"คุณอาจไม่ได้ใช้ไฟล์ไม่มีสิทธิ์เพียงพอในการใช้ไฟล์ pst " ผิดพลาดขณะนำเข้าไฟล์ .pst จากอุปกรณ์ภายนอกใน Outlook 2010

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 2621905 - ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในบทความนี้
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

ปัญหา

ในขณะที่กำลัง นำเข้า ไฟล์ .pst จากอุปกรณ์ภายนอกใน Outlook 2010 มีข้อความแสดงข้อผิดพลาด "คุณอาจไม่ได้ใช้ไฟล์ไม่มีสิทธิ์เพียงพอในการใช้ไฟล์ pst" ปรากฏขึ้น
คุณอาจไม่ได้ใช้ไฟล์ไม่มีสิทธิ์เพียงพอในการใช้ไฟล์ pst

สาเหตุ

เมื่อ นำเข้า ไฟล์ .pst จากอุปกรณ์ภายนอกใน Windows 7 หลังจากการส่งออกไฟล์ .pst จาก Windows XP ไปยังอุปกรณ์ภายนอก ปัญหาดังกล่าวก็เกิดขึ้นสาเหตุของปัญหานี้อาจเป็นเพราะบัญชีผู้ใช้ Windows XP และ Windows 7 เข้ากันไม่ได้ หรือการควบคุมบัญชีมีการตั้งค่าไม่ถูกต้อง


วิธีแก้ไขปัญหา



ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
ข้อควรระวัง
ถ้าคุณใช้ทั้งสองวิธี อาจมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยมากขึ้นนอกจากนี้ คอมพิวเตอร์และเครือข่ายอาจจะถูกโจมตีอย่างง่ายดายโดยผู้ใช้ที่เป็นอันตรายและมัลแวร์ เช่น ไวรัสก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว คุณอาจต้องประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามขั้นตอนนี้ในสภาพแวดล้อมเฉพาะถ้าคุณตัดสินใจที่จะใช้ขั้นตอนนี้ ให้ใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อดูแลระบบให้มีความปลอดภัย


วิธีที่ 1:ตั้งค่าสิทธิ์เป็น "ทุกคน" ที่ไฟล์ .pst สำหรับการนำเข้า

  1. คลิกขวาที่ไฟล์ .pst ที่คุณกำลังจะนำเข้า และคลิก คุณสมบัติในบทความนี้จะยกตัวอย่างโดยใช้ backup.pst สำหรับไฟล์ .pst

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2897824


  2. ในหน้าจอ คุณสมบัติของ backup.pst ให้คลิก การรักษาความปลอดภัย แล้วคลิก แก้ไข

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2897825


  3. ที่หน้าจอ สิทธิ์ของ backup.pst ให้คลิก เพิ่ม

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2897826


  4. ในหน้าจอ เลือกผู้ใช้ คอมพิวเตอร์ บัญชีบริการ หรือกลุ่ม ให้ป้อน ทุกคน แล้วคลิก ยืนยัน

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2897827


  5. ในหน้าจอ สิทธิ์ของ backup.pst และ คุณสมบัติของ backup.pst ให้คลิก ยืนยัน

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2897828


  6. นำเข้า ไฟล์ .pst กลับเข้ามา เพื่อดูว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วหรือไม่



วิธีที่ 2:ตั้งค่าการควบคุมบัญชีผู้ใช้เป็น 'ไม่ต้องแจ้งให้ทราบเลย'

โปรดทำตามขั้นตอนถัดไปตามลำดับ
  1. คลิก เริ่ม แล้วคลิก แผงควบคุม

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2897829


  2. ภายใต้ แผงควบคุม ให้คลิก บัญชีผู้ใช้และความปลอดภัยของครอบครัว

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2897830


  3. ที่หน้าจอ บัญชีผู้ใช้และความปลอดภัยของครอบครัว ให้คลิก บัญชีผู้ใช้

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2897831


  4. ที่หน้าจอ บัญชีผู้ใช้ ให้คลิก เปลี่ยนแปลงการตั้งค่าการควบคุมบัญชีผู้ใช้

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2897832


  5. ที่หน้าจอ การตั้งค่าการควบคุมบัญชีผู้ใช้ ให้ตั้งค่าการควบคุมบัญชีผู้ใช้ไว้ที่ ไม่ต้องแจ้งให้ทราบ งเป็นระดับต่ำสุด แล้วคลิก ยืนยัน

