การติดตั้ง Office 2010 รุ่นที่อนุญาตให้ใช้งานเป็นจำนวนมากได้เป็นสาเหตุให้การสมัครใช้งาน Office 2010 เข้าสู่โหมดที่ลดฟังก์ชันใช้งาน (RFM)

การแปลบทความ การแปลบทความ
หมายเลขบทความ (Article ID): 982756
ขยายทั้งหมด | ยุบทั้งหมด

เนื้อหาบนหน้านี้

อาการ

พิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้:
  • มีการติดตั้งการสมัครใช้งาน Microsoft Office 2010 ในคอมพิวเตอร์
  • จากนั้น คุณติดตั้ง Office 2010 รุ่นที่อนุญาตให้ใช้งานเป็นจำนวนมากได้ในคอมพิวเตอร์
ในสถานการณ์นี้ เมื่อการสมัครใช้งาน Office 2010 พยายามเปิดใช้งาน คุณจะได้รับข้อความแสดงข้อผิดพลาดต่อไปนี้:
การเปิดใช้งานล้มเหลว

การเปิดใช้งานของการสมัครใช้งาน Microsoft Office ล้มเหลว
ต้องมีการเปิดใช้งานอยู่เป็นประจำเพื่อยืนยันการสมัครใช้งานของคุณสำหรับผลิตภัณฑ์นี้ เพื่อที่การสมัครใช้งานของคุณจะไม่ถูกขัดจังหวะ ถ้าการพยายามเปิดใช้งานผลิตภัณฑ์ยังคงล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง ฟังก์ชันการแก้ไขในผลิตภัณฑ์ Office อาจถูกปิดใช้งาน
เมื่อต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ของคุณยังมีการทำงานอย่างสมบูรณ์ โปรดเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด

สาเหตุ

ปัญหานี้เกิดขึ้นเนื่องจากการติดตั้ง Office 2010 รุ่นที่อนุญาตให้ใช้งานเป็นจำนวนมากได้นั้นจะเขียนทับค่ารีจิสทรี UserOperations ภายใต้ OfficeSoftwareProtectionPlatform ตราบใดที่ค่ารีจิสทรีนี้ได้รับการตั้งค่าเป็น “0” การเปิดใช้การสมัครใช้งานจะไม่สามารถต่ออายุการสมัครใช้งาน Office 2010 ได้ ถ้าคุณไม่แก้ไขปัญหานี้ รุ่นการสมัครใช้งาน Office 2010 จะเข้าสู่โหมดที่ลดฟังก์ชันใช้งาน (RFM)

การแก้ไข

เมื่อต้องการให้เรา แก้ปัญหานี้ให้กับคุณ ให้ไปที่หัวข้อ "แก้ไขปัญหาให้ฉัน" หากคุณต้องการ แก้ไขปัญหานี้ด้วยตนเอง ให้ไปที่หัวข้อ "ให้ฉันแก้ไขด้วยตนเองf"

แก้ไขปัญหาให้ฉัน

เมื่อต้องการ แก้ไขปัญหานี้โดยอัตโนมัติ ให้คลิกลิงค์ แก้ไขปัญหานี้ คลิก เรียกใช้ ในกล่องโต้ตอบ ดาวน์โหลดแฟ้ม และปฏิบัติตามขั้นตอนในตัวช่วยสร้าง

แก้ไขปัญหานี้
Microsoft Fix it 50408


หมายเหตุ ตัวช่วยสร้างนี้อาจมีเฉพาะในภาษาอังกฤษเท่านั้น การแก้ไขอัตโนมัติยังสามารถใช้ได้กับ Windows รุ่นภาษาอื่นด้วย

หมายเหตุ หากคุณไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เครื่องที่มีปัญหา คุณสามารถบันทึกการแก้ไขโดยอัตโนมัติไปยังแฟลชไดรฟ์หรือซีดีได้ จากนั้น คุณสามารถเรียกใช้การแก้ไขนี้ได้ในคอมพิวเตอร์เครื่องที่มีปัญหา

ให้ฉันแก้ไขด้วยตนเอง

เมื่อต้องการแก้ไขปัญหานี้ด้วยตนเอง ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:

ข้อมูลสำคัญ ส่วน วิธีการ หรืองานนี้ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับวิธีการปรับเปลี่ยนรีจิสทรี อย่างไรก็ตาม ปัญหาร้ายแรงอาจเกิดขึ้นหากคุณปรับเปลี่ยนรีจิสทรีไม่ถูกต้อง ดังนั้น โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้อย่างระมัดระวัง สำหรับการป้องกันเพิ่มเติม ให้สำรองรีจิสทรีก่อนทำการปรับเปลี่ยน จากนั้นคุณจะสามารถคืนค่ารีจิสทรีได้หากมีปัญหาเกิดขึ้น สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสำรองข้อมูลและคืนค่ารีจิสทรี โปรดคลิกที่หมายเลขบทความต่อไปนี้เพื่อดูบทความในฐานความรู้ของ Microsoft:
322756 วิธีการสำรองข้อมูลและคืนค่ารีจิสทรีใน Windows
  1. เริ่ม Registry Editor:

    สำหรับ Windows Vista และ Windows 7:
    1. คลิก Start
      ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
       ปุ่ม Start
      พิมพ์ regedit ในกล่อง Start Search แล้วกด ENTER

      ยุบรูปภาพนี้ขยายรูปภาพนี้
      สิทธิ์การควบคุมการเข้าถึงของผู้ใช้
      หากคุณถูกถามให้ใส่รหัสผ่านผู้ดูแลระบบหรือเพื่อยืนยัน ให้พิมพ์รหัสผ่าน หรือคลิก อนุญาต
    สำหรับ Windows XP:
    1. คลิกที่ Start คลิก Run พิมพ์ regedit แล้วคลิก OK
  2. ค้นหาแล้วคลิกค่ารีจิสทรีต่อไปนี้ในรีจิสทรี:
    HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\OfficeSoftwareProtectionPlatform\UserOperations
  3. ในเมนู Edit ให้คลิก Modify
  4. พิมพ์ 1 แล้วกด ENTER
  5. ออกจาก Registry Editor
  6. เริ่มการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ใหม่

คุณสมบัติ

หมายเลขบทความ (Article ID): 982756 - รีวิวครั้งสุดท้าย: 12 กันยายน 2554 - Revision: 3.0
Keywords: 
kbinstallation kbactivation kbexpertisebeginner kbtshoot kbsurveynew kbprb kbmsifixme kbfixme KB982756

ให้ข้อเสนอแนะ

 

Contact us for more help

Contact us for more help
Connect with Answer Desk for expert help.
Get more support from smallbusiness.support.microsoft.com