ฟังก์ชัน BITRSHIFT

นำไปใช้กับ
Excel for Microsoft 365 Excel for Microsoft 365 for Mac Excel 2024 Excel 2024 for Mac Excel 2021 Excel 2021 for Mac Excel 2019 Excel 2016

บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับไวยากรณ์ของสูตรและการใช้ฟังก์ชัน BITRSHIFT ใน Microsoft Excel

คำอธิบาย

ส่งกลับตัวเลขที่เลื่อนไปทางขวาตามจำนวนบิตที่ระบุไว้

ไวยากรณ์

BITRSHIFT(number, shift_amount)

ไวยากรณ์ของฟังก์ชัน BITRSHIFT มีอาร์กิวเมนต์ดังนี้

  • Number (ต้องระบุ) ต้องเป็นเลขจํานวนเต็มที่มากกว่าหรือเท่ากับ 0
  • Shift_amount จําเป็น ต้องเป็นจํานวนเต็ม

ข้อสังเกต

  • การเลื่อนตัวเลขไปทางขวาจะเท่ากับเอาตัวเลขออกจากทางด้านขวาสุดของการแสดงตัวเลขในรูปฐานสอง ตัวอย่างเช่น การเลื่อนค่าฐานสิบ 13 ไปทางขวา 2 บิต จะแปลงค่าเลขฐานสอง (1101) เป็น 11 หรือ 3 ในรูปฐานสิบ
  • ถ้าอาร์กิวเมนต์ตัวใดตัวหนึ่งอยู่นอกข้อจำกัด ฟังก์ชัน BITRSHIFT จะส่งกลับ #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด
  • ถ้า Number มากกว่า (2^48)-1 ฟังก์ชัน BITRSHIFT จะส่งกลับ #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด
  • ถ้าค่าสัมบูรณ์ของ Shift_amount มากกว่า 53 ฟังก์ชัน BITRSHIFT จะส่งกลับ #NUM! เป็นค่าความผิดพลาด
  • ถ้าอาร์กิวเมนต์ตัวใดตัวหนึ่งเป็นค่าที่ไม่ใช่ตัวเลข ฟังก์ชัน BITRSHIFT จะส่งกลับ #VALUE! เป็นค่าความผิดพลาด
  • จำนวนลบที่ใช้เป็นอาร์กิวเมนต์ Shift_amount จะเลื่อนจำนวนของบิตไปทางซ้าย
  • จำนวนลบที่ใช้เป็นอาร์กิวเมนต์ Shift_amount จะส่งกลับผลลัพธ์เดียวกับอาร์กิวเมนต์ shift_amount จำนวนบวกของฟังก์ชันBITLSHIFT

ตัวอย่าง

คัดลอกข้อมูลตัวอย่างในตารางต่อไปนี้ และวางในเซลล์ A1 ของเวิร์กชีต Excel ใหม่ สำหรับสูตรที่จะแสดงผลลัพธ์ ให้เลือกสูตร กด F2 แล้วกด Enter ถ้าคุณต้องการ คุณสามารถปรับความกว้างของคอลัมน์เพื่อดูข้อมูลทั้งหมดได้

สูตร คำอธิบาย ผลลัพธ์ วิธีการทำงาน
=BITRSHIFT(13,2) เลื่อนบิตของตัวเลขไปทางขวาโดยการตัดทอนหลักทางขวาสุดที่ระบุของจํานวนที่แสดงในรูปของเลขฐานสอง ตัวเลขที่ส่งกลับจะแสดงในรูปของเลขฐานสิบ 3 13 แสดงเป็น 1101 ในรูปของเลขฐานสอง การตัดทอนหลักสองหลักทางขวาสุดทําให้ได้เป็น 11 ซึ่งเท่ากับ 3 ในรูปของเลขฐานสิบ

ด้านบนของหน้า