หมายเลขบทความ (Article ID): 244435 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

สรุป

Microsoft Excel จะบันทึกเฉพาะส่วนของแผ่นงานแต่ละแผ่นที่ใช้งานอยู่เท่านั้น ซึ่งหมายถึงส่วนที่มีข้อมูลหรือมีการจัดรูปแบบไว้ บางครั้งเซลล์สุดท้ายของแผ่นงานอาจอยู่นอกช่วงของข้อมูลที่คุณใช้งานจริง ซึ่งอาจทำให้คุณมีขนาดแฟ้มใหญ่เกินความจำเป็น ต้องพิมพ์หน้าพิเศษเพิ่ม ได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาด "หน่วยความจำไม่เพียงพอ" หรือพบลักษณะการทำงานที่ผิดปกติอื่นๆ การล้างแถวและคอลัมน์ส่วนเกินเพื่อตั้งค่าเซลล์สุดท้ายใหม่สามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้

หมายเหตุ คุณสามารถค้นหาเซลล์สุดท้ายของแผ่นงานที่ใช้งานอยู่ได้โดยการกด CTRL+SHIFT+END

ข้อมูลเพิ่มเติม

สาเหตุส่วนใหญ่ของการที่เซลล์สุดท้ายถูกตั้งค่าอยู่นอกช่วงของแผ่นงานที่ใช้งานอยู่ คือการจัดรูปแบบมากเกินไป เมื่อคุณจัดรูปแบบแถวและคอลัมน์ทั้งหมด การจัดรูปแบบบางประเภทอาจทำให้เซลล์สุดท้ายถูกตั้งค่าเป็นเซลล์ที่อยู่ล่างสุดหรือขวาสุดของช่วงที่มีการใช้งานจริง

ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นเช่นกันเมื่อคุณนำเข้าแฟ้ม Lotus 1-2-3 ใน Excel เมื่อคุณบันทึกแฟ้ม Lotus ในรูปแบบสมุดงานของ Excel โปรแกรม Excel จะไม่สามารถระบุเซลล์สุดท้ายในแผ่นงาน Lotus 1-2-3 ได้ ดังนั้น จึงทำให้แผ่นงานทั้งหมดใช้งานได้ เมื่อต้องการตั้งค่าเซลล์สุดท้ายใหม่ คุณสามารถใช้วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้เพื่อล้างข้อมูลที่ไม่จำเป็น (ข้อมูลและการจัดรูปแบบ) ออกจากคอลัมน์และแถวที่ไม่ได้ใช้ของแผ่นงาน หลังจากที่คุณเอาข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกแล้ว ให้บันทึกแผ่นงานนั้นเพื่อบังคับให้ Excel สร้างตารางเซลล์ที่ใช้งานได้ขึ้นมาใหม่

หมายเหตุ เมื่อคุณใช้วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ คุณอาจได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาด "หน่วยความจำไม่เพียงพอ" หรือข้อความแสดงข้อผิดพลาดอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน ทั้งนี้เนื่องจาก Excel พยายามลบช่วงที่เลือกออก ถ้าคุณได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดนี้ ให้ใช้ช่วงของแถวหรือคอลัมน์ที่เล็กกว่านี้เมื่อคุณล้างข้อมูล

วิธีที่ 1: การลบแถวและคอลัมน์ส่วนเกินด้วยตนเอง

เมื่อต้องการตั้งค่าเซลล์สุดท้ายใหม่โดยการลบแถวและคอลัมน์ส่วนเกินด้วยตนเอง ให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:
  1. เลือกคอลัมน์ทั้งหมดทางด้านขวาของคอลัมน์สุดท้ายที่มีข้อมูลอยู่ โดยการเลือกส่วนหัวของคอลัมน์ที่เหมาะสม

    เคล็ดลับ วิธีหนึ่งที่ใช้ได้คือ กด F5 และพิมพ์การอ้างอิงที่เหมาะสมลงไป ตัวอย่างเช่น พิมพ์ F:IV สำหรับคอลัมน์ หรือพิมพ์ 5:65536 สำหรับแถว
  2. กด DELETE
  3. ทำซ้ำขั้นตอนที่ 1 และ 2 สำหรับแถวต่างๆ ที่อยู่ใต้แถวสุดท้ายที่มีข้อมูล
  4. บันทึกแฟ้ม
  5. เมื่อต้องการทำงานกับแฟ้มนั้นต่อ ให้ปิดแฟ้ม แล้วเปิดใหม่

วิธีที่ 2: การใช้ Add-in ของ Excel

หมายเหตุ Add-in ของ Excel ต่อไปนี้สามารถใช้กับ Excel รุ่นภาษาอังกฤษเท่านั้น และไม่สามารถใช้กับ Excel รุ่นที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ เราขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนภาษาใน Excel ก่อนที่จะใช้ Add-in นี้