    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    2897833

    ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    ข้อควรระวัง
    เมื่อข้อความ การควบคุมบัญชีผู้ใช้ ปรากฏขึ้น ให้ป้อนรหัสผ่านผู้ดูแลระบบหรือคลิก ใช่

  6. รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์แล้วนำเข้า ไฟล์ .pst file กลับเข้ามา เพื่อดูว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วหรือไม่


    ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
    ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
    ข้อควรระวัง
    ถ้าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว คุณต้องคืนค่า การตั้งค่าการควบคุมบัญชีผู้ใช้ กลับไปที่ขั้นตอนเดิม เพื่อหยุดโปรแกรมที่เป็นอันตรายไม่ให้ทำการเปลี่ยนแปลงคอมพิวเตอร์


ข้อมูลเพิ่มเติม

ตารางด้านล่างแสดงวิธีการตั้งค่าสำหรับแต่ละขั้นตอนและผลกระทบจากการตั้งค่าการรักษาความปลอดภัย

ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
การตั้งค่าคำอธิบายผลกระทบต่อการรักษาความปลอดภัย
แจ้งให้ทราบเสมอ
  • ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงคอมพิวเตอร์หรือการตั้งค่า Windows ภายในโปรแกรมที่ต้องการสิทธิ์ระดับผู้ดูแล จะมีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้น
  • เมื่อคุณได้รับการแจ้งเตือน เดสก์ท็อปจะเลือน และคุณจะไม่สามารถทำงานอื่นๆ ภายในคอมพิวเตอร์ได้อีก นอกจากคุณจะยอมรับหรือปฏิเสธคำขอที่แสดงในกล่องโต้ตอบ UACเมื่อเดสก์ท็อปอยู่ในสภาวะเลือน โปรแกรมจะไม่สามารถเปิดใช้ได้ และเราเรียกสภาวะนี้ว่า "เดสก์ท็อปที่มีการรักษาความปลอดภัย"
  • ซึ่งเป็นการตั้งค่าที่มีความปลอดภัยสูงสุด
  • ถ้าคุณได้รับการแจ้งเตือน โปรดอ่านเนื้อหาในกล่องโต้ตอบแต่ละรายการก่อนที่จะอนุญาตให้ทำการเปลี่ยนแปลงบนคอมพิวเตอร์
แจ้งให้ทราบเฉพาะเมื่อพยายามเปลี่ยนแปลงคอมพิวเตอร์ภายในโปรแกรม
  • ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงคอมพิวเตอร์ภายในโปรแกรมที่ต้องการสิทธิ์ระดับผู้ดูแล จะมีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้น
  • เมื่อพยายามที่จะเปลี่ยนการตั้งค่า Windows ซึ่งจำเป็นต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ จะไม่มีการแจ้งเตือนปรากฏขึ้น
  • เมื่อโปรแกรมที่นอกเหนือจาก Windows พยายามเปลี่ยนการตั้งค่า Windows คุณจะเห็นการแจ้งเตือน
  • โดยทั่วไปแล้วการอนุญาตให้ทำการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่า Windows โดยไม่ได้รับการแจ้งเตือนมักจะมีความปลอดภัยอย่างไรก็ตาม คำสั่งหรือข้อมูลอาจถูกส่งไปยังบางโปรแกรมที่ให้มาพร้อมกับ Windows ซึ่งอาจถูกมัลแวร์นำไปใช้อย่างไม่ถูกต้องภายในคอมพิวเตอร์เพื่อติดตั้งไฟล์หรือเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าคุณจึงควรระมัดระวังเมื่ออนุญาตให้โปรแกรมสามารถดำเนินการบนคอมพิวเตอร์ได้
แจ้งให้ทราบเฉพาะเมื่อมีการพยายามเปลี่ยนแปลงคอมพิวเตอร์ภายในโปรแกรมเท่านั้น (ไม่ทำให้เดสก์ท็อปเลือน)
  • ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงคอมพิวเตอร์ภายในโปรแกรมที่ต้องการสิทธิ์ระดับผู้ดูแล จะมีข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้น
  • เมื่อพยายามที่จะเปลี่ยนการตั้งค่า Windows ซึ่งจำเป็นต้องมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบ จะไม่มีการแจ้งเตือนปรากฏขึ้น
  • เมื่อโปรแกรมที่นอกเหนือจาก Windows พยายามเปลี่ยนการตั้งค่า Windows คุณจะเห็นการแจ้งเตือน
  • การตั้งค่านี้จะเหมือนกับ "แจ้งให้ทราบเฉพาะเมื่อพยายามเปลี่ยนแปลงคอมพิวเตอร์ภายในโปรแกรม" ทุกประการ แต่การแจ้งเตือนจะไม่ปรากฏขึ้นบนเดสก์ทอปที่มีการรักษาความปลอดภัย
  • ถ้าคุณใช้การตั้งค่านี้ โปรแกรมอื่นๆ อาจส่งผลเสียต่อการแสดงกล่องโต้ตอบ เนื่องจากจะไม่มีกล่องโต้ตอบ UAC บนเดสก์ท็อปที่มีการรักษาความปลอดภัยถ้ามัลแวร์กำลังทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์ การตั้งค่านี้ก็จะมีความเสี่ยงพอสมควร
ไม่ต้องแจ้งให้ทราบ
  • การแจ้งเตือนจะไม่ปรากฏขึ้นก่อนที่จะทำการเปลี่ยนแปลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ดูแลระบบ โปรแกรมจะสามารถทำการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตบนเครื่องคอมพิวเตอร์
  • หากคุณเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ใช้งานทั่วไป งานทั้งหมดที่ต้องใช้สิทธิ์ของผู้ดูแลระบบจะถูกละเว้นโดยอัตโนมัติ
  • เมื่อเลือกการตั้งค่านี้ คุณต้องรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์และดำเนินการปิดใช้งาน UAC ให้เรียบร้อยเมื่อ UAC ถูกปิดใช้งาน ผู้ใช้ที่เข้าสู่ระบบฐานะผู้ดูแลระบบจะมีสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบเสมอ
  • การตั้งค่านี้มีความปลอดภัยต่ำสุดถ้า UAC ไม่ถูกตั้งค่าไว้ที่แสดงการแจ้งเตือน คอมพิวเตอร์ก็อาจจะมีความเสี่ยงด้านการรักษาความปลอดภัย
  • ถ้า UAC ไม่ถูกตั้งค่าไว้ที่แสดงการแจ้งเตือน คุณก็ควรใช้ความระมัดระวังในการเรียกใช้งานโปรแกรม เนื่องจากโปรแกรมที่สั่งให้ทำงานจะสามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ด้วยสิทธิ์ที่เหมือนกันทุกประการกับสิทธิ์ของผู้ใช้ในการอ่านหรือเปลี่ยนแปลงพื้นที่ระบบที่มีการป้องกัน ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ ไฟล์ที่บันทึกไว้ และรายการที่บันทึกไว้อื่นๆ จากคอมพิวเตอร์โปรแกรมเหล่านี้ยังสามารถสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับเป้าหมายทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับคอมพิวเตอร์รวมทั้งอินเทอร์เน็ตอีกด้วย



