขปัญหาเมื่อมีการติดตั้งการอัปเดต รหัสข้อผิดพลาดที่มักพบเห็นได้มีดังนี้ 0x80073712, 0x800705B4, 0x80004005, 0x8024402F, 0x80070002, 0x80070643, 0x80070003, 0x8024200B, 0x80070422, 0x80070020 ขั้นตอนเหล่านี้น่าจะช่วยแก้ปัญหาข้อผิดพลาดทั้งหมดได้ และไม่ใช่แค่ที่อยู่ในรายการ

มีการทำงานอย่างไร

เราจะพาคุณไปชมชุดขั้นตอนในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ Windows ของคุณทันสมัย โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณทำตามขั้นตอนตามลำดับ

คุณได้รับข้อผิดพลาดใน Windows เวอร์ชันใด
ถ้าคุณไม่ทราบ ให้ดูฉันกำลังใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ใด
คุณได้รับข้อผิดพลาดใน Windows เวอร์ชันใด
ถ้าคุณไม่ทราบ ให้ดูฉันกำลังใช้ระบบปฏิบัติการ Windows ใด
เรียกใช้ตัวแก้ปัญหาเครือข่าย (นำออกแล้ว)
อันดับแรก ให้เรียกใช้ตัวแก้ปัญหาเครือข่ายเพื่อยืนยันว่าปัญหานี้เกิดจากเครือข่าย 
  1. คลิก http://aka.ms/diag_networking10 เพื่อดาวน์โหลดไฟล์ diagcab จากนั้นคลิก เปิด ในหน้าต่างป็อปอัพ
  2. คลิก ถัดไป เพื่อตรวจหาปัญหาเครือข่าย
  3. ทำตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้างเพื่อวิเคราะห์และแก้ปัญหาเครือข่ายของคุณ
  4. ลองเรียกใช้ Windows Update อีกครั้ง

วิธีนี้แก้ปัญหาของคุณได้หรือไม่

เรียกใช้ตัวแก้ปัญหาเครือข่าย
วิธีมีดังนี้:

  1. กดปุ่มโลโก้ Windows แล้วพิมพ์ปัญหาเครือข่าย จากนั้นเลือก ระบุและแก้ไขปัญหาเครือข่าย จากรายการ 
  2. ทำตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้างเพื่อวินิจฉัยและแก้ปัญหาเครือข่ายของคุณ
  3. เรียกใช้ Windows Update อีกครั้ง
วิธีนี้แก้ปัญหาได้หรือไม่  
เรียกใช้ตัวแก้ปัญหาเครือข่าย
วิธีมีดังนี้:

  1. คลิกขวาที่ไอคอนเครือข่ายในบริเวณการแจ้งเตือน จากนั้นเลือก แก้ปัญหา 
  2. ทำตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้างเพื่อวินิจฉัยและแก้ปัญหาเครือข่ายของคุณ
  3. เรียกใช้ Windows Update อีกครั้ง

วิธีนี้แก้ปัญหาได้หรือไม่
เรียกใช้ตัวแก้ปัญหา Windows Update
วิธีมีดังนี้:

  1. ดาวน์โหลดตัวแก้ไขปัญหาการอัปเดต Windows จากนั้นเลือก เปิด หรือ บันทึก ในหน้าต่างป็อปอัพ
  2. เลือก ถัดไป และทำตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้างเพื่อค้นหาและแก้ปัญหาด้วย Windows Update

วิธีนี้แก้ปัญหาได้หรือไม่

เรียกใช้ตัวแก้ปัญหา Windows Update
วิธีมีดังนี้:

  1. ดาวน์โหลดตัวแก้ไขปัญหาการอัปเดต Windows จากนั้นเลือก  เปิด หรือ บันทึก ในหน้าต่างป็อปอัพ
  2. เลือก ถัดไป และทำตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้างเพื่อค้นหาและแก้ปัญหาด้วย Windows Update

วิธีนี้แก้ปัญหาได้หรือไม่

เรียกใช้ตัวแก้ปัญหา Windows Update
วิธีมีดังนี้:

  1. ดาวน์โหลดตัวแก้ไขปัญหาการอัปเดต Windows จากนั้นเลือก  เปิด หรือ บันทึก ในหน้าต่างป็อปอัพ
  2. เลือก ถัดไป และทำตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้างเพื่อค้นหาและแก้ปัญหาด้วย Windows Update

