แบตเตอรี่: ทำให้ใช้ได้นาน

วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำให้แบตเตอรี่ใน Windows Phone ของคุณมีอายุใช้งานนานขึ้นระหว่างการชาร์จ คือ การใช้การประหยัดพลังงาน

การประหยัดพลังงานทำให้คุณสามารถปิดคุณสมบัติที่ไม่จำเป็นทั้งหมดและประหยัดแบตเตอรี่ได้ด้วยการแตะเพียงไม่กี่ครั้ง หรือคุณอาจจำกัดการใช้งานบนพื้นหลังเพื่อประหยัดพลังงาน โดยคุณสามารถเห็นพลังงานแบตเตอรี่ที่แอปของคุณใช้ และเปลี่ยนว่าจะให้ทำงานบนพื้นหลังหรือไม่ ในหัวข้อนี้ เราจะบอกคุณให้รู้จักวิธีการและแนะนำเคล็ดลับในการประหยัดแบตเตอรี่ด้วยวิธีอื่น

Battery Saver on Windows Phone

ปิดคุณลักษณะที่ไม่จำเป็น

หากคุณชอบวิธีการที่ครอบคลุมในการถนอมพลังงานแบตเตอรี่ คุณสามารถใช้ประหยัดพลังงานเพื่อปิดคุณสมบัติที่ไม่จำเป็นซึ่งทำให้มีการใช้งานแบตเตอรี่ในพื้นหลัง เมื่อดำเนินการนี้ โทรศัพท์ของคุณจะไม่สามารถ

  • รับอีเมลหรือกิจกรรมใหม่ในปฏิทินโดยอัตโนมัติ คุณจะยังสามารถซิงค์อีเมลด้วยตนเองได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการ
  • อัปเดตไทล์รายงานสดบางไทล์ หากไทล์ใช้การแจ้งแบบพุชเพื่อรับการอัปเดต ก็จะไม่ได้รับอัปเดตเหล่านั้นเมื่ออยู่ในโหมดประหยัดพลังงาน

คุณยังคงสามารถโทรและรับโทรศัพท์ และส่งข้อความ SMS รวมทั้งเรียกดูอินเทอร์เน็ตได้

วิธีเปลี่ยนการตั้งค่าประหยัดพลังงาน

  1. ในรายการแอป ให้แตะ ประหยัดพลังงาน 

    Battery Saver Icon

  2. แตะ การตั้งค่า จากนั้นเลือกทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งต่อไปนี้

    • แตะ ปิด เพื่อปิดการประหยัดพลังงาน
    • แตะ เมื่อแบตเตอรี่เหลือต่ำกว่า 20% หากคุณต้องการให้ประหยัดพลังงานลดการใช้พลังงานลงเมื่อระดับแบตเตอรี่เหลือน้อย
    • แตะ ตลอดเวลา (จำกัดการทำงาน) หากคุณต้องการให้ประหยัดพลังงานลดการใช้พลังงานตลอดเวลา ควรไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะเลือกตัวเลือกนี้ โทรศัพท์ของคุณจะป้องกันฟังก์ชันที่ทำงานอยู่เบื้องหลังส่วนใหญ่ของโทรศัพท์ของคุณ
    • แตะ จนกว่าจะชาร์จครั้งต่อไป 
      Toggle On Icon
       หากคุณต้องการให้ ประหยัดพลังงาน ประหยัดพลังงานทันทีจากนั้นกลับไปยังการใช้แบตเตอรี่ตามปกติครั้งต่อไปที่คุณชาร์จโทรศัพท์

จำกัดการทำงานอยู่เบื้องหลัง

แอปบางแอปอาจทำให้แบตเตอรี่หมดได้ แม้ว่าคุณจะไม่ได้กำลังใช้งานแอปเหล่านั้นอยู่ในขณะนั้นก็ตาม เราเรียกว่าเป็นการทำงานอยู่เบื้องหลัง โหมดประหยัดพลังงานช่วยให้คุณสามารถควบคุมการใช้งานแบตเตอรี่โทรศัพท์ของคุณได้ตามแอป