ข้อมูลอ้างอิง

ส่งคำติชม

ยุบตารางนี้ขยายตารางนี้
ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
ส่งคำติชม

ในฐานะลูกค้าผู้มีอุปการะคุณ คำติชมของคุณมีความสำคัญต่อเราอย่างยิ่งใช้ ส่งคำติชม ด้านล่าง เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเรา
หมายเหตุ นี่คือบทความ "FAST PUBLISH" (เผยแพร่ด่วน) ที่สร้างขึ้น โดยตรงจากหน่วยงานสนับสนุนภายในองค์กรของ Microsoft ข้อมูลที่มีอยู่ในที่นี้ได้รับการจัดทำขึ้นตามสภาพที่เป็นโดยตอบสนองต่อประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องด้วยความรวดเร็วในการจัดทำเอกสารนี้ให้พร้อมใช้งาน เนื้อหาสาระในเอกสารดังกล่าวจึงอาจจะมีส่วนที่พิมพ์ผิดพลาดและอาจจะได้รับการตรวจทานแก้ไขเมื่อใดก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบ โปรดดู ข้อกำหนดการใช้งาน สำหรับประเด็นการพิจารณาอื่นๆ

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 2621905 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 2 มิถุนายน 2557 - Revision: 2.1
ใช้กับ
  • Microsoft Outlook 2010
Keywords: 
kbstepbystep kbtshoot kbvideocontent KB2621905

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com