วิธีนี้แก้ปัญหาได้หรือไม่

เรียกใช้คำสั่ง DISM
  1. เปิดพร้อมท์คำสั่งด้วยสิทธิ์ผู้ดูแล ในการทำเช่นนี้ ให้คลิกขวาที่ปุ่ม Windows จากนั้นเลือก พร้อมท์คำสั่ง (ผู้ดูแลระบบ)  หากคุณได้รับการพร้อมท์ให้ป้อนรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบหรือยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือคลิก อนุญาต หรือ ใช่
  2. พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ จากนั้นกด Enter
    DISM.exe /Online /Cleanup-image /Restorehealth
  3. DISM.exe /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth /Source:C:\RepairSource\Windows /LimitAccess
  4. พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ จากนั้นกด Enter
    sfc /scannow
  5. ปิดพร้อมท์คำสั่ง จากนั้นเรียกใช้ Windows Update อีกครั้ง

วิธีนี้แก้ปัญหาได้หรือไม่
รีเซ็ตหรือติดตั้ง Windows ใหม่
หากขั้นตอนก่อนหน้าไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ คุณจำเป็นต้องรีเซ็ตหรือติดตั้ง Windows ใหม่ ให้ดู ตัวเลือกการกู้คืนใน Windows 10

วิธีนี้แก้ปัญหาได้หรือไม่
ปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว
เรารู้สึกยินดีที่ปัญหา Windows Update ของคุณได้รับการแก้ไขแล้ว
ยังคงมีปัญหาอยู่ใช่ไหม

เราขออภัยที่ปัญหาของคุณไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยคู่มือนี้ โปรดติดต่อ Answer Desk หากคุณต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม

รีเซ็ตหรือติดตั้ง Windows ใหม่
ถ้าขั้นตอนดังต่อไปนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ คุณต้องรีเซ็ตหรือติดตั้ง Windows ใหม่ ให้ดูวิธีรีเฟรช รีเซ็ต หรือคืนค่าพีซีของคุณ

วิธีนี้แก้ปัญหาได้หรือไม่
รีเซ็ตหรือติดตั้ง Windows ใหม่
ถ้าขั้นตอนดังต่อไปนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ คุณต้องรีเซ็ตหรือติดตั้ง Windows ใหม่ ให้ดู ตัวเลือกการกู้คืนระบบของ Windows คืออะไร 

วิธีนี้แก้ปัญหาได้หรือไม่
เรียกใช้คำสั่ง DISM
  1. เปิดพร้อมท์คำสั่งด้วยสิทธิ์ผู้ดูแล ในการทำเช่นนี้ ให้คลิกขวาที่ปุ่ม Windows จากนั้นเลือก พร้อมท์คำสั่ง (ผู้ดูแลระบบ)  หากคุณได้รับการพร้อมท์ให้ป้อนรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบหรือยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่านหรือคลิก อนุญาต หรือ ใช่
  2. พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ จากนั้นกด Enter
    DISM.exe /Online /Cleanup-image /Restorehealth
  3. DISM.exe /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth /Source:C:\RepairSource\Windows /LimitAccess
  4. พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ จากนั้นกด Enter
    sfc /scannow
  5. ปิดพร้อมท์คำสั่ง จากนั้นเรียกใช้ Windows Update อีกครั้ง

วิธีนี้แก้ปัญหาได้หรือไม่
ดาวน์โหลด KB ล่าสุด

วิธีมีดังนี้:

  1. ไปที่ หน้าประวัติการอัปเดต
  2. ค้นหา KB ทีมีการอัปเดตล่าสุดสำหรับเวอร์ชันของ Windows 10 ที่คุณมี ซึ่งมักจะอยู่ที่ด้านบนสุดของรายการ และจดหรือคัดลอกหมายเลข KB
  3. ไปที่ เว็บไซต์ Microsoft Update และค้นหาหมายเลข KB
  4. เลือกลิงก์สำหรับการดาวน์โหลด จากนั้นเลือก ดาวน์โหลด เลือก บันทึก หากคุณได้รับพร้อมท์
  5. เมื่อการดาวน์โหลดเสร็จสิ้น ให้เลือก เปิด เพื่อเริ่มการอัปเดต

วิธีนี้แก้ปัญหาได้หรือไม่
คุณสมบัติ

รหัสบทความ: 10164 - การตรวจสอบครั้งสุดท้าย: 16 ธ.ค. 2016 - ฉบับแก้ไข: 2

คำติชม