วิธีอนุญาตให้แอปต่างๆ ทำงานอยู่เบื้องหลัง

  1. ในรายการแอป ให้แตะ ประหยัดพลังงาน 

    Battery Saver Icon
    ปัดไปที่ การใช้ เพื่อดูรายชื่อแอปและการใช้แบตเตอรี่ของแอป

  2. แตะแอป แล้วเปิด อนุญาตให้แอปทำงานอยู่เบื้องหลัง 

    Toggle On Icon

เคล็ดลับในการประหยัดแบตเตอรี่

ต่อไปนี้เป็นบางวิธีการในการถนอมแบตเตอรี่ในโทรศัพท์ของคุณ

จอแสดงผล

  • ลดเวลาก่อนหน้าจอจะปิด ตั้งค่าระยะเวลาให้สั้นลงก่อนที่หน้าจอของคุณจะหมดเวลาและโทรศัพท์ของคุณล็อกการทำงาน
  • ลดการตั้งค่าความสว่าง ในรายการแอป แตะ การตั้งค่า 
    Settings Icon
     >ความสว่าง ปิด ปรับอัตโนมัติ จากนั้นเลือก ระดับ ที่คุณต้องการใช้แทน
  • ใช้ชุดรูปแบบพื้นหลังสีเข้ม ในรายการแอป แตะ การตั้งค่า 
    Settings Icon
     > ชุดรูปแบบ > พื้นหลัง แล้วแตะ มืด
  • ปิดหน้าจอในระหว่างการโทร หากคุณกำลังใช้งานลำโพงโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่สามารถใช้งาน Bluetooth ได้ ให้กดปุ่ม เปิด/ปิดเครื่อง 
    Power Button Icon
     เพื่อปิดหน้าจอ
  • ปิดช่องมองภาพหลังจากที่คุณถ่ายภาพ กดปุ่ม ย้อนกลับ 
    Back Icon
    เพื่อออกจากช่องเล็งภาพของกล้อง หรือกดปุ่ม เปิด/ปิดเครื่อง 
    Power Button Icon
    เพื่อให้โทรศัพท์พักหน้าจอ

กำลังซิงค์

  • ซิงค์อีเมลน้อยครั้งลง ในรายการแอป แตะ การตั้งค่า 
    Settings Icon
    จากนั้นแตะ อีเมล + บัญชี แตะบัญชีที่คุณต้องการเปลี่ยนการตั้งค่าการซิงค์ แตะ ดาวน์โหลดเนื้อหาใหม่ เลือกช่วงเวลานานขึ้น แล้วแตะ เสร็จสิ้น 
    Done Icon
  • เลือกรายชื่อที่ซิงค์กับโทรศัพท์ของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องซิงค์อีเมลและรายชื่อเครือข่ายสังคมไม่ว่าคุณจะต้องการ
  • จำกัดสิ่งที่คุณปักหมุดที่หน้าจอเริ่ม เป็นเรื่องที่ดีที่คุณมีสิ่งต่างๆ ที่คุณชื่นชอบ เช่น การเชื่อมต่อบุคคล, แอป, เพลง และอื่นๆ ที่ได้รับมีการปักหมุดที่หน้าจอเริ่มเพื่อให้คุณสามารถเข้าถึงสิ่งต่างๆ นี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่พึงระวังว่ายิ่งคุณมีไทล์รายงานสดอยู่ที่หน้าจอเริ่มมากเท่าไร คุณก็ยิ่งใช้แบตเตอรี่มากขึ้นเท่านั้น
  • อัปโหลดรูปภาพที่คุณต้องการเก็บไว้เท่านั้น การทำเช่นนี้จะเป็นการประหยัดพลังงานและช่วยประหยัดเวลาเมื่อคุณต้องการจัดเรียงรูปภาพของคุณใน OneDrive  
  • ตรวจสอบเครือข่ายสังคมให้บ่อยน้อยลง ทุกครั้งที่คุณไปที่ มีอะไรใหม่ ในฮับผู้คนและฮับภาพถ่าย โทรศัพท์ของคุณจะใช้พลังงานแบตเตอรี่มากขึ้นในการซิงค์และอัปเดต

ทั่วไป

  • รีสตาร์ตโทรศัพท์ของคุณ หากสังเกตเห็นว่า อายุแบตเตอรี่น้อยลง สิ่งนี้อาจสามารถแก้ไขปัญหาที่ส่งผลให้ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ลดลงได้
  • ใช้ชุดหูฟัง หากคุณกำลังฟังเพลง หรือกำลังใช้งานอุปกรณ์ Bluetooth ลองใช้หูฟังแทน
  • ปิดการเชื่อมต่อ Bluetooth ที่คุณไม่ได้ใช้ หากคุณไม่ได้ใช้อุปกรณ์เสริม Bluetooth คุณสามารถปิด Bluetooth ได้  

คำเตือน

อย่าถอดหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ในระหว่างที่โทรศัพท์เปิดอยู่ หากคุณมีแบตเตอรี่สำรอง ให้ปิดโทรศัพท์ จากนั้นเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยการใส่แบตเตอรี่สำรองลงในโทรศัพท์ การทำเช่นนี้จะช่วยทำให้คุณมั่นใจว่าข้อมูลถูกบันทึกไว้อย่างถูกต้อง หากต้องการปิดโทรศัพท์ของคุณ ให้กดปุ่ม เปิด/ปิดเครื่อง 

Power Button Icon
 ค้างไว้สามวินาที จากนั้นจึงปัดลง ข้อความ สวัสดี จะปรากฏขึ้น จากนั้นหน้าจอจะดับไป

คุณสมบัติ

รหัสบทความ: 11546 - การตรวจสอบครั้งสุดท้าย: 17 พ.ค. 2016 - ฉบับแก้ไข: 8

คำติชม