Add-in ของ Excel ที่เอาการจัดรูปแบบส่วนเกินออก และตั้งค่าเซลล์สุดท้ายใหม่ มีพร้อมให้คุณดาวน์โหลดแล้ว เมื่อต้องการดาวน์โหลด Add-in ของ Excel โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Microsoft ต่อไปนี้:
http://www.microsoft.com/downloads/details.aspx?FamilyId=ECFD076C-B873-48CC-B842-DA999C848C82&displaylang=en
  1. บนหน้าดาวน์โหลด คลิกปุ่ม ดาวน์โหลด เมื่อคุณได้รับการพร้อมท์ คลิก เปิด หรือ เรียกใช้
  2. เมื่อคุณได้รับข้อตกลงสิทธิ์การใช้งาน คลิก ใช่
  3. เมื่อคุณได้รับพร้อมท์ WinZip Self-Extractor คลิกปุ่ม เรียกดู จากนั้น เลือกตำแหน่งที่ตั้งที่คุณต้องการแยก Add-in

    หมายเหตุ คุณสามารถวางแฟ้มในตำแหน่งที่ตั้ง Add-in ของ Excel ซึ่งจะแสดงให้เห็นโดยอัตโนมัติในกล่องโต้ตอบ Addins ใน Excel ตำแหน่งที่ตั้งดังกล่าวข้างต้นก็คือ โฟลเดอร์ ไลบรารี ในตำแหน่งที่มีการติดตั้ง Office โดยปกติแล้ว ตำแหน่งที่ตั้งนี้คือ C:\Program Files\Microsoft Office\Office\Library folder

    หลังจากที่คุณเลือกตำแหน่งการดาวน์โหลดที่ต้องการในกล่องโต้ตอบ เรียกดู คลิก UnZip ในกล่องโต้ตอบ WinZip คลิก ตกลง บนพร้อมท์การดาวน์โหลดที่สำเร็จแล้ว จากนั้น คลิก ปิด ในกล่องโต้ตอบ WinZip
  4. เริ่ม Excel จากนั้น ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามความเหมาะสมของรุ่น Excel ที่คุณกำลังเรียกใช้อยู่

    Microsoft Office Excel 2007

    1. คลิก ปุ่ม Microsoft Office แล้วคลิก ตัวเลือก Excel
    2. คลิก Add-Ins คลิก Excel Add-ins ในกล่อง จัดการ แล้วคลิก ไป
    3. ถ้าคุณไม่ได้บันทึกแฟ้มลงในโฟลเดอร์ ไลบรารี คลิกปุ่ม เรียกดู ค้นหาแฟ้ม แล้วเลือกแฟ้มดังกล่าวในหน้าต่าง เรียกดู
    4. คลิก Excess Format Cleaner 1.1 แล้วคลิก ตกลง

    Microsoft Office Excel 2003 และ Excel รุ่นก่อนหน้า

    1. คลิก Add-Ins ในเมนู เครื่องมือ
    2. ถ้าคุณไม่ได้บันทึกแฟ้มลงในโฟลเดอร์ ไลบรารี คลิกปุ่ม เรียกดู ค้นหาแฟ้ม แล้วเลือกแฟ้มดังกล่าวในหน้าต่าง เรียกดู
    3. คลิก Excess Format Cleaner 1.1 แล้วคลิก ตกลง
  5. ใน Excel 2007 คลิกแท็บ Add-Ins แล้วคลิก ล้างรูปแบบส่วนเกินใน XSFormatCleaner.xla ในกลุ่ม คำสั่งเมนู

    ใน Excel 2003 และ Excel รุ่นก่อนหน้า เปิดสมุดงานที่คุณต้องการล้างข้อมูล แล้วคลิก ล้างการจัดรูปแบบส่วนเกินในสมุดงาน ในเมนู แฟ้ม จากนั้น แมโครจะล้างการจัดรูปแบบส่วนเกินจากแผ่นงานทั้งหมดในแฟ้มดังกล่าว

    เมื่อแมโครทำงานเสร็จสมบูรณ์แล้ว คุณจะได้รับแจ้งให้ทราบว่า ต้องบันทึกสมุดงานเพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผลอย่างถาวร
  6. บันทึก ปิด แล้วเปิดแฟ้มดังกล่าวใหม่

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 244435 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 29 ธันวาคม 2550 - Revision: 5.4
ใช้กับ
  • Microsoft Office Excel 2007
  • Microsoft Office Excel 2003
  • Microsoft Excel 2002 Standard Edition
  • Microsoft Excel 2000 Standard Edition
  • Microsoft Excel 97 Standard Edition
Keywords: 
kbhowto kbinfo kbprogramming kbdtacode kbcode kbexpertisebeginner KB244435

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com